|
"สตาร์บัคส์" ปรับกลยุทธ์ ชู "CSR" ปลุกกระแสนิยม |
|
|
|
|
อังคาร, 04 พฤศจิกายน 2008 |
แม้ "สตาร์บัคส์" เชนกาแฟยักษ์ใหญ่ของโลก ต้องเผชิญกับภาวะยากลำบากจนต้องปิดสาขาและเลย์ออฟพนักงานลอตใหญ่มาแล้ว ขณะที่ผลงานในไตรมาสล่าสุด (สิ้นสุด ณ เดือนกันยายน) ซึ่งจะเปิดเผยรายงานในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ ก็ส่อแววจะแย่ลงอีก แต่สตาร์บัคส์ก็ไม่ย่อท้อที่จะพลิกฟื้นสถานการณ์ให้ดีขึ้น
เอพีรายงานว่า สตาร์บัคส์พยายามจะ รีแบรนด์ภาพลักษณ์ของบริษัทท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจตกสะเก็ด เพื่อพลิกฟื้นสถานการณ์ยอดขายจากการลดการใช้จ่ายของผู้บริโภค
โดยสตาร์บัคส์เข้าร่วมในโครงการ RED ซึ่ง "โบโน" นักร้องดังแห่งวง U2 เป็น ผู้ร่วมก่อตั้ง ซึ่งสตาร์บัคส์จะบริจาคเงินบางส่วนที่ได้จากการขายเครื่องดื่มไปให้กับองค์กรโกลบอลฟันด์ ที่ระดมเงินทุนและสร้างความตระหนักเกี่ยวกับโรคเอดส์ในแอฟริกา ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเมล็ดกาแฟสำคัญของสตาร์บัคส์
สตาร์บัคส์จะเริ่มโครงการ RED ในช่วงเทศกาลวันหยุดปลายปีนี้ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ 27 พฤศจิกายน ถึง 2 มกราคม 2552 ซึ่งจะแบ่งเงิน 5 เซนต์จากยอดขาย เครื่องดื่ม "เปปเปอร์มินต์ มอคค่า ทวิสต์" "จิงเจอร์สแนป ลาเต้" และ "เอสเปรสโซ่ ทรัฟเฟิล"
การเข้าร่วมโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการแบ่งปันเพื่อโลก "Shared Planet" ซึ่งเป็นนโยบายของสตาร์บัคส์ที่มุ่งให้ความสำคัญกับนโยบาย สีเขียว รวมถึงการดำเนินธุรกิจโดยไม่ลืมที่จะเอาใจใส่ชุมชนรอบข้างไปพร้อมกัน
ทั้งนี้ การขยับโดยโฟกัสไปที่การทำธุรกิจอย่างรับผิดชอบ หรือที่เรียกว่า corporate social responsibility (CSR) เป็นความพยายามพลิกฟื้นสถานการณ์ของสตาร์บัคส์ หลังจากยอดขายและจำนวนลูกค้าลดลงอย่างต่อเนื่อง
"โฮเวิร์ด ชูลต์ส" ซีอีโอของสตาร์บัคส์ กล่าวว่า บริษัทคาดหวังที่จะสื่อถึงลูกค้าที่พากันรัดเข็มขัดในยามเศรษฐกิจย่ำแย่ และนำเสนอถึง "มนุษยธรรม" ของสตาร์บัคส์ รวมถึงการตระหนักถึงสังคม
นอกจากนี้ สตาร์บัคส์ยังมีแผนจะซื้อเมล็ดกาแฟที่ได้ใบรับรองการซื้อขาย อย่างเป็นธรรมเพิ่มขึ้น 2 เท่า เป็น 40 ล้านปอนด์ ภายในปี 2552
โดยสตาร์บัคส์เตรียมจับมือกับ "ทรานส์แฟร์ ยูเอสเอ" ซึ่งออกใบรับรองการซื้อขายสินค้าอย่างเป็นธรรม รวมถึงองค์กร "แฟร์เทรด ลาเบลลิ่ง ออร์แกไน เซชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล" สมาคมที่ดูแลการค้าอย่างเป็นธรรม เพื่อจะสร้างแนวปฏิบัติเกี่ยวกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่ดี
การขยับเรื่อง CSR ยังรวมไปถึงการใช้ถ้วยกาแฟที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ หรือรีไซเคิลได้ ลดการทำลายสภาพแวดล้อมด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้พลังงานหมุนเวียน การรักษาแหล่งน้ำ ให้ความสำคัญกับการก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และบริการชุมชน
ทั้งนี้ โบโน ได้กล่าวชื่นชมสตาร์บัคส์ที่เข้าร่วมโครงการนี้ ตามรอยบรรดาบริษัทระดับบิ๊กอย่าง ไมโครซอฟท์ คอนเวิร์ส แอปเปิล และ ฮอลมาร์ค ที่ต่างเข้าร่วมในโครงการนี้ โดยเฉพาะในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่ไม่สดใสนัก
"เราคุยกันถึงภาวะเศรษฐกิจ บางคนอาจจะบอกว่า โลกอาจจะไม่อยากได้ร้านกาแฟมากมายเกินไป แล้วคุณทำอย่างไร สตาร์บัคส์ทำอะไร ในที่สุดคุณกลับตัดสินใจที่จะแบ่งปัน เพราะมันไม่ใช่แค่การกุศล แต่นี่เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ" |