มิเพียงประชาชนราว 1 ล้าน 5 แสนคนเดินทางจากทั่วทุกสารทิศมาร่วมกราบพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หลังจากเสด็จสู่สวรรคาลัย ตลอดระยะเวลา 317 วันที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
ทว่าช่วงเวลาแห่งการส่งเสด็จครั้งสุดท้าย 14-19 พฤศจิกายน ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ คลื่นมหาชนคนไทยผู้จงรักภักดีนับแสนยังหลั่งไหลมาร่วมงานพระราชพิธีครั้งสำคัญนี้อย่างไม่ขาดสาย
นับแต่วันแรกของงานพระราชพิธี 14 พฤศจิกายน ที่แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาร่วมในการบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุเวลา 17.30 น. ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แต่ประชาชนชาวไทยจากทั่วประเทศต่างพร้อมใจกันสวมชุดดำเดินทางมารอรับเสด็จกันตั้งแต่เช้าตรู่
หลายสิบหลายร้อยรายเตรียมกระเป๋าเสื้อผ้า เพื่อจับจองพื้นที่เฝ้ารอชมริ้วขบวนเชิญพระโกศออกพระเมรุในวันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายนด้วย
นางจำนง ขุนศรีหวาย อายุ 66 ปี ชาวอ้อมน้อยมาพร้อมกับนางจิ๋ว มั่นหมาย วัย 56 ปี ทั้งสองปูพลาสติกจับจองพื้นที่บริเวณริมฟุตบาทด้านหลังพระที่นั่งทรงธรรม เล่าให้ฟังว่า มาถึงสนามหลวงประมาณ 11 โมงเช้าของวันศุกร์ เห็นบรรยากาศประชาชนในชุดดำทยอยมากันอย่างคึกคัก และมาร่วมบรรยากาศนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดยครั้งนี้ตั้งใจจะนั่งรอเฝ้าจนกว่ารถพระที่นั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินผ่าน
"ดูผ่านทางทีวีก็ไม่เหมือนเห็นด้วยตา วันนี้มาก็ไม่ได้ลำบาก บางคนอยู่ไกลอยู่ต่างจังหวัดยังมาร่วมได้เลย เป็นวันที่ภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่คนไทย ตอนนี้ได้มีโอกาสเห็นพระเมรุเต็มตารู้สึกดีใจมาก รู้สึกว่าทุกคนให้ความสำคัญเพราะเป็นงานใหญ่ คิดว่าพรุ่งนี้ (15 พ.ย.) ก็จะมาอีก เพราะเพื่อนบ้านก็ชวน ใครๆ ก็อยากมาร่วม" นางจำนงกล่าว
"ติดตามข่าวงานนี้มาตลอด พอรู้ว่าในหลวงจะเสด็จมาตั้งแต่วันนี้ก็ดีใจมาก พรุ่งนี้ยิ่งเป็นงานใหญ่คนน่าจะเยอะ แต่คิดว่าจะมาอีก เพราะที่บ้านเตรียมชุดขาว-ดำไว้แล้วอย่างน้อย 5 ชุด" นางจิ๋วกล่าว
ไม่เพียงพสกนิกรที่มาเฝ้ารอรับเสด็จและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีสำคัญครั้งนี้ แต่บรรดาธุรกิจหลายอย่างยังพากันได้รับอานิสงส์จากคลื่นแห่งความจงรักภักดี ทั้งบริการถ่ายภาพด่วน แผงขายของที่ระลึกที่กระจายอยู่รอบๆ ทั้งสร้อย เข็มพระนามย่อ กว ภาพถ่ายพระเมรุ และภาพสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวง ฯลฯ
น.ส.ดวงกมล แผ่นสุวรรณ แม่ค้าขายของที่ระลึกบริเวณด้านหน้าพระบรมมหาราชวัง เล่าให้ฟังว่า มาขายของที่ระลึกหลายครั้งแล้ว ในวันนี้ (14 พ.ย.) มาตั้งแต่ 7 โมงเช้า เพราะรู้ว่ามีรถทัวร์จากต่างจังหวัดหลาย 10 คันมาส่งประชาชนที่มารอชม และเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่ประมาณตี 5 โดยจุดรับส่งอยู่บริเวณหัวมุมสนามหลวงด้านศาลฎีกา ก่อนที่กลุ่มประชาชนจะแยกย้ายกันไปเดินชมบริเวณพิธีโดยรอบ
เฉพาะบริเวณด้านหน้าพระบรมหาราชวังฝั่งหน้าพระลาน มีแผงขายของที่ระลึกถึง 20-30 แผง สินค้าที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ ภาพถ่ายสวยงามของพระเมรุ รองลงมาคือแสตมป์ภาพที่ระลึก เข็มพระนามย่อ กว. และซีดีสถิต ณ ดวงใจ
สำหรับงานพระราชกุศลออกพระเมรุ เริ่มขึ้นในเวลา 17.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯขึ้นสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระศพ ต่อมาพระองค์ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ถวายพัดรองที่ระลึกงานออกพระเมรุแด่สมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะที่จะถวายพระธรรมเทศนา และพระราชาคณะผู้สวดศราทธพรต 30 รูป พระสงฆ์ที่จะสดับปกรณ์ 84 รูปเท่ากับพระชันษา บรรพชิตจีนและญวน 20 รูป ต่อมาถวายพระไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์และทอดผ้าไตร ถวายพระเทศน์ พระสวดศราทธพรต พระสงฆ์เท่าพระชันษา บรรพชิตจีนและญวน พระสงฆ์ 84 รูปสดับปกรณ์ หลังจากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่แท่นมณฑลสวดอภิธรรม เป็นอันเสร็จพิธี แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ
โดยพสกนิกรยังคงเฝ้ารอส่งเสด็จตลอดเส้นทาง และจำนวนไม่น้อยขอปักหลักอยู่ในพื้นที่เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสด็จสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอสู่สวรรคาลัยเป็นครั้งสุดท้ายจนจบวันสุดท้ายของพระราชพิธี
ซึ่งหมายกำหนดการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ในวันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน เริ่มตั้งแต่เวลา 07.00 น. เชิญพระโกศออกพระเมรุ จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทสู่พระเมรุท้องสนามหลวง เวลา 16.30 น. พระราชทานเพลิงพระศพ และเวลา 22.00 น. พระราชทานเพลิงพระศพจริง โดยมีมหรสพสมโภชตลอดทั้งคืน
ส่วนวันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกยน เริ่มเวลา 08.00 น. เก็บพระอัฐิและเชิญพระโกศพระอัฐิพระสรีรางคาร จากพระเมรุ ท้องสนามหลวงไปยังพระบรมมหาราชวัง วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน เวลา 16.30 น. บำเพ็ญพระราชกุศลพระอัฐิ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท, วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน เวลา 10.30 น. พระพิธีธรรมเลี้ยงพระ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และเชิญพระอัฐิขึ้นประดิษฐาน ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท
และวันพุธที่ 19 พฤศจิกายน เวลา 16.30 น. บรรจุพระสรีรางคาร ณ อนุสรณ์สถานรังสีวัฒนา วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
ภาพคลื่นมหาชนที่มาร่วมงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ครั้งนี้นับได้ว่าเป็นหนึ่งภาพสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่พสกนิกรผู้จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ทั่วหล้าต่างหลั่งน้ำตาถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ จวบจนวินาทีสุดท้ายแห่งการเสด็จสู่สวรรค์
Gallery รูปภาพในงาน
{gallery}RoyalCremation{/gallery}