|
ขอ 2 หมื่นล้าน Change "ทรู" ลุ้นปลดล็อกเงินฝืดทุ่ม 3G ย้ำ Convergence |
|
|
|
|
จันทร์, 10 พฤศจิกายน 2008 |
สกู๊ป
"ถือเป็นวันที่สำคัญมากของ ทรู เมื่อวานบอร์ดกลุ่มทรูอนุมัติหลักการให้เพิ่มทุน โดยระดมจากผู้ถือหุ้นปัจจุบันด้วยการออกหุ้นใหม่ 1 หมื่นล้านหุ้น" ศุภชัย เจียรวนนท์ ซีอีโอกลุ่มทรู เริ่มต้นพูดถึงสาเหตุที่บริษัทต้องแจ้งกำหนดการแถลงข่าวอย่างกะทันหัน
ย้ำว่า 1 หมื่นล้านหุ้น !!!
ถ้าคิดตามราคาพาร์ที่ 10 บาท 1 หมื่นล้านหุ้นเป็นเงินมากถึง 1 แสนล้านบาท !!!
แต่ไม่ใช่ขนาดนั้น เพราะราคาหุ้นใหม่ที่จะออกขาย กำหนดตามราคาตลาด ณ วันที่ 4 พ.ย.2551 จึงอยู่ที่ราคาหุ้นละ 1.95 บาท
ราคาพาร์ 10 บาท ขาย 1.95 บาท !!
ขายได้ทั้งหมด 1 หมื่นล้านหุ้น จะระดมทุนได้ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท
ย้ำว่า ถ้าขายได้หมด
ว่ากันว่า ไม่ง่ายเลย แม้มองเผินๆจะถูกมาก ยิ่งเทียบราคาพาร์ด้วยแล้ว (2 พันบาทได้ตั้งพันหุ้น ??)
ปกติเมื่อบริษัทมีการเพิ่มทุน ถ้าผู้ถือหุ้นเดิมไม่ซื้อเพิ่ม สัดส่วนหุ้นของตนเองก็จะลดลง เรียกว่าเหมือนขาดทุนทางอ้อมอยู่แล้ว แต่ถ้าซื้อเพิ่มก็คงต้องคิดหนักอีกว่า จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับตนเองหรือเปล่า
ไม่แพงก็จริง แต่เข้าอีหรอบนี้ ผู้ถือหุ้นเดิมคงลำบากใจไม่น้อย
เช่นเดียวกับผู้ถือหุ้นใหม่ (ที่คิดเข้าไปซื้อเพื่อได้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน) คงถามตนเองหลายตลบ
ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ "ทรู" หลักๆ มี 2 ราย เป็น ซี.พี.ถืออยู่ประมาณ 30% อีกรายคือ "Kfw" ประมาณ 15%
อีก 50% ที่เหลือเป็นผู้ถือหุ้นรายย่อย
การซื้อหุ้นเพิ่มทุน กรณี "ซี.พี." ไม่น่ามีปัญหา
"ศุภชัย" ออกตัวว่า คงตอบแทนผู้ถือหุ้นไม่ได้ แต่ผู้แทนของทั้ง ซี.พี.และ Kfw ที่นั่งอยู่ในบอร์ดทรู ต่างสนับสนุนการออกหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ใหญ่
"ซี.พี.ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ต้องแสดงความมั่นใจ เพราะถ้าเขาไม่สนับสนุนผู้ถือหุ้นส่วนน้อยจะมั่นใจได้อย่างไร แต่ที่เราเพิ่มทุนโดยระดมทุนจากผู้ถือหุ้นเดิมไม่ได้มาจาก ซี.พี.เป็นหลัก แต่มาจากการที่ได้ไปพบปะกับนักลงทุน และผู้ถือหุ้นต่างๆ ที่มองว่าจุดเสี่ยงของเราอยู่ตรงไหน และจะแก้ปัญหาอย่างไรเพื่อให้ดีขึ้น"
"ศุภชัย" อธิบายต่อว่า เป้าหมายหลักของการออกหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้มี 3 เรื่อง
1.นำเงินมาปรับลดหนี้ (กลางปีหน้า ต้องจ่าย 4,500 ล้านบาท)
2.เตรียมความพร้อมในการลงทุน 3G ในคลื่นเดิม (850MHz ที่กสทฯแบ่งมาให้ ซึ่งกระบวนการโอนคลื่นทำสัญญาใหม่ยังไม่เรียบร้อย)
และ 3.ซื้อหุ้นคืนจาก BITCO (บริษัทแม่ ทรูมูฟจาก ซี.พี. ต้องใช้เงินประมาณ 3,540 ล้านบาท)
"ยังบอกไม่ได้ว่าสัดส่วนของเงินที่จะนำไปจัดการกับเรื่องสำคัญ 3 เรื่องข้างต้นจะเป็นเท่าไร แต่ถ้าเพิ่มทุนได้ตามที่วางไว้ ทรูจะปรับตัวเข้าสู่การเป็นบริษัทที่แข็งแรง เราตั้งเป้าว่าภายในปี
2009 หรือไม่เกิน 2010 สัดส่วนของหนี้ต่อ อีบิตดา (รายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายต่างๆ) จะอยู่ในระดับ 1:2"
และทำให้องค์กรมีความแข็งแกร่งด้านการเงิน ทำให้ผลกำไรอยู่ในจุดที่ดีขึ้น สูงขึ้น และยังเตรียมความพร้อมในการรองรับกับโอกาสที่จะเกิดขึ้น
..."ภายใต้ยุทธศาสตร์ convergence ในการก้าวสู่ยุค 3G"
ซีอีโอกลุ่มทรูไม่ลืมตอกย้ำจุดยืนเรื่อง convergence
สาเหตุที่เสนอขายหุ้นให้กับผู้ถือหุ้นเดิม เพราะเชื่อว่าราคาหุ้นในปัจจุบันเป็นราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงของบริษัท การเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้ซื้อก่อนจึงน่าจะถูกตอง
"เราเชื่อว่า 3G เป็นก้าวสำคัญของกลุ่ม ทรู ขณะนี้เราแข็งแกร่งในเรื่องบรอดแบนด์ และเคเบิลทีวี ขณะที่ 3G จะเปิดโอกาสให้เราก้าวเป็นผู้นำในธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมไทยได้ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญต่ออนาคตของกลุ่มทรู"
"การปรับบาลานซ์ชีตลดหนี้ลงได้ หุ้นของบริษัทก็น่าจะกลับมา ปีหน้าทุกคนมองว่า การหาทุนจะยากคืน จังหวะนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะดึงเงิน"
จะว่าไป เงินจำนวน 2 หมื่นล้านบาทไม่ใช่เงินก้อนเล็กๆ แต่เทียบกับการลงทุนในธุรกิจสื่อสารแล้ว ก็ไม่น่าจะถือว่ามากมายอะไรนัก
บริษัทคู่แข่งอย่าง "เอไอเอส และดีแทค" ในแต่ละปีก็จะมีการลงทุนเป็นหลักหมื่นล้านต่อปีอยู่แล้ว (เฉพาะปีนี้งบฯลงทุนของทั้งคู่อยู่ที่รายละ 1.2 หมื่นล้าน)
มากกว่ากลุ่มทรูเป็นเท่าตัว (เงินลงทุนปีนี้ทั้งปีของกลุ่มทรูอยู่ที่ 8 พันล้านบาท)
สำหรับ "ทรู" ศุภชัยบอกว่า "2 หมื่นล้านถือว่าเป็นเงินก้อนใหญ่ แต่มากกว่านั้นคือการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานของบริษัท
เรียกว่า สลัดหลุดออกจากสถานะหนี้สินล้นพ้นตัว
และที่ผ่านมาบริษัทไม่เคยระดมทุนมากขนาดนี้มาก่อน ซึ่งระดมทุนในครั้งนี้ก็เพื่อเตรียมพร้อมที่จะเติบโตขั้นต่อไป รวมถึงรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจโลก"
"ถ้าเราแข็งแกร่งขึ้น การมองหาพาร์ตเนอร์ก็จะแฟร์ขึ้นด้วย เพราะที่ผ่านมามูลค่าหุ้นของเราถูกมองต่ำกว่าความเป็นจริงมาก"
