Performancing Metrics

เว็บการตลาดยอดนิยม : WiseKnow.Com - พิษเศรษฐกิจโลก...ระบาด "สื่อสาร-ไอที" จนมุม
พิษเศรษฐกิจโลก...ระบาด "สื่อสาร-ไอที" จนมุม PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
แย่มากดีมาก 
จันทร์, 03 พฤศจิกายน 2008

พิษเศรษฐกิจโลก...ระบาด "สื่อสาร-ไอที" จนมุม
ผลพวงจากวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นเริ่มส่งผลลัพธ์เป็นรูปธรรมชัดเจน เมื่อหลายบริษัทชั้นนำระดับโลกประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 3 พบว่ากำไรลดต่ำกว่าที่ คาดการณ์ ขณะที่ไตรมาสที่ 4 ความหวังสุดท้ายของหลายๆ บริษัทยังคงน่าเป็นห่วง

เพราะมรสุมเศรษฐกิจครั้งนี้ผู้ประกอบการต่างยอมรับว่า "ยากเกินกว่าจะคาดการณ์ได้" ไม่พ้นแม้กระทั่งในธุรกิจสื่อสารและไอที

โดยตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา บริษัทสื่อสาร-ไอที ได้เริ่มทยอยรายงาน ผลประกอบการ พร้อมประกาศมาตรการรับมือกับวิกฤตครั้งนี้

เริ่มจากตลาดมือถือโดยนักวิเคราะห์จาก "การ์ดเนอร์" ได้ปรับลดคาดการณ์อัตราการเติบโตปีนี้เหลือ 8% จากเดิม 10.6% เพราะความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในยุโรปตะวันออก และยอดขายของผู้ผลิตมือถือทั่วโลกที่ส่งสัญญาณการชะลอตัว

ขณะที่ "โนเกีย" รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3 กำไรลดลง 30% รวมทั้งมาร์เก็ตแชร์ทั่วโลกลดลงเหลือ 38% จาก 40% ด้วยยอดขาย 117.8 ล้านเครื่อง และราคามือถือเฉลี่ยต่อเครื่องลดลงเหลือ 72 ยูโร จาก 74 ยูโร เพราะปัจจัยด้านการ แข่งขันที่รุนแรง และสภาวะเศรษฐกิจ ส่งผลให้ยอดขายโนเกียส่วนใหญ่เกาะกลุ่มอยู่ในรุ่นโลว์เอนด์ตามประเทศเกิดใหม่ ส่วนในยุโรปและอเมริกานั้นยอดขายลดลง

แต่โนเกียยังหวังว่าจะสามารถทวงส่วนแบ่งตลาดคืนได้ในไตรมาสที่ 4

ด้านแบรนด์เกาหลี "แอลจี" รายงานว่า กำไรลดลงกว่า 93% โดยมีกำไรประมาณ 24.9 พันล้านวอน จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 339.2 พันล้านวอน เพราะค่าเงินที่อ่อนตัว

"เจมส์ จีออง" ซีเอฟโอของแอลจี กล่าวว่า ปกติไตรมาสที่ 4 คือช่วงเวลาในการทำยอดขายสำหรับสินค้ากลุ่มจอดิสเพลย์และมือถือ แต่สภาพเศรษฐกิจได้ส่งผลกระทบยอดขายของแอลจีชะลอตัวลง และปีหน้าสถานการณ์จะยากขึ้นอีก และไม่ใช่แค่เพียงแต่เรา แต่เป็นผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด

"พวกเรากำลังคิดถึงการเอาต์ซอร์ซเพื่อช่วยลดรายจ่ายและมีความยืดหยุ่นมากกว่า และแอลจีจะเข้าสู่ตลาดโลว์เอนด์ในครึ่งปีแรกของปีหน้าด้วย เพื่อจะกระตุ้นยอดขายท่ามกลางดีมานด์ที่มีน้อยลง และเพื่อแข่งกับโนเกียในตลาดเกิดใหม่"

ฝั่งธุรกิจมือถือของ "ซัมซุง" ภาพรวมไตรมาสที่ 3 มีกำไรสุทธิลดลง 44%

ขณะที่ "โซนี่ อีริคสัน" จากฝั่งยุโรป ดูเหมือนจะเจ็บหนักสุด เพราะพบกับภาวะขาดทุนประมาณ 33.5 ล้านเหรียญ (25 ล้านยูโร) ขณะที่ไตรมาสที่ 3 ปีที่แล้ว 267 ล้านยูโร) ผลจากยอดขายที่ลดลงจากความต้องการของตลาดเป้าหมายของโซนี่ อีริคสัน อิ่มตัว บวกกับความผันผวนของ ค่าเงิน และต้นทุนที่สูงขึ้นของซัพพลายเออร์ รวมทั้งการหันมาทำตลาดรุ่นราคาถูกมากขึ้น

"ดิก โคมิยาม่า" ซีอีโอค่ายโซนี่ อีริคสัน กล่าวว่า บริษัทยังคงเดินหน้าลดค่าใช้จ่ายด้านปฏิบัติการประมาณ 300 ล้านยูโร เพื่อช่วยบริษัทให้มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการรวมฝ่ายวิจัยและพัฒนาเข้าด้วยกัน

ด้านตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล "การ์ดเนอร์" ประกาศว่า ไตรมาสที่ 3 ยอดขายพีซีทั่วโลกโตขึ้น 15% หรือ 80.6 ล้านเครื่อง แต่มีแนวโน้มว่าจะปรับตัวเลขคาดการณ์ไตรมาสที่ 4 ลงจากที่คาดการณ์ว่าจะเติบโต 14% เพื่อสะท้อนถึงความอ่อนแอทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น

ขณะที่ "ไมโครซอฟท์" หลังเห็นผลประกอบการไตรมาส 3 ต่ำกว่าที่คาดไว้ ได้ปรับแนวโน้มคาดการณ์รายได้ไตรมาสที่ 4 และภาพรวมของปีงบประมาณ 2009 ใหม่ เพราะกังวลว่ายอดขายพีซีอาจจะต่ำกว่าที่ประเมินไว้และจะกระทบกับธุรกิจของ ไมโครซอฟท์

"คริส ลิดเดลล์" ซีเอฟโอไมโครซอฟท์ กล่าวถึงแผนรับมือวิกฤตเศรษฐกิจว่า ไมโครซอฟท์จะเน้นเสนอสินค้าที่สร้างมูลค่าเพิ่มแก่ลูกค้าในราคาคุ้มค่า และทำให้ต้นทุนรวมในการใช้งานของลูกค้าลดลง

รวมถึงรัดเข็มขัดการใช้จ่ายของบริษัทเอง โดยประเมินว่าจะลดค่าใช้จ่ายประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ก่อนปิดปีงบประมาณ 2009 ทั้งค่าใช้จ่ายด้านการตลาด รวมถึงการทบทวนอัตราค่าจ้างใหม่ และลดรายจ่ายของพนักงาน เช่น ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เป็นต้น

นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์จะระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น โดยจะโฟกัสเฉพาะเรื่องที่สำคัญจริงๆ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจยังไม่แน่นอนและเปลี่ยนแปลงได้ง่าย

"อนาคตระดับความไม่แน่นอนมีสูงมากบนพื้นฐานของเศรษฐกิจในปัจจุบัน เราไม่สามารถควบคุมเศรษฐกิจได้ แต่เรา สามารถควบคุมการดำเนินงานของเราได้" ลิดเดลล์กล่าว

ขณะที่ธุรกิจออนไลน์ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเฉพาะ "ยาฮู" มีกำไรลดลง 64% เพราะค่าโฆษณาที่ถือเป็นแหล่งสร้างรายได้สำคัญลดลง "ยาฮู" แก้ปัญหาด้วยการปรับลดค่าใช้จ่าย โดยการเลย์ออฟ พนักงานอย่างน้อย 1,500 คน ซึ่งคาดว่าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 400 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ยาฮูอาจจะปิดออฟฟิศบางแห่งในสหรัฐ

"เบรก โจกินสัน" ซีเอฟโอยาฮู กล่าวว่า "ต้องโทษปัจจัยทางเศรษฐกิจที่มีความท้าทายมากขึ้น ขณะที่ดีมานด์ของการโฆษณาลดน้อยลง ทำให้บริษัทต้องพบกับผลลัพธ์ที่น่าผิดหวังเช่นนี้" ด้านร้านค้าปลีกออนไลน์ "อีเบย์" แม้ว่าจะมีกำไรเพิ่มขึ้น 12% แต่ธุรกิจประมูลออนไลน์ซึ่งเป็นเรือธงของบริษัทกลับอยู่ในขาลงอย่างหนัก ทำให้อีเบย์ออกมาปรับลดประมาณการรายได้ในอนาคต และก่อนหน้านี้ก็ออกมาประกาศว่าอาจจะต้องลอยแพพนักงานประมาณ 1 พันคน และลูกจ้างชั่วคราวอีก 600 คน เพื่อลดค่าใช้จ่าย
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

ค้นหาทุกข่าวใน WiseKnow

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

 Donate

Login

Workflows

เลือกฟีดข่าวที่ต้องการ

เมนูหลัก

Home
News
Section
Blog
Gallery
Links
News Feeds
Contact Us