Performancing Metrics

WiseKnow : Marketing Knowledge Provider - ค่ายรถไม่สนศก.ซบเดินหน้าอีโคคาร์ ′โตโยต้า′คลอดก่อนกำหนด ′ฮอนด้า′เปิดรง.แห่งที่สอง
ค่ายรถไม่สนศก.ซบเดินหน้าอีโคคาร์ ′โตโยต้า′คลอดก่อนกำหนด ′ฮอนด้า′เปิดรง.แห่งที่สอง PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
แย่มากดีมาก 
พุธ, 05 พฤศจิกายน 2008

ค่ายรถไม่สนศก.ซบเดินหน้าอีโคคาร์ ′โตโยต้า′คลอดก่อนกำหนด ′ฮอนด้า′เปิดรง.แห่งที่สอง

 

ค่ายรถประสานเสียงเดินหน้าอีโคคาร์ สถาบันยานยนต์เผยค่ายรถวิ่งหาซัพพลายเออร์ผลิตชิ้นส่วนป้อนคึกคัก "โตโยต้า" เตรียมเร่งคลอดก่อนกำหนด หวังโกยยอดขายช่วงลูกค้านิยมรถประหยัด "ฮอนด้า" เปิดโรงงานแห่งที่ 2 รับการผลิตแล้ว

.......ส่วน"นิสสัน"ยอมรับต้องออกตัวทีหลัง เพราะวางแผนไว้ในปี 2554 "ทาทา" เล็งหาพื้นที่ตั้งโรงงานอยู่ ยันออกรถได้ตามที่ BOI กำหนด ด้าน BOI เผยยังไม่มีค่ายรถขอยืดเวลาการผลิตออกไป ย้ำทุกค่ายยังเดินตามแผนงาน

 

นายวัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการ สถาบันยานยนต์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการผลิตรถยนต์ขนาดเล็กประหยัดพลังงาน หรืออีโคคาร์ ว่า ขณะนี้บรรดาผู้ผลิตรถยนต์ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในโครงการผลิตรถยนต์ขนาดเล็กนั้น กำลังอยู่ระหว่างการจัดหาบริษัทชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อใช้ในการผลิตรถยนต์อีโคคาร์ของแต่ละค่ายอยู่ คาดว่าภายในเดือนตุลาคมปีหน้าจะได้เห็นรถอีโคคาร์ออกสู่ตลาดอย่างแน่นอน สำหรับค่ายรถยนต์ที่มีความพร้อมมากที่สุด คือ ฮอนด้า ส่วนค่ายอื่นๆ จะทยอยส่งรถออกสู่ตลาดตามแผนงานเดิมที่เเจ้งไว้กับ BOI

 

ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยและความเหมาะสมของสภาพเศรษฐกิจรวมทั้งสภาพของตลาดรถยนต์ด้วยว่า จะมีความเหมาะสมกับการส่งรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดหรือไม่ โดยเฉพาะสถานการณ์การจำหน่ายรถยนต์ภายในประเทศและตลาดส่งออก รวมทั้งช่วงจังหวะและระยะเวลาในการตัดสินใจส่งรถรุ่นใหม่ๆ ออกมาทำตลาด
อย่างไรก็ตาม คาดว่าค่ายรถอาจจำเป็นต้องพิจารณาและรอให้ตลาดฟื้นตัวอีกสักระยะ ซึ่งน่าจะใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อรอดูความพร้อมต่างๆ และหากไม่มีอะไรผิดพลาดในช่วงปลายปีหน้าคงจะได้เห็นรถยนต์อีโคคาร์ออกมาสู่ตลาดอย่างแน่นอน

 

"ตอนนี้ค่ายรถที่เข้าร่วมโครงการอีโคคาร์อยู่ระหว่างการจัดหาบริษัทซัพพลายเออร์มารองรับการผลิต หรือบางรายก็อยู่ในขั้นตอนการหาพื้นที่ตั้งโรงงาน ซึ่งค่ายที่จะผลิตรถออกมาได้เร็วที่สุดนั้นถือว่าเป็นเรื่องดี ส่วนบางค่ายที่ยังไม่พร้อมก็คงจะมีการทยอยส่งรถอีโคคาร์ออกมาในปีถัดไป ซึ่ง ณ วันนี้ เรายืนยันได้ว่ายังไม่มีค่ายรถรายใดขอเลื่อนการขอรับการส่งเสริมการลงทุนออกไป หนำซ้ำยังมีความพยายามเร่งผลิตรถออกมาโดยเร็วด้วย" นายวัลลภกล่าว

