|
"อาร์เอส"ปลื้มธุรกิจดิจิทัลกำไรพุ่ง เร่งต่อยอดเว็บไซต์-รุกผลิตสื่อป้อนโมเดิร์นเทรด |
|
|
|
|
พฤหัสบดี, 06 พฤศจิกายน 2008 |

"อาร์เอส" เปิดแผนธุรกิจปี"52 พุ่งเป้ากลุ่มธุรกิจ "ดิจิทัล" เดินหน้าเปิดเว็บไซต์ สร้างคอมมิวนิตี้ ทำอินเตอร์แอ็กทีฟตรงกับศิลปินเจาะทาร์เก็ตเซ็กเมนต์ หวังผลักดันธุรกิจเพลงก้าวสู่โลกดิจิทัลอย่างแท้จริง ควักกระเป๋าอีก 10 ล้านเพิ่มสื่อ "แอลซีดี" ยึดตลาดอินสโตร์มีเดียเบ็ดเสร็จ พร้อมปรับธุรกิจ "มีเดีย" สอดรับการใช้งบฯของสินค้า ด้านธุรกิจ "ทีวีดาวเทียม" ยังรอจังหวะลุย คาดสิ้นปีปิดตัวเลขได้ราว 2.7 พันล้านบาท
นายสุรชัย เชษฐ์โชติศักดิ์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการวางแผนการดำเนินงานสำหรับปีหน้า เบื้องต้นประเมินว่าสถานการณ์การทำการตลาดจะยากยิ่งขึ้น แต่สำหรับภาพรวมบริษัทก็ยังคงเดินหน้าในกลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสและมีศักยภาพ พร้อมทั้งมุ่งทางด้านประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็จะชะลอธุรกิจที่ยังไม่มีความชัดเจนออกไปก่อน
นอกจากนี้ บริษัทยังจะให้ความสำคัญกับการทำตัวเลขกำไรมากกว่าอัตราการขยายตัว ส่วนเรื่องที่สามารถดำเนินการได้ก่อนก็จะเร่งดำเนินการทันที อาทิ การบริหารจัดการต้นทุนที่จะต้องระมัดระวัง รอบคอบ และทำให้สอดคล้องและใกล้เคียงกับสภาพความเป็นจริงมากที่สุด
พุ่งเป้า "ดิจิทัล คอนเทนต์"
นายสุรชัยกล่าวว่า ในภาพรวมของบริษัทนั้นแต่ละธุรกิจที่มีอยู่มีโอกาสและศักยภาพในการขยายตัวที่แตกต่างกัน ธุรกิจที่บริษัทยังคาดหวังว่าจะยังมีศักยภาพในการสร้างอัตราการเติบโตได้ต่อเนื่องนั้น ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจเพลง, ธุรกิจมีเดีย, ธุรกิจอีเวนต์ และโชว์บิซ เป็นต้น
โดยกลุ่มธุรกิจเพลงที่เป็นคอนเทนต์ต้นน้ำนั้นจะยังคงมุ่งเน้นการขายในช่องทางดิจิทัลชัดเจนขึ้น โดยจะพบว่าที่ผ่านมา รายได้จากการขายแผ่นซีดี วีซีดี ปรับตัวลดลง ขณะที่รายได้จากการขายในรูปแบบดิจิทัล มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้หลักการขายผ่านช่องทางเดิม คือ ขายแผ่นซีดี วีซีดี ประมาณ 60% และจากดิจิทัลดาวน์โหลด ประมาณ 40% สำหรับในตลาดรวมการดาวน์โหลดนั้น พบว่าบริษัทมีส่วนแบ่งจากตลาดดาวน์โหลดสูงถึง 60% ของตลาดรวมดิจิทัลคอนเทนต์ ขณะที่มีจำนวนคอนเทนต์ออกสู่ตลาดเพียงแค่ 40% เท่านั้น
สร้างคอมมิวนิตี้เจาะเซ็กเมนต์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทอาร์เอส กล่าวอีกว่าส่วนธุรกิจเพลงจะยังคงเดินตามแนวทางเดิมที่วางไว้ คือ ผลักดันให้ธุรกิจเพลงก้าวสู่โลกดิจิทัลภายใต้กลยุทธ์มิวสิกเซ็กเมนต์ โดยแบ่งกลุ่มเป้าหมายตามไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในแนวลึก พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นช่องทางสำหรับสื่อถึงกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจน
ยกตัวอย่างเช่น การเปิดเว็บไซต์สร้างคอมมิวนิตี้ให้กลุ่มเป้าหมาย www.youdumv.com ทำอินเตอร์แอ็กทีฟ กับศิลปิน และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแฟนเพลงกับศิลปินให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น หรือ www.Zheza.com สำหรับเป็น ออนไลน์คอมมิวนิตี้และทำธุรกิจบันเทิง ออนไลน์หรือล่าสุดได้ร่วมกับเอไอเอส วัน-ทู-คอล พัฒนาสู่ Zheza Zim ซิมที่รวมแก๊งออนไลน์ไว้โทร.ติดต่อหากัน
