|
พฤหัสบดี, 30 ตุลาคม 2008 |
ปวดหัว อาการทรมานที่สุดแสนจะใกล้ชิด ของผู้คนที่ล้วนแต่เจอมาแล้วทั้งนั้น การปวดนี้มีทั้งจากการกินมากเกินไป ใช้สายตามากเกินไป ท้องผูก สูบบุหรี่ ดื่มสุรามาก หรือจากมลพิษ และแบบเรื้อรังที่เรียกว่า "ไมเกรน"
องค์การสุขภาพแห่งสหรัฐอเมริกาเขาเก็บสถิติมา ได้ว่า มีอเมริกันชนที่ต้องเผชิญกับภาวะปวดอย่างเรื้อรังหรือไมเกรนนี้มากถึง 15,000,000 คน
ผลก็คือ รัฐต้องใช้จ่ายเงินมากกว่า 300 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี เป็นค่ารักษาพยาบาล
จากการศึกษาพบว่าการปวดไมเกรนเป็นผลจากเส้นเลือดและเส้นประสาท ในศีรษะถูกดึง บีบตัวทำให้ทำงานไม่ปกติ การหดเกร็งแล้ว พองออกทำให้ปวดศีรษะเป็นชั่วโมงหรือเป็นวันๆ
การที่ไมเกรนจะเริ่มกำเริบนั้น ทางการเพทย์บอกว่า แต่ละคนจะมีอาการไม่เหมือนกัน แบ่งเป็น
ปวดแบบคลาสสิก เริ่มจากปวดศีรษะข้างเดียวก่อน ปวดตุบๆ จากขมับลามไปเบ้าตา คอ และปวดไปทั้งศีรษะ หน้าหรือตา อาจบวมได้ บางรายจะเห็นแสงระยิบระยับนำมาก่อนการปวด
ปวดแบบปัจจุบันทันด่วน เริ่มจากปวดอย่างรุนแรง หลังจากการตื่นนอนแล้วประมาณ 1-2 ชั่วโมง ส่วนใหญ่เป็นการปวดหลังดวงตา ทำให้ตาบวม แดงถึงขนาดปิดได้ น้ำตาไหล คัดจมูกน้ำมูกไหล อาจเกิดอาการไมเกรน ซินโดรม ที่ทำให้หงุดหงิด ปั่นป่วนในท้อง อาเจียน แพ้แสงสว่าง ท้องผูก หรือท้องเสียร่วมด้วย
ส่วนเหตุที่ไมเกรนไปรุกรานนั้น มักเกิดจากความเครียด พักผ่อนไม่พอ กินอาหารที่ใส่ผงชูรส สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะไวน์แดง หรืออาจเกิดจากการใช้ยาบางชนิดมากเกินความจำเป็น หรือเกิดจากพฤติกรรมที่ทำให้กระดูกต้นคอกดทับประสาท อาทิ นอนดูโทรทัศน์ นอนหมอนสูงไปหรือต่ำเกินไป ก้มหน้าทำงานหรือทำคอมพิวเตอร์นานเกิน รวมทั้งสภาวะ อากาศที่เปลี่ยนแปลงก็ล้วนแต่มีผลทั้งสิ้น
ส่วนการรักษานั้น นอกจากจะบรรเทาอาการด้วยการใช้ น้ำแข็งประคบ ใช้ยาระงับปวด พักผ่อนให้เพียงพอแล้วนั้น ปัจจุบันยังมีการใช้แพทย์ทางเลือกอย่าง "ไคโรแพรคติก" หรือ "การจัดกระดูก" มาช่วยรักษา
มาดูกันเขาช่วยได้อย่างไร
ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการจัดกระดูกสันหลังและดูแลระบบประสาท สมาคมการแพทย์ไคโรแพรคติกแห่งประเทศไทย พบว่าคอของคนเรามีกระดูกอยู่ 7 ข้อ ซึ่งเป็นแหล่งรวมของเส้นประสาทและเส้นเลือดที่จะไปเลี้ยงศีรษะ หากกระดูกข้อใด ข้อหนึ่งเกิดเคลื่อนผิดตำแหน่งก็จะทำให้เส้นเลือด เส้นประสาทถูกบีบหรือตึงตัว เป็นเหตุให้เกิด ไมเกรนขึ้นมาได้
ดังนั้นเพียงแค่จัดสิ่งที่อยู่ผิดที่ผิดทางให้กลับเข้าที่เท่านั้น อาการปวดก็จะหายไป ทั้งนี้ไคโรแพรคเตอร์ใช้การเอกซเรย์ประกอบการวินิจฉัยเพื่อความแม่นยำในการรักษาเสียก่อน
แม้ไคโรแพรคติกจะช่วยให้อาการปวดหายได้ก็ตาม แต่ผู้ป่วยต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยการปรับบุคลิกภาพในการดำเนินชีวิต การนั่ง ยืน นอน ไปจนถึงท่าทางการทำงานด้วยจะช่วยให้การรักษาได้ผลดียิ่งขึ้น
นี่เป็นอีกหนทางหนึ่งที่ช่วยขจัดไมเกรนให้ไกลห่าง !!
คอลัมน์ วาไรตี้เฮลท์ |