ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ ศาลรัฐธรรมนูญพิพากษาให้ยุบพรรคพลังประชาชน พรรคมัชฌิมาธิปไตย และพรรคชาติไทย ทำให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอีกหลายคนในรัฐบาลต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วย
@พันธมิตรฯประกาศยุติชุมนุมทั้งหมด
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 2 ธันวาคม กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 27/2551 ประกาศยุติการชุมนุมทั้งที่ทำเนียบรัฐบาล สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง ในวันที่ 3 ธันวาคม 2551 หลังจากเริ่มชุมนุมใหญ่มาตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2551 รวม 192 วันนั้น เพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 และ ขับไล่รัฐบาลทรราชฆาตกรหุ่นเชิด เพื่อนำไปสู่การเมืองใหม่
โดยเหตุผลที่สำคัญ คือ ผลจากคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประกอบกับเป็นช่วงเวลามหามงคลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
อย่างไรก็ตาม พันธมิตรฯระบุว่า หากรัฐบาลหุ่นเชิดของระบอบทักษิณกลับมาอีก หรือมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย เพื่อฟอกความผิดให้กับคนในระบอบทักษิณ เอื้อประโยชน์ให้กับนักการเมือง หรือลดพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ และหากรัฐบาลชุดใดๆ ก็ตามที่เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน แต่ไม่มีความจริงใจในการปฏิรูปสู่การเมืองใหม่โดยร่วมกับประชาชน พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็จะกลับมาอีกทันทีเช่นกัน
@เปิดดอนเมือง-สุวรรรภูมิ 5 ธันวาฯ
นายเสรีรัตน์ ประสุตตานนท์ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.กล่าวว่า ทันทีที่พันธมิตรฯถอนผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่สุวรรณภูมิและดอนเมือง เตรียมจัดทีมเข้าไปเคลียร์ความปลอดภัยตามขั้นตอนการบินสากลทันที เพื่อเปิดใช้สนามบินทั้ง 2 แห่ง ให้สายการบินได้นำเครื่องบินกลับมาขึ้น-ลงโดยเร็วที่สุดภายในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ เนื่องจากต้องนำทีมเทคนิคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบินทั้งในและต่างประเทศจะเห็นเป็นเอกฉันท์ถึงความพร้อมและความปลอดภัยของสุวรรณภูมิและดอนเมือง
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ 2 ธันวาคมเป็นต้นไป ได้เปิดให้เครื่องบินขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เปิดให้บริการแล้วตั้งแต่เวลา 09.00 น.เพื่อผ่อนปรนความเดือดร้อนของการส่งออกและนำเข้าสินค้าทุกชนิด
นางชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รักษ์ กรรมการ ผู้อำนวยการใหญ่ภาคพื้นอินโดจีน บริษัท ดีเอชแอล-เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า เป็นรายแรกที่จัดเที่ยวบินขนส่งคาร์โก้ตั้งแต่ 11.00 น. โดยมีผู้เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น 15-20% แผนงานจัดส่งจะทำคู่ขนาน 2 ทาง ทางแรก จัดส่งทั้งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และทั่วไป ผ่านทางอู่ตะเภาซึ่งมีเงื่อนไขจำกัดรองรับได้เฉพาะเครื่องบินขนาดเล็กบรรทุกได้ไม่เกิน 20 ตัน/ลำ ทางที่ 2 ใช้รถบรรทุกขนลงเส้นทางภาคใต้เพื่อไปขึ้นที่มาเลเซียและจัดส่งต่อไปยังคลังสินค้าใหญ่สิงคโปร์กระจายสู่ทั่วโลก ไม่ได้เก็บค่าระวางเพิ่ม เพราะการขนส่งล่าช้าออกไป 1-2 วัน แต่ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เข้าใจสภาพปัญหาดี