 

นอกจากนี้ การที่รัฐบาลให้การสนับสนุนและส่งเสริมรถยนต์อีโคคาร์ โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี 20% ซึ่งจะเริ่มใช้ได้จริงตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2552 เป็นต้นไป หากมีการชะลอโครงการดังกล่าวออกไป ค่ายรถยนต์จะต้องแจ้งเลื่อนระยะเวลาขอต่ออายุบัตรส่งเสริมโครงการอีโคคาร์ออกไป ซึ่งตามข้อกำหนดแล้วจะต้องแจ้งเลื่อนเพื่อขอต่ออายุบัตรส่งเสริมได้ครั้งละ 1 ปี และสามารถขอต่ออายุได้ไม่เกิน 2 ครั้งเท่านั้น

 

นายอดิศักดิ์ โรหิตศุน รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัทเอเชี่ยน ฮอนด้า มอเตอร์ สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียของฮอนด้า เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการอีโคคาร์ของฮอนด้าว่า ขณะนี้บริษัทกำลังดำเนินงานในส่วนของฝ่ายปฏิบัติการแล้ว ซึ่งจะเป็นผู้ดำเนินการต่อไปในส่วนของกระบวนการ การออกแบบ การผลิต รถยนต์อีโคคาร์ให้ได้ตามสเป็กที่รัฐบาลกำหนดไว้

 

ทั้งนี้ฮอนด้าต้องการที่จะผลิตและส่งรถอีโคคาร์ออกสู่ตลาดให้ได้โดยเร็วที่สุด แต่ยังต้องมีการเจรจาในส่วนของรายละเอียดกับบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วน และดูถึงความพร้อมของซัพพลายเออร์ ซึ่งรัฐบาลควรที่จะเข้ามาสนับสนุนและประสานงานตรงนี้ด้วย

 

"เราอาจจะไม่ใช่ผู้ที่ผลิตรถอีโคคาร์ออกมาเป็นรายแรก เนื่องจากฮอนด้าไม่ได้ใช้รถที่มีอยู่แล้วมาดัดแปลงให้เข้ากับเงื่อนไข แต่รถอีโคคาร์ของเราจะเป็นรถที่ได้รับการออกแบบและเป็นโมเดลใหม่ทั้งหมด เพราะถ้าจะทำให้ได้ตามข้อกำหนดทั้งหมดของรัฐบาล เราจะเอารถที่มีอยู่แล้วมาดัดแปลงไม่ได้ แต่วันนี้เราขอยืนยันทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม"

 

นางเพียงใจ แก้วสุวรรณ รองผู้จัดการใหญ่ รัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท สยามนิสสัน ออโตโมบิล จำกัด และในฐานะประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า จากกรณีที่มีข่าวออกมาว่ามีบริษัทผู้ผลิตรถยนต์บางรายได้ชะลอแผนการผลิตรถยนต์อีโคคาร์ รวมทั้งแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในปี 2552 ออกไปอีกนั้น "คิดว่าไม่มีโอกาสเป็นไปได้" เพราะการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่จะเป็นการกระตุ้นให้ตลาดรถยนต์คึกคักขึ้น โดยเฉพาะรถยนต์อีโคคาร์ซึ่งถือเป็นรถโมเดลใหม่ ที่น่าจะเหมาะสมกับสภาพตลาดในเวลานี้ และยังเป็นแผนในระยะยาวของบริษัทรถยนต์แต่ละรายด้วย

 

ในส่วนของนิสสันนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้มีนโยบายที่จะชะลอแผนงานดังกล่าวออกไป เนื่องจากอีโคคาร์ถือเป็นรถยนต์โมเดลใหม่ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่ค่ายรถยนต์จะต้องมีแผนการส่งรถรุ่นใหม่ๆ ออกสู่ตลาด แต่จากข้อกำหนดและการให้สิทธิพิเศษทางด้านภาษีของบีโอไอ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2552 นี้ นิสสันคงจะผลิตรถอีโคคาร์ออกสู่ตลาดไม่ทัน เพราะตามแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทนั้น ได้วางแผนการผลิตอีโคคาร์ออกสู่ตลาดไว้ในช่วงปี 2554-2555

 

