นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย เปิดเผยว่า กำลังซื้อของผู้บริโภคสหรัฐเริ่มได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้ออร์เดอร์ตั้งแต่เดือนกันยายนลดลง และคาดว่าจะลดลงต่อเนื่องจนถึงเดือนธันวาคมนี้ อีกทั้งผู้นำเข้าในตลาดดังกล่าวยังขอขยายระยะเวลาการชำระเงิน ซึ่งผู้ส่งออกไทยต้องพยายามรักษาฐานลูกค้าไว้จึงมีการเจรจาและผ่อนปรนให้กับผู้นำเข้าที่มีประวัติการณ์นำเข้าดี คาดว่าการส่งออกอาหารแช่เยือกแข็ง 2551 น่าจะส่งออกได้ 80,000 ล้านบาท
ปัจจัยบวกก็ยังมีจากปัญหาเมลามีนของจีน และการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกทำให้ความต้องการบริโภคสินค้ากลุ่มอาหารแช่เยือกแข็งยังไปได้ แต่กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง ทำให้กุ้งได้รับความนิยมบริโภคน้อยกว่าทูน่า เพราะยังถูกมองเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย และยังเสี่ยงที่จะต้องแก้ปัญหาเรื่องความเข้มงวดของรัฐบาลใหม่ของสหรัฐที่จะให้ความสำคัญด้านแรงงาน
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล กรรมการรองเลขาธิการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของสหรัฐ ผลกระทบนอกเหนือคำสั่งสินค้าจากต่างประเทศลดลงแล้ว ยังมีผลกระทบขาดสภาพคล่องทางการเงิน จากการที่ไม่สามารถเก็บเงินจากลูกค้าต่างประเทศ บางรายถูกลูกค้ายืดเวลาการจ่ายเงิน ถูกยกเลิกออร์เดอร์ ขอเจรจาราคาสินค้าใหม่ ที่ผ่านมาผู้ส่งออกขายสินค้าเป็นตั๋วสินค้ามากกว่าเปิด L/C ทำให้ความเสี่ยงจากการได้รับเงินมีสูงกว่า ขณะนี้ก็ได้มีการปรับตัวหันมาค้าขายเป็นเงินสด และเปิด L/C ของการขายสินค้ามากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงลง
ด้านนางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ที่ปรึกษาและอุปนายกและประธานผู้ผลิตสับปะรด กล่าวว่า ในส่วนของอุตสาหกรรมสับปะรดกระป๋อง มีผู้ส่งออกบางบริษัทได้รับผลกระทบจากลูกค้าไม่ยอมจ่ายเงินแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นตลาดใหม่ๆ ที่เพิ่งเข้าไปทำตลาด เช่น รัสเซีย ส่วนประเทศอื่นๆ ที่เคยเป็นลูกค้าเดิมๆ อาทิ ญี่ปุ่น, สภาพยุโรป ก็ยังมีการจ่ายเงินตามกำหนดเวลาอยู่ ปัญหาขณะนี้คือการยกเลิกออร์เดอร์ และการเจรจาต่อรองราคาให้ปรับลดลงจากที่ตกลงไว้ตอนแรก ถ้าผู้ส่งออกไม่ยอมลูกค้าก็จะยกเลิกออร์เดอร์ ดังนั้นจึงต้องยอมเพื่อให้ส่งออกสินค้าออกไปได้ แม้ว่าจะทำให้ผลประกอบการลดลงก็ตาม
ในขณะที่ตลาดญี่ปุ่นได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยนายธวัชชัย รัตนะพิสิฐ ประธานคณะอนุกรรมการ กลุ่มซูริมิและผลิตภัณฑ์ปลา สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า ผลกระทบจากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจทำให้ญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้นำเข้าซูริมิรายใหญ่ของไทย ชะลอการสั่งซื้อซูริมิตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา และแนวโน้มราคาซูริมิตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ผู้ส่งออกซูริมิกว่า 20 บริษัทมีมติร่วมกันที่จะควบคุมปริมาณการผลิตซูริมิให้ลดลงจนถึงสิ้นปีนี้ หรืออาจถึงไตรมาสที่ 1/2552 สำหรับกรณีปริมาณสต๊อกของซูริมิในไทย ซึ่งมีการคาดการณ์ว่ามีปริมาณ 30,000 ตันนั้น น่าจะเป็นตัวเลขคาดการณ์ที่สูงเกินความเป็นจริง คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 2-3 เดือน
นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวเมื่อวันที่ 18 พ.ย.ถึงผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทยไปตลาดหลัก หลังจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ว่า หากเศรษฐกิจสหรัฐฯติดลบลดลงร้อยละ 1 จะทำให้มูลค่าการส่งออกของไทยไปตลาดสหรัฐฯ ติดลบลดลงร้อยละ 2.54 ขณะที่เศรษฐกิจญี่ปุ่น หากติดลบลดลงร้อยละ 1 จะกระทบต่อมูลค่าส่งออกไปญี่ปุ่นติดลบลดลงร้อยละ 1.76 และหากสหภาพยุโรป (อียู) ติดลบร้อยละ 1 ก็จะกระทบต่อมูลค่าส่งออกไปอียู ติดลบลดลงร้อยละ 1.48 หากคิดเป็นมูลค่าการติดลบดังกล่าว จะทำให้ภาคการส่งออกของไทยในตลาดสหรัฐฯลดลงถึง 62,802 ล้านบาท ญี่ปุ่นลดลง 15,287 ล้านบาท และอียูลดลง 34,473 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมเม็ดเงินทั้งหมดจะมีมูลค่า 112,562 ล้านบาท
ขณะที่นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกว่า จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทย โดยคาดว่าการส่งออกไทยในปี 2552 น่าจะมีอัตรการขยายตัวเพียง 5% ชะลอตัวลงจากที่คาดว่าจะขยายตัว 20% เป็นผลมาจากตลาดหลักทั้งสหรัฐ, สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนการส่งออก 36% ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกกระทบกำลังซื้อ ทำให้มูลค่าการส่งออกของสินค้าไทยไปยัง 3 ตลาดนี้ลดลงถึง 112,562 ล้านบาท หรือ 5.1%
โดยสินค้าที่จะได้รับผลกระทบหลักเป็นสินค้าอุตสาหกรรมที่พึ่งพิงตลาดดังกล่าว อันดับแรกคือ อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ รถยนต์และส่วนประกอบ แผงวงจร เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม อัญมณีเครื่องประดับ และรองเท้า เป็นต้น