นับตั้งแต่สึนามิการเงินกระหน่ำไปทั่วโลก สถาบันการเงินหลายแห่งก็ล้มหายตายจากไปกับคลื่นยักษ์ ส่วนที่เหลือรอดก็ยังออกอาการลูกผีลูกคน ต้องปรับตัวกันอลหม่านเพื่อความอยู่รอด บ้างก็เตรียมควบรวมกิจการ บ้างก็ตัดขายสินทรัพย์
แต่ที่ดูจะเป็นสูตรสำเร็จในการลดต้นทุนของบรรดาสถาบันการเงินและบริษัททั้งหลายในช่วงนี้ คือ การปลดพนักงาน
วอลล์สตรีต เจอร์นัล รายงานว่า จนถึงขณะนี้ภาคการเงินได้เลย์ออฟพนักงานไปแล้วจำนวนมาก และเทรนด์นี้ได้ส่งผลมายังภาคการเงินในเอเชีย โดยเฉพาะ "ฮ่องกง" และ "โตเกียว" ในฐานะศูนย์กลางการเงินของภูมิภาค
ก่อนหน้านี้ เอเชียได้รับผลกระทบไม่มากนักจากกระแสเลย์ออฟที่เกิดขึ้น เพราะต้นตอของปัญหาอยู่ที่สหรัฐ แต่เอเชียก็มีความเสี่ยงที่จะถูกเลย์ออฟมากขึ้นจากการที่บริษัทแม่รัดเข็มขัดและมีแผนเลย์ออฟเพิ่มขึ้น เพื่อลดต้นทุนให้ได้มากที่สุด
สัปดาห์ที่ผ่านมา "มอร์แกน สแตนเลย์" ก็เข้าร่วมในกระแสเลย์ออฟ โดยบริษัทมีแผนปลดพนักงานในฮ่องกงราว 100 คน จากทั้งหมด 1,700 คน โดยนี่เป็นการเลย์ออฟระลอก 2 ตามแผนลดพนักงานทั่วโลกของบริษัท
นอกจากนี้ มอร์แกน สแตนเลย์ ยังมีแผนจะปรับกลยุทธ์ในเอเชีย หลังผู้บริหารระดับสูงหลายรายต่างลาออกไล่เลี่ยกัน ทั้ง "เคิร์ต เบเกอร์" หัวหน้าฝ่ายโบรกเกอร์ในเอเชีย รวมถึง "ฟรานซิส เตย์" ผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์การเงินในเอเชีย และ "เคลวิน วู" หัวหน้าฝ่ายตราสารหนี้ในตลาดเกิดใหม่
"คอล์ม เคลเลเฮอร์" ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของมอร์แกน สแตนเลย์ กล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า บริษัทเตรียมจะลดพนักงานราว 10% ในแผนกหลักทรัพย์สำหรับนักลงทุนสถาบัน และอีก 9% ในแผนกบริหารสินทรัพย์
ทั้งนี้ การลดพนักงานใน 2 แผนกจะคิดเป็นสัดส่วน 5-7% ของจำนวนพนักงานทั้งหมดทั่วโลกของบริษัท และเมื่อเดือนที่แล้วบริษัทเพิ่งลดพนักงานในญี่ปุ่นเป็นรอบที่ 3 ซึ่งทำให้ตัวเลขเลย์ออฟในญี่ปุ่นอยู่ที่ 150 คน
ส่วน "โกลด์แมน แซกส์" ก็เพิ่งประกาศเลย์ออฟพนักงาน 10% จาก 32,500 คนทั่วโลก และประกาศปลดพนักงานในฮ่องกง 100 คน
"เอชเอสบีซี" แบงก์อังกฤษรายใหญ่ ก็ร่วมเทรนด์นี้เช่นกัน เพราะเพิ่งสั่งเลย์ออฟพนักงานในฮ่องกงทุกแผนกรวม 450 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นการปรับลดครั้งใหญ่อีกครั้ง หลังจากในเดือนกันยายน บริษัทได้ส่งโละพนักงานฝ่ายแบงกิ้งและการตลาดในฮ่องกง 100 คน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนลดพนักงานทั่วโลก 1,100 ตำแหน่งในตอนนั้น
ขณะที่ "ซิตี้กรุ๊ป" เพิ่งสร้างความฮือฮา เมื่อตัดสินใจโละพนักงาน 52,000 คนทั่วโลก และเตรียมลดรายจ่ายให้ได้ 20% ซึ่งแน่นอนว่า พนักงานในเอเชียก็ย่อมได้รับผลกระทบด้วย รวมถึงในอินเดีย ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะต้องเลย์ออฟพนักงานราว 1,000 คน
แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับแผนปรับลดต้นทุนของซิตี้กรุ๊ป ระบุว่า การปรับลดพนักงานส่วนใหญ่ในอินเดียจะมาจากแผนกสินเชื่อ แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาในขั้นสุดท้าย แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่แผนกวาณิชธนกิจและการเงินสำหรับองค์กรจะโดนหางเลขจากงานนี้ด้วย
"โนมูระ โฮลดิ้งส์" สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ซึ่งกำลังจะเข้าซื้อกิจการในเอเชียและยุโรปของ "เลห์แมน บราเธอร์ส โฮลดิ้งส์" อดีตวาณิชธนกิจยักษ์ใหญ่ของสหรัฐที่ล่มสลายไปแล้ว ก็มีแผนจะปลดพนักงานหลายสิบตำแหน่งที่ทำงานในเลห์แมนฯ ซึ่งก็รวมถึงพนักงาน 30 คนในแผนกตราสารหนี้ในญี่ปุ่นด้วย
โดยการปรับลดพนักงานครั้งนี้จะโฟกัสไปที่แผนกที่มีปัญหา อาทิ แผนกจัดหาเงินกู้ แผนกตราสารหนี้ แผนกโบรกเกอร์ผู้ให้บริการ (prime brokerage) แผนกลงทุนเพื่อเป็นทรัพย์สินของบริษัทจัดการ (proprietary trading) แผนกค้าหลักทรัพย์และคอมโมดิตี้ส์ รวมถึงแผนกขายหุ้นไอพีโอในจีน
เช่นเดียวกับ "เมอร์ริล ลินช์" ที่มีแผนลดพนักงานในเอเชีย 100 คน โดยเป็นการลดพนักงานในส่วนแผนกตราสารหนี้และหลักทรัพย์ในฮ่องกง ซึ่งประกาศออกมาเมื่อเดือนที่แล้ว โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนลดพนักงานทั่วโลกรวม 500 ตำแหน่ง และบริษัทยังอาจจะต้องเลย์ออฟเพิ่มเติมอีกในแผนกตราสารหนี้ เพื่อไม่ให้มีตำแหน่งงานซ้ำซ้อนเกินไปหลังจากที่ขายกิจการให้แก่ "แบงก์ ออฟ อเมริกา"