นายวีระ วงศ์ทรัพย์คณา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ค้าส่งไอทีข้ามชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณปัญหาของผู้ประกอบการรายย่อยที่อยู่ตามศูนย์ไอทีต่างๆ มากขึ้น ทั้งในภาพของการที่มีพื้นที่ว่าง ร้านค้าไม่ต่อสัญญาเช่า หรือมีการประกาศเซ้งร้าน เนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ยอดขายตกลงซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเกิดขึ้นกับรายเล็กๆ ซึ่งภูมิต้านทานต่อปัญหาเศรษฐกิจน้อย เนื่องจากลูกค้าในกลุ่มคอนซูเมอร์ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น โดยช่วงไตรมาสที่ 3 ต่อเนื่องมากำลังซื้อค่อนข้างเบาบาง ขณะที่กำลังที่เหลือก็ไปอยู่ในงานอีเวนต์
นอกจากนี้ปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณที่ร้านค้ามีปัญหาสภาพคล่องมากขึ้น โดยมีดีลเลอร์ขอยืดเครดิตการชำระเงินมากกว่าปกติ ส่วนหนึ่งเพราะช่วงต้นปีมีบางรายนำเงินทุนหมุนเวียนไปขยายการลงทุนเปิดร้านใหม่ เมื่อกำลังซื้อในตลาดลดลงก็กระทบต่อสภาพคล่อง ขณะที่ทางธนาคารพาณิชย์ก็เริ่มเข้ามาขอรีวิวเครดิตของดีลเลอร์ต่างๆ ซึ่งแนวโน้มก็คือจะลดวงเงินเครดิตทำให้วงเงินในการทำธุรกิจของดีลเลอร์ต่างๆ ลดน้อยลง ก็จะยิ่งทำให้เกิดปัญหาเรื่องสภาพคล่องมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของอินแกรมฯนั้น มีความเข้มงวด คู่ค้าที่ทำธุรกิจส่วนใหญ่ก็มีความตั้งใจในการทำธุรกิจ ซึ่งถ้าเป็นการขอยืดเครดิตเพราะเหตุผลทางธุรกิจ เช่น ลูกค้าจ่ายช้าก็ผ่อนผันได้ โดยช่วงเวลานี้เจ้าของศูนย์ไอทีต่างๆ ต้องเข้ามาช่วยร้านค้าในการจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ เช่น ที่พันธุ์ทิพย์ พลาซา มีการจัดกิจกรรมฮอตเซลในช่วงต้นเดือน พ.ย.นี้
นายวีระกล่าวว่า จากที่ได้ประเมินสถานการณ์ต่างๆ ทางบริษัทคาดการณ์ว่าปีนี้อัตราการเติบโตของตลาดไอทีจะอยู่ที่ประมาณ 8-10% และคาดว่าปีหน้าจะอยู่ที่ประมาณ 5-8% เท่านั้น ซึ่งสำหรับธุรกิจไอทีถือว่าต่ำมาก ซึ่งจากผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้บริษัทแม่ก็มีนโยบายให้เบรกแผนการลงทุนใหม่ๆ รวมทั้งขอทบทวนโครงการที่ดำเนินการอยู่ด้วย
เช่น โครงการร่วมมือกับคู่ค้าเปิดช็อป "PrimerTech และ PrimerSoft" เพื่อพัฒนาร้านค้ารูปแบบใหม่ จากเดิมปีนี้มีแผนจะเปิดประมาณ 15 แห่ง และเพิ่มเป็น 50 แห่งในปีหน้า โดยขณะนี้ได้เปิดไปเพียง 3 แห่ง คือที่ไอทีมอลล์ ฟอร์จูน และพันธุ์ทิพย์ พลาซา ประตูน้ำ และมีอีก 2-3 แห่งอยู่ในขั้นตอนการตกลงเรื่องสถานที่ ซึ่งบริษัทแม่ให้ดำเนินการต่อไปได้ แต่ในส่วนของการหาทำเลใหม่ๆ นั้น ต้องชะลอไว้ก่อน รวมถึงแผนที่จะเปิดสำนักงานสาขาส่วนภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม ก็มีบางแห่ง เช่นที่ตึกคอม ขอนแก่น เดิมมีแผนจะเปิดตัวในเดือนตุลาคมนี้ แต่เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจ ทางคู่ค้าที่ขอนแก่นจึงขอชะลอโครงการไว้ก่อน เพราะไม่มั่นใจว่าลงทุนแล้วจะคุ้มหรือไม่
นายวีระกล่าวว่า นอกจากนี้บริษัทแม่ได้มีนโยบายให้ทุกประเทศทั่วโลกลดค่าใช้จ่ายเพื่อเพิ่มกำไรในการทำธุรกิจ เช่นที่ได้ดำเนินการแล้วคือ การเก็บค่าขนส่งสินค้าจากดีลเลอร์ จากปกติที่จะส่งให้ฟรี เป็นการให้ดีลเลอร์ช่วยแบ่งเบาภาระ แต่ทั้งนี้บริษัทก็มีมาตรการสนับสนุน เช่นถ้าสั่งสินค้าทางอินเทอร์เน็ต ก็จะไม่คิดค่าขนส่ง เพราะการสั่งสินค้าทางอินเทอร์เน็ตก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพนักงานและแบ็กออฟฟิศของบริษัทได้ นอกจากนี้บริษัทก็มีการตัดงบฯเอ็นเตอร์เทนลูกค้า ตัดงบฯเดินทางในการเยี่ยมคู่ค้า โดยเปลี่ยนมาเป็นการใช้ประชุมทางโทรศัพท์แทน
ทั้งนี้ในส่วนของพันธุ์ทิพย์ พลาซา นอกจากการจัดกิจกรรมกระตุ้นช่วยร้านค้าแล้ว ทางผู้บริหารก็มีนโยบายช่วยเหลือในเรื่องค่าเช่าเพื้นที่ จากปกติปรับขึ้นปีละ 7-8% ในปีหน้าก็มีนโยบายที่จะปรับขึ้นเพียง 5-6% เพื่อช่วยเหลือผู้เช่า