|
ดิสนีย์ปรับโฉมจับตลาดหรู รุกหนักของแต่งตัว-แต่งบ้าน |
|
|
|
|
อังคาร, 11 พฤศจิกายน 2008 |
หลายคนอาจมองว่า "ดิสนีย์" เป็นแบรนด์การ์ตูนเด็ก แต่คงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะตอนนี้แบรนด์ดังได้หันมาจับตลาดของหรู ฝีมือดีไซเนอร์แพงลิบแล้ว ชุดแต่งงานราคา 3,900 ดอลลาร์ รวมทั้งของแต่งบ้านแบบเก้าอี้หนัง 2,800 ดอลลาร์ หรือโคมระย้าเหมือนใช้ในออฟฟิศเก่าของดิสนีย์ ราคา 6,000 ดอลลาร์ อีกทั้งยังออกสินค้าใหม่ เช่น สบู่ couture
นิวยอร์ก ไทม์สระบุว่า ตอนนี้ดิสนีย์กลายเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์เต็มตัว บางชิ้นไม่มีเอกลักษณ์ใดๆ ของดิสนีย์ปรากฏโฉมเสียด้วยซ้ำ ขณะที่บางชิ้นมีกลิ่นอายแฝงอยู่เล็กๆ แต่บางครั้งสินค้าบางตัวสื่อว่าเกี่ยวกับดิสนีย์แค่ป้ายยี่ห้อเท่านั้น
ครั้งหนึ่ง ลินด์เซย์ เบิร์น ช่างแต่งหน้าของสแมชบ็อกซ์ คอสเมติกส์ เล่าว่า เธอใช้กระเป๋าใบโตที่เพื่อนให้เป็นของขวัญโดยไม่รู้เลยว่าเป็นสินค้าของดิสนีย์ จนกระทั่งแอร์โฮสเตสทักว่าเป็นกระเป๋า "อลิซในดินแดนมหัศจรรย์" และเมื่อเธอเพ่งมองใกล้ๆ จึงเห็นว่ามีอลิซตัวจิ๋วซ่อนอยู่ในลวดลายของกระเป๋าด้วย
แบรนด์ดิสนีย์เป็นหนึ่งในแบรนด์ทรงอิทธิพลของโลก และสื่อถึงคุณภาพและความคิดสร้างสรรค์ พร้อมกลิ่นอายของวัฒนธรรมมวลชน แต่เป็นเรื่องยากสำหรับลูกค้าระดับสูงและเหล่าบูติคที่จะจริงจังกับแบรนด์นี้เหมือนกับที่เบิร์น บอกว่า "ฉันยอมรับมัน แต่ฉันจะชอบกระเป๋ามากกว่านี้หากไม่รู้ว่ามันมาจากดิสนีย์"
แต่ดิสนีย์ทุ่มเทอย่างหนักเพื่อปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ โดยตั้งแต่ปีนี้บริษัทเริ่มบุกตลาดค้าปลีกไฮเอนด์ โดยจับมือกับพันธมิตรที่เป็นดีไซเนอร์อย่างพอล สมิท วิเวียน แทม ดอลเช่ แอนด์ แกบบานา ผู้สร้างสรรค์เสื้อยืดมิกกี้เมาส์ประดับเลื่อม ราคาตัวละ 1,400 ดอลลาร์
แอนดี้ มูนนี่ ประธานฝ่ายสินค้า ผู้บริโภคของดิสนีย์ คิดว่าเสื้อผ้าดีไซเนอร์ที่มีภาพการ์ตูนในรูปแบบใหม่ๆ จะช่วยดึงความสนใจของนักช็อปชอบแฟชั่น ซึ่งมี เป้าหมายหลักคือขยายขอบข่ายแบรนด์ให้มากกว่าเดิม พร้อมปลุกกระแสไปในตัว
