|

"มหกรรมยานยนต์" ไม่หวั่นวิกฤต ค่ายรถตบเท้าร่วมงานคึกคัก พร้อมอัดแคมเปญจูงใจหนัก เผยเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการซื้อรถ ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นคัน ขณะที่บริษัทรถยนต์ประเมินปี′52 วิกฤตแน่ คาดยอดขายลดไม่ต่ำกว่า 10%
นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ในฐานะประธานจัดงาน "มหกรรมยานยนต์ 2008" เปิดเผยว่า งานในปีนี้ได้รับการตอบรับจากบริษัทรถยนต์ที่เข้าร่วมงานกว่า 40 ยี่ห้อ และยังมีผู้ผลิตอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์อีกเป็นจำนวนมาก ปีนี้ในงานตั้งเป้ายอดขายไว้ 15,000 คัน ปรับลดลงจากปีที่ผ่านมาทำได้ 17,000 คัน ส่วนจำนวนผู้เข้าชมงานหมุนเวียนคาดการณ์จะมี 1.5-1.6 ล้านคน ส่วนจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในงานประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท ถึงแม้ขณะนี้ปัญหาการเมืองภายในประเทศจะวุ่นวาย คงไม่มีผลกระทบกับงานมหกรรมยานยนต์ ซึ่งบริษัทหวังให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วเพราะมีผลต่อการตัดสินใจของลูกค้าเพิ่มขึ้น ไฮไลต์งานในปีนี้นอกจากรถยนต์ต้นแบบจากบริษัทรถยนต์หลายค่ายต่างนำมาจัดแสดงให้กับผู้ชมงานแล้ว ยังมีการจัดแคมเปญกระตุ้นยอดขายอย่างคึกคัก หลายบริษัทถือเป็นแคมเปญที่ดีที่สุดในปีนี้ ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นยอดขายให้ถึงเป้าหมายที่แต่ละบริษัทวางไว้ "ในปีนี้ทุกค่ายต่างงัดแคมเปญออกมาประชันกันอย่างเต็มที่ หลายค่ายทำแคมเปญเด็ดซึ่งถือว่าดีที่สุดในรอบปี มีทั้งผ่อน 0% ปลอดเงินดาวน์ หรือแม้แต่จากลดราคาจำหน่ายลงในหลักแสนบาท ซึ่งถ้าใครที่ต้องการซื้อรถยนต์ในช่วงเวลานี้น่าจะถือเป็นโอกาสดีที่สุดของการซื้อรถยนต์แห่งปี" นายสตีฟ คาร์ไลน์ ประธานกรรมการ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ภายหลังจากบริษัทแม่ต้องเผชิญปัญหาหลัก 3 ด้าน คือ วิกฤตทางการเงินของบริษัทแม่ เศรษฐกิจโลกตกต่ำ และความไม่มั่นคงทางการเมือง ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยเฉพาะแผนการลงทุนตั้งโรงงานผลิตเครื่องยนต์ดีเซล มูลค่า 14,600 ล้านบาท ต้องเลื่อนออกไปอีก 1 ปี ทางเจนเนอรัล มอเตอร์ส ขอยืนยันจะไม่ยกเลิกแผนการลงทุนแต่อย่างใด เพราะเมื่อสถานการณ์ทุกอย่างเริ่มคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติจะสามารถเดินหน้าตามแผนงานได้ตามเดิม จากโรงงานมีพื้นที่ทั้งหมด 14,492 ตารางเมตร ผลิตเครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล ขนาด 2.5 ลิตร และ 2.8 ลิตรเทอร์โบได้มากกว่า 1 แสนเครื่อง/ปี รวมทั้งจะหันมามุ่งเน้นการสร้างแบรนด์และภาพลักษณ์ของเชฟโรเลตให้เป็นแบรนด์ที่ได้รับความเชื่อมั่นระดับแนวหน้า ควบคู่กับการเพิ่มจำนวนเครือข่ายครอบคลุมและรองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างเพียงพอด้วย "ปัญหาวันนี้ไม่ได้เกิดกับจีเอ็มเพียงค่ายเดียว ทุกค่ายได้รับผลกระทบเหมือนกัน คือลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อออกไป ทางจีเอ็มเองได้รับมอบหมายจากบริษัทแม่ให้ช่วยเหลือตัวเองเรื่องกระแสเงินสด ส่วนตลาดส่งออกก็มุ่งเน้นดูความต้องการของตลาดและกำลังการผลิตให้สอดคล้องกัน" นายคาร์ไลน์กล่าวและว่า ปี 2552 ยอดการจำหน่ายรถยนต์โดยรวมจะต่ำกว่า 600,000 คัน ปริมาณการผลิตของบริษัทจะลงไป 10-15% สัดส่วนการผลิตจะยังคงเป็นการผลิตเพื่อส่งออกราว 75% ส่วนตลาดในประเทศเหมือนเดิมประมาณ 15% ขณะที่รถยนต์รุ่นใหม่ๆ ของจีเอ็มนั้น ปีหน้าเตรียมไว้ผลิตเพื่อส่งออกสู่ตลาดโลกถึง 14 รุ่น ส่วนใหญ่จะเป็นรถที่ประหยัดและเป็นมิตรกับพลังงานน้ำมันด้วย นายมิจิโร่ อิมาอิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจของโลกในขณะนี้ว่า อยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อหาวิธีการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ส่วนตลาดส่งออกบริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่นติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อว่ายอดการส่งออกโดยรวมปีนี้จะไม่ปรับลดลงแต่อย่างใด ปีหน้าคาดว่ายอดส่งออกจะลดลงแน่นอน เป็นตัวเลข 2 หลัก ส่วนตลาดภายในประเทศ บริษัทตั้งเป้ายอดขายตามเดิม 26,900 คัน ขณะนี้ยังไม่สามารถคาดการณ์ยอดปีหน้าได้ เนื่องจากเชื่อว่าตลาดรวมจะมียอดขายลดลงจากปีนี้เหลือเพียง 600,000 คันเท่านั้น "วันนี้จนถึงปลายปีตลาดส่งออกยังไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนัก แต่ที่จะต้องจับตาเป็นพิเศษคือช่วงไตรมาสแรกปี 2552 โดยเฉพาะตลาดในยุโรป อเมริกาใต้ ออสเตรเลีย เริ่มตกลงไปบ้างแล้ว ส่วนตะวันออกกลางในอนาคตอาจจะตกได้เช่นกัน ตลอดครึ่งปีหน้าสถานการณ์ต่างๆ จะไม่สดใสเท่าที่ควร" นายอิมาอิกล่าว |