|
แผนตั้งรับและโอกาสในวิกฤต จับสัญญาณธุรกิจผ่านสายตาผู้นำตลาด |
|
|
|
|
จันทร์, 27 ตุลาคม 2008 |
สัมภาษณ์
"อาจไม่ใช่ภายใน 5 ปี ในช่วงที่ผมเป็น president เอไอเอส"
"ต้องดูไตรมาส 4 ว่าเป็นอย่างไร เพราะปกติช่วงนี้ของทุกปีจะดีกว่าทุกไตรมาส"
"ลาวเพิ่งเปิดบริการ 3 จีไปเมื่อเร็วๆ นี้ ตอนนี้ในประเทศแถบนี้ก็เหลือแต่พม่ากับไทยแข่งกันว่าใครจะบ๊วย"...และอื่นๆ
ตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจโลก ปัญหาการเมืองในประเทศ ความล่าช้าของการออกใบอนุญาตมือถือ 3 จี เรื่อยไปจนถึงเรื่องการตลาด การแข่งขัน
กับหลากหลายแง่มุมจากคมคำความคิดของแม่ทัพธุรกิจ เจ้าของตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ในธุรกิจมือถือเมืองไทย ติดตามได้ในบทสัมภาษณ์ "วิเชียร เมฆตระการ" กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ในบรรทัดถัดไป
- ถ้ามองไปถึงปีหน้า สถานการณ์ทั้งในและนอก ปท.เป็นอย่างนี้ ต้องปรับแผนรับมืออย่างไร
ต้องทบทวนแผนการทำงานให้รอบคอบมากขึ้น ทั้งเรื่องการลงทุน การตลาด และอื่นๆ ความเร็วในการขยายเน็ตเวิร์กอาจไม่เท่าเดิม แต่ปัญหาคือ การตลาดมองว่ายังจะโตเท่าเดิมไหม หรือการลงทุนมือถือ 3G บนคลื่น 900 MHz เดิมวางไว้ 20 จังหวัด อาจต้องปรับใหม่เหลือแค่ 5 จังหวัดดีกว่าไหม ในแง่จำนวนสถานีฐานอาจไม่ลดลงแต่ระมัดระวังมากขึ้น เช่น แถวคลอง 4 ไม่มีอะไรเลย โยกไปติดตั้งเน็ตเวิร์กที่สีลมมากขึ้นดีกว่ามั้ย เป็นต้น
- ประเมินการลงทุน 3G ไว้เท่าไร
ถ้าเป็น U9 (การลงทุนพัฒนาเครือข่าย 3G บนคลื่น 900 MHz เดิม) มองว่าไม่น่าเกิน 150 ล้านเหรียญสหรัฐ บอร์ดบริษัทอนุมัติมาแล้ว 60 ล้านเหรียญ
ส่วน 3G ที่เป็นใบอนุญาตใหม่ต้องมองรวบเดียว 3 ปี คิดว่าจะใช้เงินปีละ 25,000 ล้านบาท 3 ปีก็ 75,000 ล้านบาท
- เห็นผลกระทบจากวิกฤต ศก.บ้างหรือยัง
วันนี้อินเตอร์เนชั่นแนลโรมมิ่งไม่มาเลย 2 เดือนแล้ว กระทบชัดเจนมาก แต่กับตลาดภายในประเทศยังไม่เห็นอาการ เว้นแต่คนจะเริ่มโดนเลย์ออฟ โรงงานปิดกิจการมีผลแน่ๆ ต้องรอผลประกอบการไตรมาส 3 น่าจะเห็นอะไรบ้าง แต่ก็ยังบอกอะไรไม่ได้ชัดเจน ถ้าจะให้แน่ต้องดูไตรมาส 4 เพราะทุกปีช่วงไตรมาส 4 จะดีที่สุด
ถ้าปีนี้ไตรมาส 4 ไม่ดีละก็ ปีหน้าคงต้องปรับ
- การตลาดต้องอัดฉีดหนักขึ้นไหม
หน้าที่การตลาดก็คงต้องกระตุ้น เพื่อให้รายได้เป็นไปตามเป้า
- ต้องรอดูไตรมาส 4 อีกที
ใช่ บิสซิเนสแปลนในภาพรวมต้องมี แต่ปรับได้ตลอดตามสถานการณ์ แผนระยะยาว การมองไปข้างหน้าก็ต้องทำ เราเพิ่งจบเรื่องการวางแผน 3 ปีของเราไป
- วางไว้อย่างไร
ต้องดูการพัฒนาในอนาคต วันนี้ยังไม่มี 3G แต่อนาคตต้องมีแน่ เรามองว่าแนวโน้มเทคโนโลยีระบบจะเป็นอย่างไร บิลลิ่งและการบริการจะเป็นอย่างไรในอนาคต ในแง่เน็ตเวิร์กเรามองว่าต่อไปจะเป็นไอพีโปรโตคอล และเป็นโทเทิลเซอร์วิส ไม่รู้ใครจะใช้บริการของใคร แต่เปิดหน้าเว็บเพจขึ้นมา ต้องเจอของเราก่อน บริการเสริมต่างๆ จะอยู่รอบๆ ไอพี อินเทอร์เน็ตมาแน่ ขณะที่รายได้จากการใช้บริการด้านเสียงจะลดลงเรื่อยๆ สิ่งที่จะเปลี่ยน ลูกค้าได้คือ แพ็กเกจ all yo- can eat
