Performancing Metrics

WiseKnow : Marketing Knowledge Provider - เปิดแผนปฏิบัติการ "เบนคิว" ชูธงบุก "โน้ตบุ๊ก" ปีหน้าต้องโต 100%
เปิดแผนปฏิบัติการ "เบนคิว" ชูธงบุก "โน้ตบุ๊ก" ปีหน้าต้องโต 100% PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
แย่มากดีมาก 
จันทร์, 17 พฤศจิกายน 2008

เปิดแผนปฏิบัติการ "เบนคิว" ชูธงบุก "โน้ตบุ๊ก" ปีหน้าต้องโต 100%
"เบนคิว" อาจไม่ใช้คีย์เพลเยอร์ที่ดูน่ากลัวสำหรับผู้ค้าคอมพิวเตอร์ในบ้านเรา แต่ด้วยสินค้าที่มีหลากหลายอยู่ในมือทั้งโรงงานผลิตจอพาเนลเป็นของตัวเอง และมีชื่อชั้นคุ้นหูในระดับโลกด้วยแล้วส่งผลให้เบนคิวมิใช่คู่แข่งที่ควรมองข้าม

"เอเดรีย ชาน" ประธานภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก จากเบนคิว คอร์ปอเรชั่น เล่าให้ฟังว่า วิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นเริ่มจากสหรัฐขยายสู่ยูโรป ซึ่งอาจส่งผลให้กำลังซื้อและดีมานด์ของตลาดน้อยลง และอาจกระทบต่อการผลิตที่ฐานการผลิตส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเอเชียบ้าง โดยช่วงที่ผ่านมาพบว่าผลกระทบที่ชัดเจนที่สุด คือ ตลาดคอร์ปอเรตซึ่งเริ่มชะลอหรือเลื่อนแผนการซื้อนานขึ้น

อย่างไรก็ตามสินค้าของเบนคิวส่วนใหญ่เน้นตลาดคอนซูเมอร์มากกว่าสินค้าคอร์ปอเรต จึงได้รับการกระทบไม่มาก ยกเว้นแต่โปรเจ็กเตอร์ แต่ยังถือเป็นสัดส่วนรายได้ที่น้อยอยู่ เพราะสินค้าหลักของเบนคิว คือ เน็ตบุ๊ก และเน็ตบุ๊กที่ยัง ไม่เห็นสัญญาณการชะลอตัว

เขายังกล่าวอีกว่า แม้ว่าปัจจุบันทั่วโลกจะเจอวิกฤตการเงิน แต่หากมองภาพรวมประเทศในแถบเอเชียแล้ว มี 4 ประเทศเท่านั้นที่ยังไม่ได้รับผลกระทบมากนักและยังมีความแข็งแรงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ คือ ไทย สิงคโปร์ ไต้หวัน และญี่ปุ่น

แม้ว่าปีหน้าทุกคนจะระมัดระวัง การใช้จ่ายมากขึ้น แต่ปัจจัยด้านการสื่อสารไร้สาย ประชากรที่ใช้อินเทอร์เน็ตมีสูงขึ้น จะกลายเป็นตัวผลักดันให้สินค้ากลุ่มคอนซูเมอร์ยังขยายตัวได้ โดยกลุยทธ์ของเบนคิวอย่างหนึ่ง คือ การพัฒนาสินค้าโมเดลใหม่ๆ ที่ติดตั้งระบบไร้สายเพื่อเสนอขายในตลาดด้วย

"เบนคิวมีโรงงานผลิตหน้าจอพาเนล ที่โออีเอ็มให้กับแบรนด์ต่างๆ ทำให้พบว่า ปัจจุบันสินค้าเดสก์ทอปมีอัตราการโตไม่มากเหมือนแต่ก่อนยอดขายค่อนข้างทรงตัว ส่วนแอลซีดีทีวี ถ้าในประเทศที่พัฒนาแล้ว ตลาดจะเริ่มอิ่มตัว แต่ถ้าเป็นตลาดเกิดใหม่ยังมีการรีเพลสเมนต์จอซีอาร์ที ขณะที่ เน็ตบุ๊กมีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วมาก ดังนั้นโฟกัสหลักต่อไปของเบนคิว คือ เน็ตบุ๊กซึ่งเบนคิวต้องการจะผลักดันให้ ยอดขายโตขึ้น เพราะยังมีดีมานด์ในตลาดและตรงกับไลฟ์สไตล์ปัจจุบันของคอนซูเมอร์ โดยจะโฟกัสมากขึ้นทั้งเรื่อง R&D การพัฒนาสินค้าให้ตรงใจผู้บริโภค"

