"ที่ผ่านมาแต่ละครั้งได้รับการตอบรับดีในแง่ของยอดขาย และคอนเซ็ปต์งานอาจจะไม่เหมือนกันเลยทีเดียว ที่พารากอนจะเน้นรุ่นพิเศษและเป็นเอ็กซ์คลูซีฟ ส่วนที่จะจัดปลายปีจะมีตั้งแต่ราคา 3 พันบาทขึ้นไปเพื่อรองรับช่วงเทศกาลของขวัญ" ขณะที่แหล่งข่าวจากห้างสรรพสินค้าเซนกล่าวในเรื่องเดียวกันนี้ว่า เพื่อเพิ่มทางเลือกสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการจะหาซื้อของขวัญสำหรับช่วงปีใหม่ เซนได้จัดงานนาฬิกาตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน-16 ธันวาคม โดยมีนาฬิกาต่างๆ เข้าร่วมมากกว่า 80 แบรนด์ หลักๆ จะเป็นการเน้นไปที่กลุ่มนาฬิกาแฟชั่นเพื่อจับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ พร้อมกันนี้ยังได้มอบส่วนลด 10-50% ผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตว่า ช่วงเวลาการจัดงานของเดอะมอลล์และเซน เป็นช่วงเวลาเดียวกัน ขนคอลเล็กชั่นใหม่โกยยอด นางเกศสุดา วิสุทธิพันธ์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์นาฬิการาโด บริษัท สวอทช์ กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า สำหรับงานวอทช์แฟร์ช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ราโดจะเข้าร่วม 2 งาน ได้แก่ ที่ห้างเซน (21 พฤศจิกายน-16 ธันวาคม) และที่เดอะมอลล์ บางกะปิ (27 พฤศจิกายน-15 ธันวาคม) ราโดจะเน้นจับลูกค้ากลุ่มเริ่มทำงานเป็นหลัก นางเกศสุดากล่าวว่า ปีที่ผ่านมา ราโดเริ่มทำตลาดกับกลุ่มวัยเริ่มทำงานและนักศึกษาปีสุดท้าย ซึ่งพฤติกรรมลูกค้ากลุ่มนี้ส่วนใหญ่ซื้อเพื่อแสดงสถานภาพทางสังคม และปกติมักซื้อนาฬิกาเก็บไว้มากกว่า 1 เรือน เพื่อให้เข้ากับเครื่องประดับ จากเดิมมีลูกค้าหลักเป็นวัยกลางคน ด้านนางสาวชลวิชา ฤกษ์วิฑูรกุล ผู้จัดการผลิตภัณฑ์นาฬิการลองจินส์ บริษัท เดอะสวอชกรุ๊ป กล่าวว่า แนวทางการตลาดช่วงปลายปีเน้นทำโปรโมชั่นและโรดโชว์มากขึ้นกว่าปีก่อน โดยร่วมมือกับห้างสรรพสินค้าต่างๆ และปีนี้ยังถือเป็นครั้งแรกที่ลองจินส์ทำครอสโปรโมชั่นร่วมกับเครื่องสำอางลังโคม เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ โดยไฮไลต์ช่วง 2 เดือนสุดท้าย คือ สปอร์ต คอลเล็กชั่น 4 รุ่น ราคาเริ่มตั้งแต่ 23,500-100,000 บาท นอกจากนี้ยังมีนาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชั่นรุ่น ลินเบิร์ก นำเข้ามาจำหน่ายไม่เกิน 10 เรือน โดยทั้ง 2 คอลเล็กชั่นเพิ่งเปิดตัวในงานบาเซิลเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งปกตินาฬิกาจากงานบาเซิลแฟร์จะมาถึงเมืองไทยใช้เวลาประมาณ 1 ปี แต่ขณะนี้ตลาดทั่วโลกเริ่มหดตัว ขณะที่ตลาดเมืองไทยจริงๆ แล้วยังมีกำลังซื้อสูง นาฬิกาจากงานบาเซิลจึงเข้ามาเร็วกว่าปกติ จากเดิมที่เน้นตลาดจีนและยุโรปก่อนเป็นหลัก เผยนาฬิกาไฮเอนด์ขายกระฉูด นายณรัณ ธรรมาวรานุคุปต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเอ็มที ดิ อาวร์ กลาส จำกัด ผู้แทนจำหน่ายนาฬิกาไฮเอนด์ อาทิ โชพาร์ต, เจ เกอร์ เลอคูลทร์ เฌรัลด์ ฌองตา, ยูลิส นาร์แดง, ฟิลลิป สไตน์ ฯลฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมาแม้จะมีปัจจัยลบมากระทบอย่างต่อเนื่อง แต่ภาพรวมของตลาดนาฬิการะดับบนช่วง 9 เดือนแรกยังคงเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก จนกระทั่งเดือนตุลาคมที่เริ่มมีปัญหาซับไพรมเกิดขึ้น ยอมรับว่าตลาดนาฬิกาเริ่มได้รับผลกระทบ ทำให้ทราฟฟิกลูกค้าลดลงถึง 20% โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว แต่กลุ่มคนไทยแม้จะยังมีกำลังซื้ออยู่ แต่ก็ตัดสินใจยากกว่าเดิม สำหรับพีเอ็มที 9 เดือนแรกเติบโตกว่า 20% และปลายปีบริษัทก็มีโปรโมชั่นพิเศษ แต่เนื่องจากตอนนี้คนเดินห้างลดลง บริษัทจึงต้องรุกออกมาพบลูกค้ามากยิ่งขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอพิเศษที่มากกว่าปกติเพื่อกระตุ้นยอดขาย ลักเซอรี่-ลิมิเต็ดเอดิชั่นไม่พอขาย แหล่งข่าวจากวงการนาฬิการะดับไฮเฮนด์กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า นาฬิกาที่ได้รับความนิยมจากนักสะสมส่วนใหญ่เป็นนาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชั่น ที่มีราคาตั้งแต่ 400,000-500,000 บาทขึ้นไปจนถึงหลักล้าน โดยแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมี 10-15 แบรนด์ อาทิ ฟิลิป ปาเตะ, ไอดับเบิลยูซี, โชแปง, โชพาร์ต, โอเดอมาร์ปิเกต์, เจเกอร์ เลอคูลทร์ ฯลฯ พร้อมกันนี้แหล่งข่าวยังยกตัวอย่าง กรณีของนาฬิกา โอเดอมาร์ปิเกต์ รุ่นเอฟ-วัน ที่ประเทศสิงคโปร์จัดแข่ง เป็นไนต์ ฟอร์มูล่า-วัน ซึ่งเมืองไทยได้มา 2 เรือน เรือนหนึ่งมีคนซื้อไปแล้วในราคามากกว่า 1 ล้านบาท ส่วนอีก 1 เรือนจะเปิดประมูลในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ "สำหรับลูกค้ากลุ่มนี้เป็นคนที่มีเงินและเป็นนักสะสม ประกอบกับที่ผ่านมาผู้แทนจำหน่ายเน้นการนำกลยุทธ์ซีอาร์เอ็มมาใช้ในหลายๆ มิติ รวมทั้งมีการจัดปาร์ตี้ที่เป็นเอ็กซ์คลูซีฟทุกๆ เดือน เพื่อแนะนำนาฬิการุ่นใหม่ ขณะเดียวกันก็นำช่างนาฬิกามาจากสวิตเซอร์แลนด์ และแม้ว่าลูกค้าเหล่านี้จะไม่สามารถซื้อนาฬิการุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นในเมืองไทยได้ ก็จะบินไปซื้อที่ฮ่องกง หรือสิงคโปร์แทน" แหล่งข่าวกล่าว
|
WiseKnow PollsMost Read Recent
Who's Online |
ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่
WiseKnow Search EngineLoginMain Menu
Advanced SyndicateWorkflows |
|||||||||||||||||||||||