ปรับ "ทีวี-วิทยุ" รับทิศทางการใช้งบฯ
นายสุรชัย กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ส่วนธุรกิจมีเดีย (โทรทัศน์, วิทยุ, สิ่งพิมพ์) เป็นธุรกิจที่บริษัทปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดเป็นระยะๆ โดยมองเรื่องคุณภาพและศักยภาพในการสร้างกำไรมากกว่าปริมาณทั้งในส่วนของรายการ โทรทัศน์และวิทยุ โดยธุรกิจทีวีนั้นน่าจะมีเวลาออกอากาศเพิ่มขึ้นจากปีนี้เล็กน้อย พร้อมทั้งปรับรูปแบบการทำการตลาดและโฆษณาให้สอดรับกับความต้องการของเจ้าของสินค้า
ขณะที่วิทยุยังคงมี 2 คลื่นเท่าเดิม คือ 94.5 MHz และ 93.0 MHz และที่ผ่านมาได้โยกบริษัทอาร์เอส ไอ-ดรีม ซึ่งเป็นบริษัทอีเวนต์ในเครือไปอยู่ภายใต้การบริหารของสกาย-ไฮ เน็ตเวิร์ค เพื่อไปสนับสนุนงานด้านอีเวนต์ให้กับสื่อวิทยุ เนื่องจากรูปแบบการใช้งบฯการตลาดของเจ้าของสินค้ามีทิศทางที่เปลี่ยนไป
ทุ่มติดตั้ง แอลซีดี เสริมอินสโตร์มีเดีย
นอกจากนี้ อินสโตร์มีเดีย หรือ P.O.P. Radio สื่อวิทยุกระจายเสียงในโมเดิร์นเทรดและซูเปอร์มาร์เก็ต 5 ห้างใหญ่ ประกอบด้วย บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์, คาร์ฟูร์, เทสโก้ โลตัส, โลตัส เอ็กซ์เพรส และท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต รวมกว่า 500 สาขาทั่วประเทศ ยังเป็นจุดแข็งสำคัญและมีศักยภาพในการสร้างอัตราการเติบโตในปีหน้าด้วยเช่นกัน
บริษัทมีแผนลงทุนอีกกว่า 10 ล้านบาท สำหรับติดตั้งสื่อใหม่ แอลซีดี ทีวี ขนาด 32 นิ้ว ในห้างที่มีสื่อวิทยุ P.O.P. Radio อยู่แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตั้ง และทดสอบระบบโดยติดตั้งไว้บริเวณ ณ จุดขายโซนอาหารแช่แข็ง พื้นที่โปรโมชั่น และเคาน์เตอร์คิดเงิน เบื้องต้นจะติดตั้งในสาขาที่มีคนเข้ามาใช้บริการสูงสุด 10 สาขาภายในไตรมาสแรกปีหน้า หากได้รับการตอบรับที่ดีบริษัทพร้อมที่จะลงทุนต่อเนื่อง
นายสุรชัย กล่าวอีกว่า ส่วนที่เป็นธุรกิจ อีเวนต์และโชว์บิซในปีหน้าจะระมัดระวังขึ้น และเน้นต่อยอดและสร้างแบรนด์อีเวนต์ที่มีอยู่ เพื่อทำให้เป็นอีเวนต์ประจำปี ไม่ใช่รับจ้างสร้างสรรค์งานอีเวนต์
ด้านธุรกิจด้านกีฬายอมรับว่าที่ผ่านมาขาดทุนจากฟุตบอลยูโร 2008 ค่อนข้างมาก ในปีหน้าจึงเน้นการต่อยอดสนามฟุตบอลหญ้าเทียมเอส-วัน (S-one) เป็นหลัก โดยมีแผนลงทุนสนามเอส-วันสาขา 2 และ 3 และคาดว่าเวิรลด์คัพ 2010 น่าจะเข้ามาช่วยประคับประคองให้ธุรกิจกีฬาแข็งแรงขึ้น เนื่องจากเป็นแมตช์การแข่งขันที่เวลาถ่ายทอดสดดี จำนวนแมตช์มากกว่า ที่สำคัญต้นทุนค่าลิขสิทธิ์ต่ำกว่าฟุตบอลยูโร
ยันเดินหน้า "ทีวีดาวเทียม"
สำหรับโครงการลงทุนในธุรกิจทีวีดาวเทียม นายสุรชัยกล่าวว่า บริษัทยังมีแผนลงทุนอยู่เช่นเดิม เพราะเป็นธุรกิจที่ศึกษามานานและเชื่อว่าเทรนด์ธุรกิจนี้มาแน่นอน เพราะคนที่ลงทุนส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่มีคอนเทนต์อยู่แล้ว เพียงแต่บริษัทไม่ได้รีบ และต้องรอดูความชัดเจนทางด้านกฎหมายและเศรษฐกิจด้วย ที่สำคัญมองว่าธุรกิจนี้คนที่ลงทุนก่อนไม่ใช่ได้เปรียบเสมอไป
นายสุรชัยยังคาดการณ์ถึงผลประกอบการของบริษัทในปีนี้ด้วยว่า น่าจะมีรายได้รวมประมาณ 2,600-2,700 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 5% จากเดิมที่วางเป้าการเติบโตไว้ประมาณ 20% ส่วนปีหน้านั้นบริษัทก็ยังเชื่อว่าจะยังสามารถสร้างอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ที่คาดว่าน่าจะขยายตัวได้กว่า 20% |