นอกจากนั้นการเกิดขึ้นของเน็ตบุ๊กพบว่า ในประเทศที่ตลาดคอมพิวเตอร์เริ่มอิ่มตัว ผู้ซื้อเน็ตบุ๊กคือกลุ่มต้องการเครื่องที่สอง เพื่อพกพา ส่วนประเทศกำลังพัฒนาพบว่า คอนซูเมอร์ประมาณ 30% ซื้อเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกทำให้เบนคิวยังเห็นโอกาสโตของเน็ตบุ๊กอีกมากเช่นกัน

สำหรับเบนคิวประเทศไทย แม้ว่าจะสร้างรายได้ให้เบนคิวไม่ถึง 2% แต่ตลาดไทยถือว่าเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงเป็น ลำดับต้นๆ ของเบนคิว โดยเฉพาะสินค้าเน็ตบุ๊กและเน็ตบุ๊กที่สร้างยอดขายเป็นอันดับ 3 ในเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) ต่อจากออสเตรีย และไต้หวัน

กอปรกับคอนซูเมอร์ของไทยที่มีความเทรนดี้ ทันสมัยมากกว่าประเทศอื่น และยอมรับในเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว จึงทำให้เบนคิวเทน้ำหนักในการทำตลาดโน้ตบุ๊กในประเทศไทยอย่างมาก จนเป็นสาเหตุหนึ่งที่เบนคิวเลือกไทยเป็นประเทศแรกในโลกที่เปิดตัวเน็ตบุ๊ก joybooklite U101

"ปีหน้าเบนคิวตั้งเป้าการเติบโตในตลาดเอเชีย-แปซิฟิกประมาณ 30% แต่ตั้งเป้ายอดขายเน็ตบุ๊กต้องโต 100% แสดงให้เห็นว่าเบนคิวให้ความสำคัญกับเน็ตบุ๊กมาก กลยุทธ์ที่ใช้คือ อาศัยคอนเซ็ปต์การสร้างสินค้าให้ดูหรูหรา แต่ราคาไม่แพง และเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนเพื่อสื่อสารและเข้าถึง ขณะที่ในภาพรวมเบนคิวจะตอกย้ำจุดแข็งที่มีอยู่ในแต่ละประเทศ เพราะสินค้าแต่ละประเภทเบนคิวมีตลาดหลักต่างๆ กัน เช่น โน้ตบุ๊ก ประเทศไทยจะเป็นผู้นำมีการขายตามหน้าร้านรีเทล ส่วนกลุ่ม ตะวันออกกลางตลาดหลักจะเป็น โปรเจ็กเตอร์ แอลซีดี หรือญี่ปุ่นจะเป็นตลาดแอลซีดีทีวี เป็นต้น"

ด้าน "เควิน ลิม" กรรการผู้จัดการ บริษัท เบนคิว ประเทศไทย จำกัด กล่าวเสริมว่ากลยุทธ์ของเบนคิวเพื่อทำตลาด โน้ตบุ๊กในไทย คือ จะเน้นกลุ่มพาวเวอร์ ยูสเซอร์ หรือลูกค้าระดับไฮเอนด์ที่มีกำลังซื้อ หรือคนที่มองหาสินค้าที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นหลัก ขณะที่ตลาดโลว์เอนด์จะใช้ โน้ตบุ๊กทำตลาดเพื่อสร้างยอดขาย โดยตั้งเป้าว่ายอดขายโน้ตบุ๊กจะมีสัดส่วนประมาณ 30% ของยอดขายโน้ตบุ๊กเบนคิว โดยปีหน้าตั้งเป้ายอดขายโน้ตบุ๊ก 6 หมื่นตัว จากปีนี้ประมาณ 3-4 หมื่นตัว

รวมถึงการผลักดันเน็ตบุ๊กเข้า ช่องทางจำหน่ายใหม่ๆ เพื่อกระจายสินค้าสู่ตลาดแมสมากขึ้น เช่น โมเดิร์นเทรดเพื่อ ปูทางตลาด จากนั้นค่อยๆ นำเน็ตบุ๊กรุ่นอื่นๆ ตามเข้าไป หรือการเสนอเน็ตบุ๊กเข้าตลาดองค์กรในรูปแบบการเช่าใช้ เป็นต้น พร้อมทั้งการสร้างแบรนด์ผ่าน ออนไลน์มาร์เก็ตติ้ง การตกแต่งตามหน้าร้าน และการขยายศูนย์บริการไปยังต่างจังหวัดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้ามากขึ้น

ทั้งนี้ ภาพรวมของเบนคิวในประเทศไทย ปีนี้ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 พันล้านบาท จากสิ้นเดือน ต.ค.มีรายได้ 1.4 พันล้านบาท สัดส่วนมาจากโน้ตบุ๊ก 50% จอแอลซีดี มอนิเตอร์ 35% โปรเจ็กเตอร์ 10
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

WiseKnow Search Engine

Login

Advanced Syndicate

Workflows