|
เซ็นทรัล ชั่งใจ "รุก" หรือ "รับ" รีวิวแผนลงทุน-เร่งอุณหภูมิโปรโมชั่น |
|
|
|
|
จันทร์, 03 พฤศจิกายน 2008 |
สัมภาษณ์
ในค่ำคืน "ฉลอง 61 ปีเซ็นทรัล" เมื่อวันพุธที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา นอกจากเป็นแคมเปญใหญ่ที่สร้างสีสันและกระตุ้นตลาดในช่วงปลายปี เพราะทั่วทั้งห้างเซ็นทรัล ชิดลม เรือธงสำคัญ ถูกประดับประดาด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ ค่ำคืนดังกล่าวยังเป็นการขอบคุณลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มแฟนพันธุ์แท้ของเซ็นทรัล
มีโอกาสสัมภาษณ์ "ทศ จิราธิวัฒน์" หัวเรือใหญ่เซ็นทรัลรีเทล ที่ลงมาต้อนรับแขกเหรื่อที่มาร่วมงานอย่างอบอุ่นและกันเอง ถึงภาพรวมของธุรกิจค้าปลีก ทิศทางการลงทุน และแนวทางการทำตลาดของกลุ่มเซ็นทรัลรีเทล ที่จะก้าวเดินไปท่ามกลางความท้าทายของภาวะทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
คำตอบแรกที่ผู้นำค้าปลีกเอ่ยถึง ภาพรวมตลาดคงไม่ต่างไปจากความรู้สึกของนักธุรกิจในหลายๆ ธุรกิจ คือ เป็นปีที่ทำตลาดลำบาก และยากที่จะประเมินตลาดล่วงหน้านานๆ ได้ แม้กระทั่งเหลือเพียงไม่ถึง 2 เดือนจะจบปีนี้อยู่แล้ว
ในมุมมองของ "ทศ" บอกถึงผลลัพธ์ที่ตามมาว่า ทำให้เรื่องจะไปคาดการณ์ภาพของตลาดค้าปลีกในปีหน้าเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ตลอด การวางแผนงานจึงต้องทำเป็นช่วงๆ ต้องดูสถานการณ์เป็นระยะ
ทั้งที่ธุรกิจนี้การคาดการณ์ล่วงหน้าด้วยความแม่นยำเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
ถามว่าระหว่างสถานการณ์การเมืองในประเทศและ
เศรษฐกิจ สิ่งที่ทำให้หนักใจและกระทบต่อการทำตลาดมากที่สุดคืออะไร
คำตอบที่ได้รับแทบทันทีคือ "การเมือง เพราะคาดเดาได้ยากมาก"
อย่างน้อยก็ทำให้เป้ายอดขายของเซ็นทรัลรีเทล ซึ่งวางเป็นนโยบายสำหรับการทำงานของแต่ละหน่วยธุรกิจภายในเครือเซ็นทรัลรีเทล (ซีอาร์ซี) ที่เคยคาดหวังไว้ที่ 8.7 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 9% อาจต้องปรับลดลงไปจากเดิม
"เศรษฐกิจมั่นใจว่าสู้ได้ แต่การเมืองไม่รู้ว่าจะจบตรงไหน และเมื่อไร"
สั้นๆ แต่ชัดเจนอย่างยิ่ง
แม้ว่าค่ายค้าปลีกรายนี้จะมีธุรกิจมากแขนงที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่นๆ เช่นเดียวกับจำนวนสาขาที่มากกว่า อาทิ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าเซน ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ท็อปส์ ซูเปอร์ มาร์เก็ต เซ็นทรัลฟู้ดฮอลล์ เพาเวอร์บาย ซูเปอร์สปอร์ต บีทูเอส โฮมเวิร์ค และออฟฟิศ ดีโป้ เป็นต้น
ที่ผ่านมาแม้ว่าค่ายนี้จะมีงบประมาณการตลาดก้อนใหญ่และแผนงานส่งเสริมการขายถี่ยิบมาตลอดทั้งปี
ความไม่ชัดเจนที่เกิดขึ้นส่งผลถึงแผนขยายการลงทุนในโครงการต่างๆ ที่เจ้าตัวยอมรับว่า อาจต้องแตะเบรกและชะลอช้าออกไป
ผู้กุมบังเหียนใหญ่เซ็นทรัลรีเทลชี้ รายละเอียดว่า โครงการไหนที่เริ่มไปแล้วก็เดินหน้าทำต่อเนื่อง ส่วนโครงการไหนที่ยังไม่เริ่มก็หยุดเอาไว้ก่อน
"อีก 5-6 เดือน ค่อยมาว่ากันอีกที"
ผู้สื่อข่าวขอให้ยกตัวอย่างโครงการของเซ็นทรัลรีเทลที่อาจต้องชะลอออกไป "ทศ" บอกว่า แผนการต่างๆ จะมีความชัดเจนหลังจากตนได้เรียกประชุมทีมงานเพื่อหารือและสรุปกันในวันพรุ่งนี้ (31 ต.ค.2551) เพื่อดูว่าโครงการไหนบ้างที่ต้องหยุดก่อน โครงการไหนที่ยังพอรับมือและเดินหน้า ต่อไปได้
เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา "ทศ" ได้แถลงแผนการลงทุนในรูปแบบต่างๆ ของเซ็นทรัลรีเทลเอาไว้ว่า ในช่วง 3 ปีจากนี้ได้เตรียมงบฯการลงทุนใหม่จำนวน 4.2 หมื่นล้านบาท ทั้งในและต่างประเทศ อาทิ แผนการเปิดห้างสรรพสินค้าใหม่ 8 แห่ง คือ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ พัทยา ขอนแก่น เชียงใหม่ และพระราม 9 รวมถึงโรบินสันชลบุรี อุบลราชธานี และเชียงราย การเปิดห้างเซ็นทรัลในเมืองหางโจว ประเทศจีนปลายปี 2552
ในจำนวนนี้รวมถึงแผนการพัฒนาพื้นที่ค้าปลีกในรูปแบบคอมมิวนิตี้มอลล์ ภายใต้ชื่อท็อปส์ มาร์เก็ตเพลส โดยตั้งเป้าขยายให้ได้ปีละ 3 แห่ง
เอ่ยถามถึงกลยุทธ์ทางการตลาดในเวอร์ชั่นของเซ็นทรัลที่จะเข้ามาสร้างความต่างของสีสันและกระตุ้นยอดขายรับมือภาวะตลาดซบ และกำลังซื้อชะลอตัวนี้
บอสใหญ่เซ็นทรัลรับว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงไปมีผลพอสมควร แต่สิ่งที่ทางเซ็นทรัลต้องทำและ เพิ่มน้ำหนักมากขึ้น คือ ในช่วง 1-2 เดือน ที่เหลือก่อนปิดบัญชีคือ "โปรโมชั่นและ แคมเปญ" ในรูปแบบต่างๆ ที่จะเข้ามา เป็นตัวเร่งและสร้างสีสันให้ลูกค้าเกิดการ จับจ่าย
ทุกสาขาจะมีกิจกรรมเหล่านี้ทยอยออกมามากขึ้นเรื่อยๆ
และ 1 ในแคมเปญไฮไลต์ที่น่าจะเป็นทีเด็ดเร่งยอดขาย คือ อีเวนต์ฉลองครบรอบ 61 ปีเซ็นทรัลที่หมายมั่นต้องทำยอดขาย 1,500 ล้านบาทให้ได้ ภายในช่วงเวลา 5 วันนี้ |