|
พิษเศรษฐกิจกับโฆษณาออนไลน์ |
|
|
|
|
พฤหัสบดี, 30 ตุลาคม 2008 |
เมื่อฉบับที่แล้วพูดถึงแนวโน้มโฆษณาผ่านเว็บโทรศัพท์มือถือว่าวิ่งขึ้นสวนทางภาวะเศรษฐกิจที่กำลังถดถอยอยู่ทั่วโลก แต่เมื่อมองภาพรวมของการโฆษณาผ่านอินเทอร์เน็ต บรรดาแบนเนอร์ หรือพ็อป อัพ ทั้งหลายที่พยายามจะชักจูงให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตคลิกเข้าไปให้ได้นั้น ได้รับผลสะเทือนจากภาวะเศรษฐกิจมากแน่ๆ ไม่ถึงกับลดลงแบบติดลบ เพราะการเปลี่ยนโฆษณาจากสื่อออฟไลน์ที่ขยายมาสู่สื่อออนไลน์ยังคงเป็นแนวโน้มใหญ่
ทว่าการขยายตัว หรือการเติบโตของโฆษณาผ่านอินเทอร์เน็ตชะลอตัวลงมากในตลาดหลักๆ เช่น สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ จากที่เคยบเติบโตเป็นเลขสองหลักในอัตราสูงไปถึงกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ในระยะไม่กี่ปีมานี้ลดลงไปเหลืออยู่ในระดับต่ำ และผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นไปอย่างรวดเร็ว รู้สึกกันได้ต้องแต่เมื่อสองสามเดือนก่อนแล้ว
อังกฤษเป็นประเทศที่สัดส่วนการโฆษณาออนไลน์สูงที่สุดในโลก กล่าวคือสัดส่วนสูงถึง 20 เปอร์เซ็นต์ของรายจ่ายด้านการโฆษณาทั้งหมด สูงกว่าระดับเฉลี่ยของโลกกว่าสองเท่าตัว คาดว่าในปีนี้การเติบโตของโฆษณาออนไลน์จะลดลงไปเหลือเพียง 18.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งแม้ว่าจะยังคงดูว่าเติบโตสูงก็จริง แต่อัตราการเติบโตดังกล่าวยังไม่ถึงครึ่งของปีก่อนเสียด้วยซ้ำ
ที่น่าสนใจก็คือการเติบโตส่วนใหญ่นั้นมาจากโฆษณาผ่านกูเกิลและเสิร์ชเอ็นจิ้น ตัวอื่นๆ เป็นการโฆษณาที่สอดคล้องกับผลลัพธ์การค้นหรือการใช้งาน ไม่ใช่โฆษณาประจำเว็บแบบที่แปะกันเองหรือซื้อพื้นที่โดยตรงตามปกติ โดยครึ่งแรกของปีที่ผ่านมา 58 เปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่ายด้านการโฆษณาเป็นการโฆษณาผ่านเสิร์ชเอ็นจิ้น และกูเกิลมีส่วนแบ่ง
ในตลาดนี้ถึง 87 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่โฆษณาแบบดิสเพลย์ หรือการซื้อพื้นที่โฆษณาโดยตรงในช่วงเดียวกันนั้นกลับลดลงมากกว่าสิบเปอร์เซ็นต์
แนวโน้มโฆษณาออนไลน์ในอังกฤษ ซึ่งเป็นตลาดที่คึกคักที่สุดในโลกน่าจะสะท้อนทิศทางบางอย่างได้ เมื่อผลสะเทือนจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำแผ่ไปถึงธุรกิจต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม ด้านหนึ่งผู้โฆษณาก็ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ขณะเดียวกันผู้บริโภคเองก็เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอย
โฆษณาที่เข้าเป้าหมายและสอดคล้องกับความต้องการมากที่สุดจึงจะได้ผลที่สุด นั่นหมายถึงคุณภาพของโฆษณาและช่องทางกับวิธีการจะต้องพัฒนาขึ้นไปอีกมาก
คอลัมน์ WEBBIZ โดย
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้
|