ถ้าทำได้ (จริง) เรียกว่า ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว
"เรามองว่า 3G เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย เราค่อนข้างมีความเชื่อมั่นเรื่อง 3G"
เปลี่ยนในแง่ที่ว่า 3G เป็นเทคโนโลยีที่สุกงอมแล้ว เครื่องลูกข่ายต่างๆ ที่มีอยู่ในขณะนี้ก็เป็น 3G เกือบหมด ถ้าเกิดได้จริง คนไทยจะเข้าถึงข้อมูล เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ดีขึ้นอย่างมาก
ทุกวันนี้การเข้าถึงข้อมูลความเร็วสูงในไทยอาศัยการเข้าถึงโดยเทคโนโลยีที่มีสาย ซึ่งมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ ฉะนั้น 3G สำหรับเมืองไทยจะเข้ามาเสริมตรงนี้ได้
ถ้า 3G สำคัญขนาดนั้น ในแง่เม็ดเงินที่จะต้องใช้ไปกับการลงทุนก็ไม่น่าจะเป็นเงินน้อยนิด
"จะลงทุนเท่าไรยังเป็นความลับทางธุรกิจ แต่ที่แน่ๆ น่าจะคอมเมอร์เชียล ลอนช์ได้ภายในไตรมาส 2 ปีหน้า"
จังหวะเวลาเดียวกันกับ "ดีแทค"
"ศุภชัย" ย้ำอีกครั้งว่า การระดมทุนครั้งนี้สำคัญมาก ถ้าทำสำเร็จจะทำให้มีเงินสดในมือ ทำให้บริษัทแข็งแกร่งขึ้น
เพราะในแง่ธุรกิจของกลุ่มทรูโดยรวมแล้วไปได้ดี ไม่ว่าจะเป็นบรอดแบนด์, ฟิกซ์ไลน์, เคเบิลทีวีทรูวิชั่นส์ หรือมือถือทรูมูฟ
"เอไอเอส" และ "ดีแทค" ต่างก็ได้ทำ 3G บนคลื่นเดิม ?
"เราคงไม่พูดว่าเราได้เปรียบ แต่การที่ทุกคนได้เริ่มต้นที่ 0 เท่ากันหมดน่าจะถือว่าดีแล้ว ถ้าเรามองว่าใน 8-10 ปี 2G จะต้องหมดไป การมีโอกาสเข้ามาทำ 3G ของทรูมูฟก็ยืนอยู่ในจุดที่ดีมากๆ ไม่ว่าจะด้วย 850 MHz หรือ 2.1"
แตในสภาวการณ์เช่นนี้ จากเศรษฐกิจโลกถึงเศรษฐกิจในไทย และสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน ไม่เกี่ยวกับสถานะมือวางอันดับ 3 น้องนุชสุดท้องในตลาดมือถือ
ปฏิบัติการพลิกฟื้น "ทรู"ด้วยการระดม ทุนอัดฉีดเงินเพิ่มอีกร่วมๆ 2หมื่นล้านบาท
จากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งเป็นรายย่อย ร่วมครึ่งต่อครึ่ง...ไม่ง่าย
ถ้าการตอบรับของรายย่อยไม่ดีอย่างที่หวัง ภาระหนักก็จะตกอยู่กับผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งก็คงเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก "ซี.พี."
ไม่มีใครปฏิเสธยุทธศาสตร์ธุรกิจ "convergence" ของกลุ่มทรู ที่ผ่านมาก็ถือว่าทำได้ดีทีเดียว ทั้งการเข้าถึงลูกค้า การสร้างแบรนด์ให้ดูดีได้ใจคนรุ่นใหม่
จากนี้ "กลุ่มทรู" ก็คงต้องมาลุ้นกันต่อว่า แผนระดมทุนเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับตนเองนั้น จะได้รับการตอบรับที่ดีสมความตั้งใจหรือไม่
คิดใหญ่แต่ไม่มีเงินเหนื่อยอย่างนี้นี่เอง... |