@ก.ท่องเที่ยวฯดัน 3 แผนเยียวยาต่อ
นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้เตรียมจัดทำข้อมูลภารกิจแผนปฏิบัติการเยียวยาอุตสาหกรรมการ ท่องเที่ยว การเสนอของบประมาณ และการเปิดใช้สนามบินภูมิภาคทั่วประเทศเป็นจุดเคลียร์นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ตกค้างอยู่ในเมืองไทย 2.7 แสนคน ทยอยกลับบ้านให้ได้เร็วที่สุด ทั้งนี้ได้นำรายละเอียดทั้งหมดส่งต่อให้แก่ผู้ที่รับผิดชอบทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนประสานงานกันเพื่อติดตามช่วยเหลือต่อไป
ส่วนแพ็กเกจของบประมาณเร่งด่วนที่จะนำมาเยียวยาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังไม่ทันจะได้พิจารณาก็ต้องปิดการประชุมเสียก่อนเมื่อเที่ยงวันที่ 2 ธันวาคม แพ็กเกจครั้งนี้ได้หารือนอกรอบกับนายโอฬาร ไชยประวัติ รองนายกรัฐมนตรีไว้เรียบร้อยแล้ว
ประกอบด้วย 3 ส่วน ส่วนที่ 1 งบฯช่วยเหลือนักท่องเที่ยวคนไทยตกค้างทั่วโลก 1,500 ล้านบาท ส่วนที่ 2 งบฯเพิ่มเติมช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติตกค้างในไทยทั้งหมด 2.7-3 แสนคน รวม 2,000 ล้านบาท เพิ่มจากสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง อนุมัติจ่ายลอตแรกเรียบร้อยแล้ว 10 ล้านบาท เพื่อนำไปจ่ายเป็นค่าที่พักและอาหารแก่โรงแรมต่างๆ ที่รับนักท่องเที่ยวไว้ 2,000 บาท/คน/วัน
ส่วนที่ 3 การจัดตั้งกองทุนเยียวยากลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งมีเกินกว่า 70% ของทั้งหมด กองทุนนี้เดิมกระทรวงการคลังจะจัดสรรเงินก้อนใหม่ให้อีก 20,000 ล้านบาท เพื่ออัดฉีดกระจายให้เจ้าของกิจการทั่วประเทศนำไปใช้กอบกู้ธุรกิจเพื่อแลกกับการรักษารายได้ท่องเที่ยวปี 2552 ไว้ให้ได้มากที่สุดตามเป้า 1 ล้านล้านบาท
@วอนรัฐอัดฉีดต่อ 3 หมื่นล้าน
นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาชิกสมาคมท่องเที่ยวทั่วประเทศ 34 สมาคม จะเดินหน้าแท็กทีมกับ 3 สมาคมหลัก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย สภาธนาคารแห่งประเทศไทย ผลักดันและเสนอแผนปฏิบัติการเยียวยาท่องเที่ยวทั้งประเทศ โดยเสนอว่ารัฐต้องตัดสินใจเบื้องต้นอย่างชัดเจน 4 เรื่อง
1)อัดฉีดเงิน 30% หรือ 30,000 ล้านบาท ซึ่งประเมินจากค่าความเสียหายที่ ท่องเที่ยวได้รับตลอดการปิดสุวรรณภูมิและดอนเมืองเงินหายไปกว่า 1 แสนล้านบาท โดยใช้เงินในส่วนของกระทรวงมหาดไทยจัดสรรให้แต่ละจังหวัดใช้ในปี 2552 มาจัดทำโครงการอบรมบุคลากรร่วมกันระหว่างภาครัฐกับภาคบริการ เพื่อให้โรงแรมทุก ขนาดมีรายได้ เพื่อนำไปใช้จ้างงานและจ่ายค่าสาธารณูปโภค
2)รัฐบาลรักษาการควรพิจารณาประกาศให้ปี 2552 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวภายในประเทศ
3)ประเมินถึงความเป็นไปได้ที่จะประกาศให้เหตุการณ์นี้เป็นภัยพิบัติแห่งชาติเหมือนกับภัยธรรมชาติ เพื่อเปิดช่องให้กระทรวงการคลังจัดสรรเงินมาสนับสนุนการผ่อนจ่ายดอกเบี้ยแก่ภาคธุรกิจที่ได้รับความเดือดร้อนฉับพลัน
4)พิจารณาชะลอการผ่อนปรนแก่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวส่งเงินประกันสังคมช้าไปได้อีก 6 เดือน