|
Elite ขั้วอำนาจเก่า-ใหม่ แห่ใช้บริการ "หมอดู" สืบ"ดวงชะตา" |
|
|
|
|
พฤหัสบดี, 10 เมษายน 2008 |
|

สืบดวงชะตา - สัปดาห์ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกฯและนางปิยะดา บุญยรัตกลิน ภริยา พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคมช.และบิ๊กคมช. เข้าร่วมพิธีทำบุญสืบชะตาพร้อมๆกัน โดยอดีตนายกฯเดินทางไปทำพิธีสืบชะตาสะเดาะเคราะห์ที่จ.เชียงราย ส่วนภริยาบิ๊กคมช.ไปร่วมพิธีสืบชะตา ที่สำนักสุขิโต ของอ.วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ หรือโหรคมช.
|
สัปดาห์ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บินจากอังกฤษกลับมาเมืองไทยเร็วกว่ากำหนด เพื่อเดินสายทำบุญสืบชะตาตามประเพณีล้านนาเพื่อสะเดาะเคราะห์ในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ โดยเฉพาะ ณ วัด
ศรีโคมคำ อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา อดีตผู้นำเข้าร่วมพิธีสืบชะตาอันศักดิ์สิทธิ์ร่วมกับ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประชาชนผู้มี จิตศรัทธานับ 100 คน
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 13 มีนาคม หลังจากเดินทางขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดี จัดซื้อที่ดินย่านรัชดาฯ อดีตนายกรัฐมนตรีและคนในครอบครัวชินวัตร เดินทาง ไปยังวิหารที่ประดิษฐาน พระพุทธไตรรัตนนายก หรือ หลวงพ่อโต โดย พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัวได้เข้าไปไหว้หลวงพ่อโต และมีการห่มผ้าสะเดาะเคราะห์ตามความเชื่อของชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และคนทั่วไปว่าหากใครได้ห่มผ้าแล้วจะพ้นจากสิ่งชั่วร้ายและไม่มีอันตราย
จากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณตีกลองด้วยมือเปล่าจำนวน 9 ครั้ง และเดินวนรอบองค์พระหลวงพ่อโตก่อนที่จะหยุดรดน้ำมนต์และถวายจตุปัจจัยจำนวน 1,000 บาท เพื่อสมทบทุนในการบูรณะ
เอาเข้าจริงเป็นที่รู้กันว่า พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัวชินวัตร เป็นหนึ่งในคนพวกเชื่อเรื่องศาสตร์แห่งโหรแบบสุดๆ จนถึงขั้นต้องมีโหราจารย์มากมายคอยให้คำแนะนำ
ครั้งหนึ่งในช่วงราหูอมจันทร์ บริวารของ พ.ต.ท.ทักษิณ แอบไปบูชาของดำ 9 อย่างที่วัดศีรษะทอง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เพื่อต่ออายุให้อดีตผู้นำอยู่รอดปลอดภัยและครองอำนาจให้ยาวนานที่สุด แต่ความลับเกิดแตกครัน ข่าวรู้ไปถึงหู นักข่าว พิธีกรรมจึงเป็นอันต้องล้มเลิกกะทันหันเพราะไม่อยากให้ภาพพิธีต่ออายุปรากฏบนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์
คุณหญิงพจมาน ชินวัตร หรือ "คุณหญิงอ้อ" นายหญิงแห่งบ้าน จันทร์ส่องหล้า เคยสั่งให้สามีผู้มีวาจาเป็นพิษปิดปากอยู่หลายครั้ง เพราะดาวพุธทำมุมกับชะตาเกิดสามี พูดจาอะไรไปก็มีแต่เรื่องเสียหายวุ่นวายไม่รู้จบ
หรือ คุณพจนีย์ ณ ป้อมเพชร แม่ของคุณหญิงอ้อ แม่ยายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เชื่อในเรื่องหมอดูอย่างเป็นจริงเป็นจัง
เรียกว่ามีอาจารย์ดีที่ไหนในประเทศ ไทย เป็นต้องบึ่งรถไปเสาะหาเพื่อ สะเดาะเคราะห์ให้ลูกเขยสุดเลิฟให้จงได้
จนเป็นที่รู้กันทั้งเมืองว่า คุณแม่ยาย แสนดีผู้นี้เชื่อซะยิ่งกว่าเชื่อในเรื่องหมอดู เสียอีก
หมอดูที่ตระกูลชินวัตร ใช้บริการมีมากมายหลายหมอดู แต่ที่คนในครอบครัวชินวัตร ไปใช้บริการบ่อยครั้งก็คือ พระครูวิจิตรสุธาการ เจ้าอาวาสวัดธรรมมิการาม หรือวัดค้างคาว จ.ลพบุรี นั่นเป็นเพราะ คำทำนายของเจ้าอาวาสวัดค้างคาวผู้นี้ถูกใจคนในครอบครัวชินวัตร เรื่อยมา
