โรงงานใหม่นี้จะมีกำลังการผลิต 500 ล้านลิตร/ปี อย่างไรก็ตาม ในปีแรก โรงงานบางเลนจะผลิตเบียร์ออกมาประมาณ 250 ล้านลิตร และจากนั้นก็จะค่อยๆ ทยอยเพิ่มกำลังการผลิตตามความต้องการของตลาด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมูลค่าการก่อสร้างโรงงานเบียร์ที่บางเลนนี้ คาดว่าจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 3,500-4,000 ล้านบาท (รวมราคาที่ดิน) ชู "บางเลน" เป็นฐานเจาะภาคใต้ แหล่งข่าวยังกล่าวอีกว่า สาเหตุที่บริษัทเลือกเอาอำเภอบางเลนเป็นที่ตั้งของโรงงานใหม่เพื่อให้ง่ายและสะดวกต่อการที่จะกระจายสินค้าลงไปสู่ภาคใต้ ซึ่งในระยะยาวโรงงานแห่งนี้จะช่วยลดต้นทุนการขนส่งลงได้อีกมาก จากเดิมที่บริษัทต้องขนเบียร์ลีโอไปจาก โรงงานที่ขอนแก่น หรือขนเบียร์สิงห์ไปจากโรงงานที่ปทุมธานี การที่บริษัทตัดสินใจลงทุนขึ้นโรงเบียร์แห่งใหม่ก็เพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต เพราะปัจจุบันกำลังการผลิตของโรงงานหลัก 2 แห่ง คือ ปทุมธานี และขอนแก่น ที่มีกำลังการผลิตรวมกันประมาณ 1,400 ล้านลิตร ก็ใกล้จะเต็มกำลังแล้ว "หากรอให้กำลังการผลิตเต็มแล้วจึงค่อยมาเปิดโรงงานใหม่ก็จะทำให้เสียโอกาสทางการตลาดและการขาย โดยเฉพาะกับเบียร์ลีโอที่ผลิตออกมาเท่าไรเอเย่นต์ก็พร้อมจะรับหมด ประกอบกับช่วงหลังๆ มานี้เราได้เริ่มส่งเบียร์ลีโอออกไปทำตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้น บางช่วงยอดเบียร์ลีโอก็อาจจะตึงๆ ไปบ้าง" ด้านนายฉัตรชัย วิรัตนโยสินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สิงห์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวถึงแนวทางการทำตลาดในช่วงปลายปีว่า ขณะนี้แม้ว่าภาพรวมของตลาดอาจจะเงียบๆ แต่โดยส่วนตัวยังมองว่าในช่วงตั้งแต่ปลายเดือนไปจนถึงปีใหม่ตลาดจะมีความคึกคักมากขึ้น และในช่วง 2 เดือนสุดท้ายนี้บริษัทก็จะใช้งบฯการตลาดตามแผนที่ได้วางไว้ ทั้งในแง่ของการโฆษณาผ่านสื่อ เบียร์การ์เด้น ฯลฯ และมั่นใจว่ายอดขายรวมของบริษัทในปีนี้แม้ว่าอาจไม่ถึงเป้าที่ตั้งไว้เมื่อต้นปี แต่มั่นใจว่าจะเป็นตัวเลขการเติบโตที่สูงกว่าการเติบโตของตลาดรวม ดันสิงห์สู่โกลบอลแบรนด์ แหล่งข่าวรายนี้ยังระบุด้วยว่า โรงงานแห่งใหม่ของบุญรอดฯที่บางเลนนี้ นอกจากจะผลิตเบียร์ลีโอและเบียร์สิงห์เพื่อป้อนตลาดในประเทศแล้ว อีกส่วนหนึ่งก็จะผลิตเพื่อการส่งออกไปทำตลาดในต่างประเทศที่บริษัทได้ให้ความสำคัญมากขึ้นเป็นลำดับๆ และที่สำคัญคือ การพยายามผลักดันให้สิงห์เป็นโกลบอลแบรนด์ และที่ผ่านมาบริษัทก็ได้ตั้งทีมงานขึ้นมาดูแลตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะ และอยู่ภายใต้การดูแลของนายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ก่อนหน้านี้ นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายการรุกตลาดต่างประเทศของเบียร์สิงห์ว่า นอกจากตลาดหลักๆ ในสหรัฐ อังกฤษ ฯลฯ ที่เบียร์สิงห์เข้าไปทำตลาดมานานแล้ว บริษัทยังให้ความสนใจจะขยายออกไปยังตลาดใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นยุโรปตะวันออก จีน ออสเตรเลีย "ที่ผ่านมารายได้จากตลาดต่างประเทศยังมีไม่มากนัก คือ ประมาณ 7-8% ยอดขายรวม แต่หลังจากที่เราได้มีการทำตลาดอย่างจริงจังมากขึ้น ตัวเลขต่างๆ ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ และเราก็มีเป้าหมายที่ต้องการจะให้ตัวเลขนี้อย่างน้อยๆ 25% ซึ่งจะเป็นการตอบโจทย์ในการลดความเสี่ยงของตลาดในประเทศได้" นายจุตินันท์กล่าว เบียร์ราคาถูกโตสวนกระแส ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมา ภาพของตลาดเบียร์โดยรวมแม้ว่าจะไม่มีความหวือหวานัก เนื่องจากติดกรอบของ พ.ร.บ. ควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และมีปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองเข้ามากระทบเป็นช่วงๆ ซึ่งทำให้ตลาดชะลอตัว ขณะเดียวกันก็ทำให้การแข่งขันก็ยังมีความรุนแรง โดยเฉพาะเบียร์ในเซ็กเมนต์ อีโคโนมี่ หรือเบียร์ราคาถูก และเป็นเซ็กเมนต์นี้ยังมีการเติบโตที่ดี สวนทางกับเซ็กเมนต์พรีเมี่ยมที่หดตัวลงเล็กน้อย ขณะที่เซ็กเมนต์สแตนดาร์ดอยู่ในภาวะที่ทรงตัว ที่ผ่านมา นายปิติ ภิรมย์ภักดี ผู้จัดการกลุ่มการตลาด บริษัท สิงห์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ปีนี้ได้เพิ่มงบฯการตลาดสำหรับเบียร์ลีโออีก 10% เพื่อทำกิจกรรมต่อเนื่องตลอดทั้งปี ขณะที่แหล่งข่าวจากบริษัท สิงห์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้อ้างอิงตัวเลขการเสียภาษีเบียร์จากกรมสรรพสามิต เมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า มาร์เก็ตแชร์ของค่ายสิงห์ที่มีแบรนด์ ลีโอ และสิงห์ เป็นหลักมีตัวเลขประมาณ 51-52% ขณะที่ค่ายไทยเบฟฯ ที่มีช้าง และอาชา เป็นตัวหลัก มีมาร์เก็ตแชร์ 48-49% แหล่งข่าวจากบริษัทสิงห์ฯ ก็ยอมรับว่ามีบางเดือนเช่นกันที่ตัวเลขมาร์เก็ตแชร์ของค่ายไทยเบฟฯ ขยับแซงขึ้นไป และเป็นตัวเลขที่อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน "เบียร์ลีโอถือเป็นหัวในหลักของเราในการดึงมาร์เก็ตแชร์กลับคืนมา ยิ่งในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดีและกำลังซื้อผู้บริโภคลดลง เบียร์เซ็กเมนต์อีโคโนมี่น่าจะเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ทางการตลาดได้ดี ที่สำคัญก็คือ เบียร์เซ็กเมนต์นี้คิดเป็นสัดส่วนถึวง 65-70% ของตลาดรวม ดังนั้นเราก็จะให้น้ำหนักกับลีโออย่างต่อเนื่อง" แหล่งข่าวกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัทแม่ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้แทนจำหน่ายเบียร์ช้างและอาชา ที่อยู่ระหว่างการนำหุ้นเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯได้ตัดสินใจเลื่อนออกไปก่อนตามคำแนะนำเข้าบริษัทที่ปรึกษา
|
WiseKnow PollsMost Read Recent
Who's Online |
ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่
WiseKnow Search EngineLoginMain Menu
Advanced SyndicateWorkflows |
|||||||||||||||||||||||





