Performancing Metrics

WiseKnow : Marketing Knowledge Provider - "โอเอ็มดี"ชี้ธุรกิจโฆษณาติดลบยาว เพิ่ม4บิสซิเนสยูนิต-สร้างความมั่นใจนักการตลาด
"โอเอ็มดี"ชี้ธุรกิจโฆษณาติดลบยาว เพิ่ม4บิสซิเนสยูนิต-สร้างความมั่นใจนักการตลาด PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
แย่มากดีมาก 
จันทร์, 01 ธันวาคม 2008

"โอเอ็มดี"ชี้ธุรกิจโฆษณาติดลบยาว เพิ่ม4บิสซิเนสยูนิต-สร้างความมั่นใจนักการตลาด

 

"โอเอ็มดี" ชี้ปีนี้ธุรกิจโฆษณามีสิทธิ์ติดลบถึง 10% คาดลากยาวต่อเนื่องถึงปีหน้า เผยสินค้าบางกลุ่มโยกงบฯจากแมสมีเดียสู่บีโลว์เดอะไลน์-ออนไลน์ เล็งปรับตัวสร้างความมั่นใจให้นักการตลาด พร้อมแตกบิสซิเนสยูนิตใหม่รับมืออีก 4 ธุรกิจ

นายฌอง โอ ไบรอัน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออมนิคอม มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (OMD) บริษัทวางแผนและซื้อสื่อโฆษณา เปิดเผยถึงภาพรวมของธุรกิจมีเดียเอเยนซี่ว่า ปีนี้เป็นปีที่ยากสำหรับธุรกิจโฆษณา ที่ผ่านมานีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ช (ประเทศไทย) ระบุว่า มูลค่าการใช้จ่ายผ่านสื่อโฆษณาก็ปรับตัวลดลงเฉลี่ย 2-3% แต่ในภาพความเป็นจริงพบว่ามูลค่าของธุรกิจโฆษณาปรับตัวลดลงไปประมาณ 10% และเชื่อว่าภาพการชะลอตัวของธุรกิจโฆษณาจะยังปรับตัวลดลงต่อเนื่องอีกประมาณ 8% ในปีหน้า ขณะที่สื่อและการตลาดในรูปแบบบีโลว์เดอะไลน์ และออนไลน์ น่าจะปรับตัวดีขึ้น

ที่ผ่านมาสินค้าที่ใช้งบฯโฆษณากับบริษัทบางรายก็ได้ปรับลดงบฯผ่านแมสมีเดียลงแล้วหันไปใช้สื่อที่เป็นบีโลว์เดอะไลน์ ออนไลน์ และดิจิทัลมีเดียเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่มบริษัทโอเอ็มดีนั้น ในปีนี้ยังสามารถเติบโตได้ประมาณ 20% และมียอดบิลลิ่งรวมกว่า 4,000 ล้านบาท เนื่องจากมีลูกค้าใหม่เข้ามากว่า 20 ราย และเพื่อให้บริษัทยังมีศักยภาพในการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงเพิ่มบริการใหม่อีก 4 ส่วนธุรกิจ ประกอบด้วย ที่ปรึกษาด้านแบรนด์, สร้างแบรนด์ คอนเทนต์, แบรนด์เอ็นเตอร์เทนเมนต์ และแผนกวิจัยและข้อมูลเชิงลึก ทำให้เชื่อว่า ปีหน้าบริษัทจะยังเติบโตเพิ่มขึ้นได้ 10-15%

ควบคู่กับปรับตัวเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักการตลาดและเจ้าของสินค้าต่างๆ ที่ทำงานร่วมกันว่า สิ่งที่บริษัทวางแผนและบริหารให้นั้นเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยนอกจากจะต้องสื่อสารให้เข้าถึงตัวผู้บริโภคแล้วยังต้องทำให้ผู้บริโภคเกิดปฏิกิริยาตอบสนองด้วย

และเพื่อให้เข้าใจในพฤติกรรมเชิงลึกของผู้บริโภคและสามารถวางแผนการซื้อสื่อให้กับเจ้าของสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ล่าสุดบริษัทได้วิจัย "Pathway : ถอดรหัสดักผู้บริโภค" เพื่อศึกษาเวลาและกระบวนการสู่การใช้จ่ายของผู้บริโภค รวมทั้งบทบาทของสื่อโฆษณา และวิธีการสื่อสารในแต่ละกระบวนการตัดสินใจของผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชีย 8 ประเทศ คือ จีน, อินเดีย, ฮ่องกง, สิงคโปร์, ไต้หวัน, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย และไทย รวม 5,000 กลุ่มตัวอย่าง อายุตั้งแต่ 15-59 ปี ครอบคลุม 21 ประเภทสินค้า พบว่าเส้นทางการใช้จ่ายของผู้บริโภคในแต่ละประเทศมีความซับซ้อน โดยแต่ละประเภทสินค้านั้นผู้บริโภคก็ใช้ระยะเวลาและกระบวนการในการจับจ่ายที่ต่างกัน

โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ 1.quick กลุ่มที่ใช้เวลาตัดสินใจเร็วและไม่ต้องมีข้อมูลซับซ้อน 2.long กลุ่มที่ใช้เวลาตัดสินใจนาน แต่ไม่ต้องใช้ข้อมูลมากนัก 3.winding กลุ่มที่ใช้ระยะเวลาตัดสินใจเร็ว แต่ต้องการข้อมูลสนับสนุนมาก และ 4.long & winding กลุ่มที่ใช้เวลาตัดสินใจนานและต้องการข้อมูลสนับสนุนมาก เช่น ผู้บริโภคคนไทยใช้เวลาในการตัดสินใจเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือ (เลือกระบบ) เพียงแค่ 2 สัปดาห์ สั้นที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ส่วนชาวสิงคโปร์ใช้เวลานานที่สุดถึง 7 เดือน เป็นต้น

นอกจากนี้ในส่วนบทบาทของสื่อโฆษณา ยังพบว่า แม้ว่าจะมีสื่อใหม่ๆ เกิดขึ้นมาก แต่สื่อดั้งเดิมหรือแมสมีเดียโดยเฉพาะโทรทัศน์ยังสามารถสร้างความสนใจและกระตุ้นกระบวนการสู่การใช้จ่ายของผู้บริโภคได้สูงกว่าสื่อใหม่ อย่างอินเทอร์เน็ต หรือโทรศัพท์มือถือ โดย 79% ของกลุ่มตัวอย่างทั่ว ภูมิภาคเอเชียบอกว่าความสนใจที่จะซื้อสินค้าเกิดจากโฆษณาในแมสมีเดีย และยังเห็นว่าสื่อโทรทัศน์เป็นสื่อที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสร้างการรับรู้และสร้างความสนใจ
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

WiseKnow Search Engine

Login

Advanced Syndicate

Workflows