ตอนนี้มูนนี่อยากให้คนทั่วไปมองภาพดิสนีย์ในฐานะแบรนด์เสื้อผ้าหรู เฟอร์นิเจอร์ราคาแพง และเครื่องประดับ ฮิปๆ และเพื่อป้องกันไม่ให้ใครๆ สับสน บริษัทจึงสร้างยี่ห้อที่ทำให้สินค้านี้ต่างจากสินค้าทั่วไปที่ขายในร้านดิสนีย์และสวนสนุก
เช่น "Disney Couture" คือสินค้าหรูเจาะกลุ่มผู้หญิงโดยเฉพาะ ขณะที่ผู้ชายใช้แบรนด์ "Bloc28" สื่อถึงจุดกำเนิดของ มิกกี้เมาส์เมื่อปี 1928 ซึ่งแบรนด์เหล่านี้อวดโฉมในแมกาซีนแฟชั่นชั้นนำอย่างโวค พร้อมวางจำหน่ายแค่ร้านบูติคและห้างสรรพสินค้าบางแห่ง เช่น บลูมมิ่งเดล และนีแมน มาร์คัส
จากมุมมองของธุรกิจ การผลักดันธุรกิจสินค้า เช่น โต๊ะกินข้าว และปากกาหมึกซึมสำหรับนักบริหาร คือหนทางของดิสนีย์ในการขยายไลน์สินค้าผู้บริโภค ซึ่งเคยรู้จักกันดีแค่การขายชุดนอนพาวเวอร์เรนเจอร์ หรือพวงกุญแจการ์ตูนเท่านั้น
ดิสนีย์ระบุว่ายอดขายสินค้าไลฟ์สไตล์และของตกแต่งบ้านจะแตะระดับ 85 ล้านดอลลาร์ ภายใน 12 เดือนข้างหน้า หรือคิดเป็น 1% ของรายได้ธุรกิจสินค้าผู้บริโภค ทั้งหมด และภายใน 5 ปีบริษัทตั้งเป้า ยอดขาย 500 ล้านดอลลาร์ต่อปี
นักวิเคราะห์มองว่าดิสนีย์มีกลยุทธ์ที่ฉลาด แม้ว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่น้อยลงช่วงนี้อาจเป็นเรื่องยากที่บริษัทจะทำตามเป้าได้สำเร็จ
นอกจากนี้ ดิสนีย์ยังจับมือกับผู้ค้าปลีกเจ้าดังอย่าง วอล-มาร์ต ที่จ้างดิสนีย์มาดูแลแผนกเครื่องนอนเด็ก ซึ่งดิสนีย์จะป้อนหมอน "คาร์" และผ้าปูที่นอน "ซินเดอ เรลลา" ให้ห้างดัง พร้อมเปิด 4 ไลน์สินค้าเครื่องนอนที่ไม่มีการ์ตูนของดิสนีย์เลย
ส่วนอีกไม่นานค่ายการ์ตูนดังได้จับมือกับ ซู หว่อง ดีไซเนอร์จากลอสแองเจลิส เปิดตัวชุดดิสนีย์ในสีสันของเรื่อง "แฟนเทเชีย" ขณะที่อดีตนางแบบของ ทอมมี่ ฮิลฟิกเกอร์ "คิดาดา โจนส์" จับมือ ค่ายดังผลิตเครื่องประดับและเครื่องแต่งตัวเช่นกัน โดยสินค้ายอดฮิตคือกำไลหนัง ถักเทอร์ควอยส์ที่ได้แรงบันดาลใจจาก "อลิซในดินแดนมหัศจรรย์"
ทั้งนี้ ดอนน่า เชอรี่แดน รองประธานและผู้จัดการทั่วไปฝ่ายสินค้าผู้บริโภค ดิสนีย์บอกว่า บริษัทต้องการให้คนคิดถึงดิสนีย์ในแง่เหมือน เจ.ครู ซึ่งเป็นแบรนด์ เสื้อผ้าอเมริกามากกว่าเป็นแค่ โรงงานความสนุกของครอบครัว และอยากเห็นสินค้าที่ผู้ใหญ่ดีไซเนอร์ และคนมีรสนิยมสามารถสวมใส่ได้ตลอด และเก็บไว้ในบ้านของตัวเอง |