ไม่ว่าจะเป็นคำทำนายแบบฟันธงว่า ทักษิณจะหลุดคดีซุกหุ้น หรือทักษิณเป็นนายกฯ 2 สมัย โดยเฉพาะคำทำนายที่ว่า ทักษิณและพรรคไทยรักไทยจะมีอำนาจมากที่สุด เพราะชะตาของทักษิณคือดวงคน เกิดวันอังคารเป็นดาวแห่งนักรบ... ฆ่าไม่ตาย
นอกจากคนในครอบครัวชินวัตรแล้ว ลูกศิษย์ลูกหาของวัดนี้ล้วนแต่เป็นคนดัง ไม่ว่าจะเป็น นายเสนาะ เทียนทอง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นางทัจฐนีย์ ศิริเยี่ยม หรือ เจ้าแม่กาลวิน รวมถึงผู้ว่าฯ นายพล และคนดังต่างๆ มากมาย
หมอดูอีกคนที่ฮอตและฮิตมาก ได้แก่ หมอดูอีที หรือนาง E-THI หมอดูหญิงพิการชาวพม่า เคยมีการยืนยันว่าครอบครัวชินวัตร เคยใช้บริการหมอดูอีทีหลายครั้ง เช่นเดียวกับบรรดาอดีต ครม.ทักษิณ ก็ยอมจ่ายเงินให้หมอดูอีทีทำนายดวงชะตามาแล้วหลายหน กระทั่งเคยมีข่าวลือหนาหูว่าทักษิณเคยขอให้หมอดูอีทีจัด ครม. มาแล้ว
กล่าวกันว่า ค่าบริการของหมอดูอีที เป็นเลข 6 หลัก ซึ่งนักการเมืองไทย ทั้งไทยรักไทย และประชาธิปัตย์ รวมถึงชนชั้นนำไทยและนักเล่นหุ้น ก็ไปใช้บริการอยู่บ่อยๆ
ลูกค้าของหมอดูอีทีมีหลายคน อาทิ ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ นายเสนาะ เทียนทอง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หรือที่ปรึกษาของอดีตผู้นำอย่างนายนิพัทธ พุกกะณะสุต อดีตอธิบดี กรมธนารักษ์ ก็ล้วนเป็นลูกค้าของหมอดู อีทีทั้งนั้น
ไม่เฉพาะชนชั้นนำไทยจำนวนมากเท่านั้นที่เชื่อในเรื่องศาสตร์แห่งโหรอย่างเป็นจริงเป็นจัง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีต ผบ.ทบ. อดีตประธาน คมช. ก็มี ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการโคจรของดวงดาวคอยให้คำปรึกษาอยู่ตลอดเวลา
หมอดูที่ พล.อ.สนธิ รวมถึงอดีตสมาชิก คมช.ใช้บริการอยู่เป็นประจำก็คือ นาย วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ หรือโหร คมช.แห่งเจ้าสำนักสุขิโต จ.เชียงใหม่ ผู้ที่เคยทำนายว่า พล.อ.สนธิ และ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร จะเป็นผู้นำกองทัพบก และเป็นผู้ที่ทำนายว่า ช่วงกลางปี 2549 จะเกิดการยึดอำนาจจากทหาร หลังจากนั้นก็เกิดเหตุรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ทำให้ชื่อเสียงของหมอ วารินทร์โด่งดังขึ้นมาทันที
หลังการยึดอำนาจมีกระแสข่าวว่า พล.อ.สนธิ และสมาชิก คมช.เดินทางไปร่วมพิธีสืบชะตาที่บ้านพักโหรวารินทร์ ก็ยิ่งสร้างชื่อเสียงและมีผู้คนเดินทางไปให้โหร ผู้นี้ทำนายดวงชะตามากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เจ้าสำนักสุขิโต ก็เคยทำนายเหตุการณ์บ้านเมืองคลาดเคลื่อนหลายครั้งเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องที่ทำนายว่าหลังเลือกตั้ง 2550 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะได้เป็นนายกฯ
ว่ากันว่า นอกจากคำแนะนำด้านโหราศาสตร์แล้ว อาจารย์หมอยังเปิดดู คู่มือนักการเมือง ให้คำแนะนำแก่ขุนทหารเรื่อยมา
ล่าสุดหมอดูผู้นี้ออกมาทำนายชะตาบ้านเมืองว่า รัฐบาลขี้เหร่จะอยู่ได้ไม่เกินปีนี้ จะเกิดเหตุการณ์วุ่นวายภายในเดือนพฤษภาคมนี้ และทหารจะเข้ามาปฏิรูปการปกครองอีกครั้ง แถมยังทำนายว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. มีโอกาสจะได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี
คำทำนายหมอดูวารินทร์ ทำเอานายกฯสมัครยัวะจัด ถามหมอดูกลับว่า คุณรับจ้างใครมา และท้าให้หมอดูไปแขวนคอตายซะ ถ้าทำนายผิด
นี่คือโหราศาสตร์กับสังคมไทยที่ดูเหมือนจะแยกจากกันไม่ออกเสียแล้ว
คำถามคือ ตกลงสังคมไทยเป็นสังคมประเภทไหนกันแน่ เป็นสังคมวิทยาศาสตร์ใช้หลักเหตุและผล หรือเป็นสังคมแห่งความเชื่อเรื่องศาสตร์แห่งดวงดาว ?
|