|

นับถอยหลังศาลรธน.ปิดคดียุบพปช.จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อสมชายต้องพ้นจากนายกฯพร้อมครม. "มิ่งขวัญ-เฉลิม-อภิวันท์"จะได้เป็นนายกฯหรือ 9อรหันต์ นายกฯคนกลางจะมาแทนที่?
จะเกิดอะไรขึ้น? หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 237 แน่นอนว่า กรรมการบริหารพรรคทั้งสามพรรค จำนวน 109 คน จะถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมือง ทั้งนี้ 109 คน แบ่งเป็น พรรคพลังประชาชน 37 คน ชาติไทย 43 คน และมัชฌิมาธิปไตย 29 คน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 ที่บัญญัติว่า " ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมืองดังกล่าวมีกำหนดเวลาห้าปีนับแต่วันที่มีคำสั่งให้ยุบพรรคการเมือง" ปัจจุบัน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล มีจำนวน 304 เสียง ส่วนพรรคประชาธิปัตย์มี 164 เสียง แต่ไม่ได้หมายความว่า ส.ส. ของรัฐบาลสมชาย จะหายไปวับไป 109 เสียง เพราะจริงๆ แล้ว กรรมการบริหารทั้ง 109 คน ไม่ได้เป็นส.ส.ทั้งหมด ฉะนั้น แม้ว่า พรรครัฐบาลจะสูญเสียที่นั่งในสภาไปหลายสิบเสียง แต่ โอกาสจัดตั้งรัฐบาลใหม่ก็ยังอยู่กับปีกรัฐบาลเดิม เช่นเดิม แต่ผลพวง ที่เกิดขึ้นแน่ๆ ก็คือ จุดจบของนายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่จะต้องพ้นตำแหน่งทันที พร้อมคณะรัฐมนตรี เมื่อรัฐบาลสมชาย ปิดฉากลง จากนั้น จะต้องมีการเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่ ล่าสุด มือกฎหมายพรรคพลังประชาชน เปิดเผย"ประชาชาติธุรกิจ"ว่า หลังยุบพรรค ไม่เกิดสุญญากาศทางการเมืองอย่างแน่นอน เพราะสมาชิกพรรคที่เหลือจาก 3 พรรคจะย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทย เพื่อจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ และมีตัวเต็งนายกรัฐมนตรี อย่างน้อย 3 คน 1. นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ 2. ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง และ 3. พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภารัฐสภา แม้ว่า เสียงของพรรคร่วมรัฐบาลจะหายไป จำนวนมาก เพราะถูกเพิกถอนสิทธิฯ แต่กระนั้น หากพิจารณาจำนวนเสียงก็ยังเพียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาล ปัญหามีเพียงประการเดียวคือ การประชุมสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่ จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ ? ก่อนหน้านี้ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ชี้ว่า การประกาศเส้นตายยุบพรรคเพื่อให้นายสมชายรู้ว่ามีเวลาอยู่ในตำแหน่งนายกฯเพียง 4 วันเท่านั้น หลังจากการยุบพรรคจะไม่มีนายกฯในระบบรัฐสภา หากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเคลื่อนขบวนจากสนามบินนานาชาติสากลสุวรรณภูมิ ไปปิดล้อมรัฐสภา เหมือนเช่น เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม และวันที่ 24 พฤศจิกายน การปิดล้อมสภา ย่อมทำให้รัฐบาลใหม่เกิดขึ้นไม่ได้ แน่นอนว่าการเมืองไทยจะเข้าสู่ภาวะสุญญากาศทันที แกนนำกลุ่มเสื้อแดง เชื่อว่า มีความพยายามจัดสภาสูงสุด หรือ 9 อรหันต์ และวางตัวนายกฯชั่วคราว ในช่วงสุญญากาศ ก่อนหน้านี้ ประชาชาติออนไลน์ ได้นำเสนอ บทวิเคราะห์ จาก เวบไซต์หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ เอเชียไทมส์ออนไลน์ ของฮ่องกง ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับ บริษัทแมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป ในชื่อเรื่อง "เสียงกระซิบเรื่องตุลาการภิวัฒน์ในไทย" ( Judicial Coup murmurs in Thailand ) โดย นาย ชอน คริสปิน บรรณาธิการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของ เอเชียไทมส์ออนไลน์ ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับแผนการตั้งรัฐบาลใหม่หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคพลังประชาชน ( พปช. ) นายคริสปินอ้างแหล่งข่าวจากแกนนำระดับสูงของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ( พธม.) ที่ได้บอกกับเขาว่า หากศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค พปช. จริง จะมีการหาช่องโหว่ทางกฏหมายรัฐธรรมนูญในการตั้งรัฐบาลใหม่ที่นายกฯไม่ต้องเป็น ส.ส. เพื่อจะได้สร้างการเมืองใหม่ แหล่งข่าวจาก พธม. อธิบายให้นายคริสปินถึงวิธีการว่า ถ้าพรรค พปช.ถูกยุบ สส.ต้องหาพรรคอยู่ใหม่ภายใน 60 วันตามรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกัน นายกฯที่เป็นกรรมการบริหารพรรคก็ต้องพ้นตำแหน่งไปด้วย ซึ่งในช่วงนั้นจะมีสุญญากาศทางการเมืองที่รัฐธรรมนูญก็ไม่ได้ให้ทางออกไว้ชัดๆว่าใครจะปกครองประเทศ นายคริสปินรายงานว่า ทางแหล่งข่าวซึ่งเป็นผู้นำ พธม. อ้างว่า ประมุขของสามศาลคือ ศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ และ ศาลปกครอง ได้หารือถึงแนวทางผ่าทางตันโดยน่าจะเป็นการตั้ง "สภาสูงสุด"ที่มีสมาชิก 9 คน ซึ่งทางผู้นำพธม. ที่ให้ข่าวอ้างว่าจะทำหน้าที่เหมือนเป็นรัฐฎาธิปัตย์ เหมือน สภาแห่งรัฐของสาธารณรัฐประชาชนจีน และสภาสูงสุดนี้จะได้อำนาจในการแต่งตั้งนายกฯกับคณะรัฐมนตรีชั่วคราว กับอำนาจในการออกกฎหมาย แหล่งข่าวยังบอกนายคริสปินว่า แผนการตั้งสภาสูงสุดนี้คืบหน้ามากขนาดที่มีการวางตัว น.ต. ประสงค์ สุ่นศิริ ไว้เป็นประธานสภาฯ และ นายพลากร สุวรรณรัตน์ องคมนตรี เป็นนายกฯชั่วคราว นายคริสปิน รายงานว่า หากมีการตั้งสภาสูงสุดดังกล่าวขึ้น สภาฯนี้จะเร่งรัดการออกกฎหมายที่จะสร้างการเมืองใหม่ที่ พธม. เรียกร้อง ที่สำคัญ คือ การมี ส.ส. เลือกตั้งควบกับ ส.ส. สัดส่วน ซึ่งแผนนี้จะทำให้การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทยออกมาในรูปการกระทำโดยใช้หลักกฎหมายแทนที่จะใช้การรัฐประหาร นายคริสปินวิเคราะห์ในรายงานว่า ถ้าเหตุการณ์นี้เป็นจริง ก็ยังไม่มีใครเดาได้ว่าปฎิกิริยาของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตรกับผู้สนับสนุนต่อคำตัดสินยุบพรรคจะแรงแค่ไหน นายคริสปินยังมองว่าความรุนแรงของการประท้วงของ พธม. อาจจะปะทุขึ้นมาเป็นสงครามกลางเมืองระหว่างฝ่ายผู้สนับสนุนทักษิณและพธม. โดยไม่มีใครจะยับยั้งได้อีกต่อไป จากการตรวจสอบของ"ประชาชาติธุรกิจ" พบว่า แนวคิด สภาสูงสุดและนายกฯชั่วคราว มีการหารือกันจริง ก่อนหน้านี้ ณ บ้านพักของผู้ใหญ่ระดับสูงคนหนึ่งที่อยู่ร่วมในกระบวนการตุลาการภิวัฒน์ แต่อย่างไรก็ตาม นักกฎหมายมหาชนระดับบิ๊กเนม ฟันธงว่า นายกฯชั่วคราวและ 9 อรหันต์ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการรัฐประหาร และฉีกทิ้งรัฐธรรมนูญปี 2550 ก่อน เท่านั้น เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ไม่เปิดโอกาสให้ คนนอก เป็นนายกฯ และไม่มีกลไกสภาสูงสุด อย่างที่พวกพันธมิตรฯ อยากให้เป็น ชั่วโมงนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ หลังการยุบ 3 พรรค !!?? |