|
เลกซัส ไอเอส 250 รถหรู ขับสนุก ติดเนี้ยบ |
|
|
|
|
จันทร์, 01 ธันวาคม 2008 |
ต้องยอมรับในความสำเร็จของรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมที่ผลิตและตีตราจากซีกโลกตะวันออกอย่าง "เลกซัส" ที่ประสบความสำเร็จ และสร้างการยอมรับได้เป็นอย่างดีในตลาดอเมริกา และค่อยๆ ไต่ระดับความนิยมในตลาดโลก ด้วยจุดเด่นของความประณีตในกระบวนการผลิต บวกกับความตั้งใจและเอาใจใส่ ภายใต้เป้าหมายอันท้าทายด้วยความมุ่งมั่นที่จะผลิตรถยนต์นั่งระดับพรีเมี่ยมจากค่าย "โตโยต้า" ทำให้ข้อสงสัยว่า "เลกซัส" จะสามารถขึ้นไปเทียบรัศมีกับรถหรูจากฝั่งยุโรปหรือเริ่มหมดไป
หลังจากที่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้หยิบยื่นโอกาสอันดีให้ได้มีโอกาสบุกไปยังฐานผลิตเลกซัสถึงโรงงานทาฮาร่า ประเทศญี่ปุ่น เมื่อต้นปีที่ผ่าน และเพื่อไม่ให้เป็นการล่าช้าเกินไป ทันทีที่โตโยต้าเปิดตัว ไอเอส 250 รุ่นไมเนอร์เชนจ์
ทีมงานไม่รอช้า ด้วยช่วงเวลาเพียงสัปดาห์เดียวก็มีการจัดทริปให้บรรดาสื่อมวลชนได้ร่วมทดสอบ และสัมผัสกับ ไอเอส 250 ไมเนอร์เชนจ์ กันเต็มที่ ชนิดที่ว่า "ตีเหล็กต้องตีตอนที่ร้อน" การทดสอบครั้งนี้ "เลกซัส" ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน รวมระยะทางไป-กลับ ประมาณ 400 ก.ม.
เริ่มต้นเดินทางกันที่ "เลกซัส คลับ" ย่านถนนวิทยุ หลังจากสรุปเส้นทาง รับกุญแจจากทีมงานเรียบร้อย ก็พร้อมมุ่งหน้าสู่เมืองตากอากาศยอดฮิตกันทันที งานนี้ไม่กำหนดเส้นทาง ไม่กำหนดระยะเวลา เพียงแจ้งจุดหมายที่ปลายทางยังโรงแรมที่พัก เรียกว่าขับกันไปแบบชิวๆ และได้สัมผัสกับรถและเส้นทางกันแบบเต็มที่
สำหรับเลกซัส ไอเอส 250 ที่กระจิบข่าวรุ่นพี่ได้รับ ถือเป็นตัวล่า สีขาว ที่สนนราคาอยู่ที่ 3.05 ล้านบาท เมื่อสำรวจรูปร่างหน้าตาที่เลกซัสได้หันไปใส่ใจกับรายละเอียดรอบคันเพิ่มมากขึ้น ตั้งแต่การขยายขนาดช่องดักลมใต้กระจังหน้า พร้อมกระจังหน้าดีไซน์แบบหัวธนู รวมทั้งไฟเลี้ยวที่ติดมาตรงกระจกมองข้าง ส่วนไฟท้ายออกแบบใหม่ เมื่อเข้ามาภายในในตำแหน่งผู้โดยสาร สัมผัสได้ถึงความต้องการที่จะให้เลกซัส ไอเอส 250 มีความรู้สึกถึงความเรียบ หรู ด้วยการตกแต่งภายในที่ให้สีเน้นโทนสีสดเข้ม อุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในนั้นถูกจัดวางมาได้อย่างเหมาะเจาะ และง่ายต่อการใช้งาน ส่วนมาตรวัดความเร็วและวัดรอบที่แจ้งเตือนได้ด้วยแสง หากใช้ความเร็ว หรือรอบเครื่องสูงเกินกว่าที่กำหนดไว้ ซึ่งถือเป็นเครื่องมือช่วยกระตุ้นเตือนในเรื่องความปลอดภัยได้อีกระดับ
และเมื่อเดินทางออกมาได้สักระยะก็ได้เวลาแตะมือเปลี่ยนหน้าที่ รับบทบาทเป็น ผู้ที่นั่งควบคุมอยู่หลังพวงมาลัย ด้วยขุมกำลังของเครื่องยนต์วี 6 ขนาด 2.5 ลิตร แรงม้าได้ 212 แรงม้า ที่ 6,400 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 260 นิวตัน-เมตร ที่ 3,800 รอบต่อนาที รวมถึงระบบ เกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด และระบบ แพดเดิลชิฟต์ที่พวงมาลัย ช่วยให้การขับขี่สนุกเร้าใจยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะระบบช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่ให้การไหลเวียนของอากาศใต้ท้องรถไหลเวียนดีขึ้น ระบบควบคุมไดนามิกของรถ หรือ VDIM ที่เลกซัส ถือว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่แตกต่างจากระบบทั่วๆ ไป ด้วยการทำหน้าที่รวบรวมศักยภาพของระบบต่างๆ เข้าด้วยกัน ด้วยการควบรวมระบบการควบคุมของเบรก เครื่องยนต์ และการควบคุมของพวงมาลัย ให้สอด ประสานกันได้อย่างลงตัว รวมถึงความฉลาดของระบบ VDIM ที่ช่วยป้องกันและแก้อาการ การเสียการทรงตัว เพิ่มความสมดุลให้เกิดความปลอดภัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ขณะที่ระบบทั่วๆ ไปจะแยกการทำงานออกจากกัน
เรียกได้ว่า เลกซัส ไอเอส 250 มาพร้อมกับความสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะการผสานระหว่างสมรรถนะของเครื่องยนต์ และอารมณ์ในการขับขี่ ช่วยสร้างสีสันและความสนุกสนาน ตั้งแต่ออกสตาร์ตรถแล้วออกตัว ด้วยเกียร์ที่ถือว่าฉลาดและตอบสนองได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะช่วงแพดเดิลชิฟต์ เปลี่ยนเกียร์
เพียงการทดสอบและทดลองขับ ไอเอส 250 แล้ว ถือว่าเป็นรถยนต์ที่คุ้มค่า เมื่อเปรียบเทียบกับราคาที่ 3.05 ล้านบาท เหตุที่ราคาออกมาสูงขนาดนี้ ก็ต้องทำความเข้าใจกันว่า เลกซัสถือเป็นรถยนต์นำเข้าทั้งคัน ซ้ำมันเป็นงานประณีต หรู ติดเนี้ยบ ได้ไม่แพ้รถจากฝั่งตะวันตก ทั้งสมรรถนะ ความสนุก ความสะดวกสบายทั้งในฐานะผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน เรียกว่า "โตโยต้า" กรุยทางมาได้ค่อนข้างดี เหลือเพียงว่าทีมงานจะสามารถตีโจทย์และเปลี่ยนมุมมองที่ว่ารถยุโรปดีกว่ารถญี่ปุ่นได้อย่างไรเท่านั้น
สำหรับคนที่กำลังมองหารถยนต์ที่ขับสนุก นั่งสบาย และมีเงินเหลือมากพอ ไอเอส 250 คันนี้คงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย
คอลัมน์ Test car |