ด้านนายนิกร ประเสริฐสม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงแผนงานของโครงการผลิตรถยนต์ขนาดเล็กประหยัดพลังงานหรืออีโคคาร์ว่า ขณะนี้โตโยต้ายังคงดำเนินงานตามแผนงานที่วางไว้อย่างต่อเนื่อง แต่ในส่วนของรายละเอียดและขั้นตอนการทำงานนั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่บริษัทยืนยันว่าได้เร่งดำเนินการสำหรับโครงการดังกล่าวให้เร็วที่สุด ซึ่งตามแผนงานเดิมนั้นโตโยต้าเตรียมจะส่งรถอีโคคาร์ออกสู่ตลาดได้ในช่วงปี 2553 ซึ่งจนถึงขณะนี้เชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่โตโยต้าจะส่งรถอีโคคาร์ออกสู่ตลาดได้เร็วกว่ากำหนด

 

เช่นเดียวกับนายมิจิโร่ อิมาอิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ที่กล่าวยืนยันว่า โครงการอีโคคาร์ของมิตซูบิชินั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินงานต่างๆ และทุกอย่างยังคงเป็นไปตามแผนงานเดิมที่วางไว้ทุกประการ ขณะที่บริษัท ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ก็ได้ยืนยันถึงความพร้อมในการเดินหน้าโครงการอีโคคาร์เช่นเดียวกัน ซึ่งขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างขั้นตอนการประสานงานกับ BOI เพื่อสรุปเนื้อหาและรายละเอียดของโครงการอีโคคาร์ ที่ภาครัฐกำหนดให้ผู้ผลิตต้องปฏิบัติตามมาตรฐานต่างๆ โดยเฉพาะการพัฒนารถยนต์ที่ได้มาตรฐานในด้านความปลอดภัยและการควบคุมมลพิษ รวมถึงมาตรฐานการปล่อยไอเสีย ยูโร 4  

      
นอกจากนี้ บริษัทกำลังพิจารณาข้อเสนอของนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง เพื่อคัดเลือกเป็นที่ตั้งโรงงานผลิตรถอีโคคาร์ เบื้องต้นคาดว่าจะต้องใช้พื้นที่อย่างน้อยประมาณ 500 ไร่ โดยผู้ผลิตรถอีโคคาร์จะต้องเริ่มการผลิตภายในเวลา 66 เดือน หลังจากโครงการได้รับการอนุมัติ ซึ่งทาทามีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการผลิตรถให้ทันตามเงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนด

 

ด้านนางอรรชกา สีบุญเรือง บริมเบิล เลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้ผลิตรถยนต์ค่ายใดมาเรียกร้องขอให้ BOI ขยายระยะเวลาการลงทุนโครงการผลิตรถยนต์นั่งประหยัดพลังงานหรืออีโคคาร์ ดังนั้น BOI ยังไม่จำเป็นต้องออกนโยบายขยายการลงทุนไปล่วงหน้า คงต้องรอให้ผู้ผลิตรถยนต์เข้ามาชี้แจงถึงอุปสรรคปัญหาของการลงทุนก่อน แล้วถึงจะพิจารณาขยายระยะการลงทุนออกไปได้

 

ทั้งนี้ โดยปกติแล้วการอนุมัติส่งเสริมการลงทุน เจ้าของโครงการนั้นๆ จะต้องลงทุนภายในระยะเวลา 3 ปี หลังจากที่มีการอนุมัติไปแล้ว แต่ถ้ายังไม่ลงทุน ผลของการอนุมัติก็จะหมดอายุไปโดยปริยาย ถ้าต้องการจะลงทุนต่อ ก็ต้องทำเรื่องเสนอมาขอรับการส่งเสริมการลงทุนใหม่อีกครั้ง หรืออาจจะหารือเป็นกรณีพิเศษเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นจนไม่สามารถลงทุนได้ทัน โดยขอให้ BOI ผ่อนผันขยายระยะเวลาการลงทุนออกไปได้

 

และในกรณีของอีโคคาร์ นอกจากจะมีเงื่อนไขระยะเวลาการลงทุนที่เหมือนกับทุกกิจการแล้ว ยังมีเงื่อนไขเวลาเฉพาะกิจการการผลิตรถอีโคคาร์อีกด้วย กล่าวคือ ตั้งแต่ปีที่ 5 หลังจากอนุมัติส่งเสริมการลงทุน ค่ายรถยนต์นั้นๆ จะต้องมีปริมาณการผลิตอีโคคาร์จริงไม่น้อยกว่า 100,000 คัน/ปี

 

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

WiseKnow Search Engine

Login

Advanced Syndicate

Workflows