- ผลกระทบจากวิกฤต ศก.โลกที่เห็นชัดที่สุดคืออะไร
ถ้าสภาวะการเงินทั่วโลกมีปัญหาก็อาจทำให้การกู้ยืมลำบากขึ้น ถึงจะได้เงินกู้มา ดอกเบี้ยก็จะสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนในการลงทุนสูงขึ้น ถ้าจะออกหุ้นกู้ก็ทำได้ แต่ลองดู ปตท.ก็ได้ ออกมาดอกเบี้ย เท่าไร 5.5% ถ้าเราจะออกบ้านก็ต้อง 5.75 หรือ 6
- การหาเงินมาลงทุนจะถึงขั้นยากลำบากเลยไหม
ยังบอกไม่ได้ เพราะถ้าดูคอนโดฯหรูๆ คนไทยก็ยังซื้อกันเยอะแยะ แต่ปัญหาคือไม่รู้จะออกเมื่อไร
- เทียบกับบริษัทอื่นน่าจะมีภาษีดีกว่า
ในสภาพแบบนี้ เราก็คงไม่ได้ดีกว่าคนอื่น
- ปีนี้โดยรวมๆ ลงทุนไปเท่าไร
ราวๆ 290-300 ล้านเหรียญสหรัฐ เทียบกับปีที่แล้วน้อยลงนิดหน่อย สำหรับปีหน้าเราไม่อยากลงทุนใน 2G มากนัก เพราะต้นทุนสูง
เรามาถึงจุดต้องมาที่ 3G แล้ว ก็ได้แต่มีความหวังว่าจะเกิดเร็ว
- เน้นไลเซนส์ใหม่
ใช่ 3G บนคลื่นเดิมจะลงมากไม่ได้ เพราะไม่ชัดเจนว่าสัญญาจะสิ้นสุดยังไง การไป 3G เพราะต้องการลดต้นทุน (ค่าส่วนแบ่งรายได้) ตรงนี้ชัดเจน แต่ลงทุนบนคลื่นเดิม ไม่ได้ทำให้ต้นทุนลดลง
- ทำเพื่อช่วงชิงความเป็นผู้นำ
ใช่ เพื่อรักษาสถานภาพของความเป็นที่ 1 เพื่อให้เป็น to be number แต่โจทย์สำคัญที่ต้องระมัดระวังคือ จะทำให้สมเหตุสมผลได้อย่างไร ถ้าลงทุนมากไปผู้ถือหุ้นก็จะมองว่ามือเติบ ถ้าใช้น้อยกว่าคู่แข่งก็จะเป็นไม่มีฝีมืออีก
- เป็นแรงกดดันของผู้นำตลาด
ใช่ ต้องรักษาความเป็นที่ 1 นี่คือแรงกดดัน การทำให้เป็นที่ 1 ไม่ง่าย แต่รักษายากกว่า แม้คำของพุทธองค์จะบอกว่าทุกอย่างเป็นอนิจจัง แต่อาจไม่ใช่ภายใน 5 ปีนี้ในช่วงที่ผมยังเป็น president จะไม่ให้ใครมาแซงได้
- มีเบอร์เดียวทุกระบบก็ไม่กังวล
ใช่ เพราะเราดูแลลูกค้าอย่างเต็มที่ พูดตรงไปตรงมาก็คือ สปอยล์ลูกค้ามากๆ เขาจะรู้สึกว่า ไปที่อื่นแล้วไม่ได้แบบนี้ ไม่ได้
- มองการแข่งขันปีหน้าอย่างไร
การแข่งขัน ถ้ามี 3G ของเก่าคงแข่งน้อยลง ทุกคนจะมุ่งไปที่ 3G เป็นหลัก ระบบเดิมจะเน้นการรักษาตลาดเดิม ปกป้องลูกค้าเดิม แต่การช่วงชิงลูกค้า 3G จะยังไม่เห็นในปีหน้าจะเกิดขึ้นในอีก 1 ปีข้างหน้าหลังได้ไลเซนส์แล้ว
- การแข่งขันแย่งชิงไลเซนส์ล่ะ
รุนแรงในระดับหนึ่ง แต่ด้วยเศรษฐกิจแบบนี้ และตลาดที่ค่อนข้างอิ่มตัวด้วย ถ้าจะเข้ามาประมูลก็ต้องร่วมทุนกับคนอื่น ซึ่งก็พอเห็นๆ กันอยู่บ้างว่าใครจะจับคู่กับใครบ้าง
- ทรูมูฟกับไชน่าโมบาย หรือเอ็นทีทีกับทีทีแอนด์ที
ก็ต้องรอดู สำหรับเอกชนต้องการ 3G ถ้าพูดแบบตรงไปตรงมาต้องบอกว่า เพราะต้องการเปลี่ยนโครงสร้างต้นทุน เราไม่อยาก เรายอมรับชัดเจนว่าเป็นอย่างนั้น อีกอย่างวันนี้ทั่วโลกไป 3G หมดแล้ว ประเทศไทยทำอะไรอยู่ ทำไมไม่ใช้ตอนที่เทคโนโลยีนี้มาถึงจุดพีกล่ะ จะรอใช้ตอนที่คนอื่นเขาเลิกหรือ
ลาวก็เพิ่งเปิดบริการไปเมื่อเร็วๆ นี้ เหลือแต่ไทยกับพม่าที่แข่งกันอยู่ว่าใครจะมาบ๊วย
- ในมุมของผู้ผลิตอุปกรณ์ก็คงวิ่งกันหนัก
แน่นอน เป็นอนาคตของเขาเลย
- ค่ายจีนมาแรง
เพราะในแง่เทคโนโลยีไม่หนีค่ายยุโรป ขณะที่ราคาต่ำกว่า |