|
"สามารถ"ต่อยอดธุรกิจใหม่ เปิดร้าน "HoroWorld" ชวนดูดวงแก้กลุ้ม (กันเถอะ) |
|
|
|
|
พุธ, 03 ธันวาคม 2008 |
|

กลุ่มสามารถฯต่อยอดธุรกิจใหม่ จากบริการคอนเทนต์บนมือถือสู่ธุรกิจโหราศาสตร์ครบวงจร เปิดร้าน"HoroWorld "ที่เอสพละนาดให้บริการดูดวงแบบสดๆ พร้อมขายสินค้าเกี่ยวกับโชคลาง เสริมดวงทุกประเภท จนถึงการเปิดหลักสูตรอบรมหมอดู
ในภาวะเศรษฐกิจซบเซา การเมืองในประเทศอีนุงตุงนังถึงขั้นกลียุค ทุกบริษัทต่างดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ รวมถึงกลุ่มสามารถของ "วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์" จนเจ้าตัวถึงกับออกปากว่า ใครๆ ก็โดนกันหมด แต่จะมากหรือน้อยอยู่ที่ว่าใครจะบริหารความเสี่ยงได้ดีกว่ากัน "เราเองก็ต้องเดินเกมธุรกิจด้วยความระวังตัว เน้นลงทุนเฉพาะที่เห็นชัดเจนว่ามีลูกค้าจริง โครงการไหนที่กว่าจะให้ผลตอบแทนต้องใช้เวลานานก็ชะลอไปก่อน" แต่ที่ดูดีมีอนาคตและทำให้กลุ่มสามารถฯตัดสินใจเปิดบริการและขยายธุรกิจในจังหวะเวลานี้ก็คือธุรกิจ"คอนเทนต์" ซึ่งที่ผ่านมาบริการคอนเทนต์ผ่านช่องทางต่างๆของสามารถฯ มีทั้งผ่านมือถือ, BUG1113 และออดิโอเท็กซ์1900 ซึ่งพบว่าคอนเทนต์ที่มาแรงแซงดค้งก็คือ"ดูดวง" ดังนั้นล่าสุด"วัฒน์ชัย"จึงได้ต่อยอดธุรกิจคอนเทนต์ ไปเปิดร้าน "HoroWorld" ที่เอสพละนาด ให้บริการโหราศาสตร์ครบวงจร (total Horoscope business solution) ดูดวงสดๆ กว่า 30 วิชา ขายของเกี่ยวกับโชคลาง แก้เคล็ด รูปปั้นเทพเจ้า มีบริการเสริมดวง ขายอุปกรณ์ดูดวง เรื่อยไปจนถึงการอบรมหลักสูตรหมอดู โดยโลโก้ร้านรูปพระอาทิตย์ผ่านการอนุมัติจากหมอดูมาแล้วว่า เฮงแน่ หมายถึงศูนย์กลางจักรวาล ส่วนทำเลร้านแม้จะซุกตัวอยู่ในซอก แต่ก็ถือว่าดีเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู ทำให้เก็บเงินเก็บทองได้มาก "สุภสิทธิ์ รักกสิกร" ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สามารถ มัลติมีเดีย จำกัด บอกว่า การลงทุนเปิดร้านก็เพื่อต่อยอดธุรกิจคอนเทนต์ เพราะคอนเทนต์ Horoscope ทำรายได้เป็นอันดับ 1 มีสัดส่วนถึง 34% หรือ 260 ล้านบาท จากรายได้รวมในปีนี้ที่ประมาณ 700 ล้านบาท คอนเทนต์ที่มีรายได้รองลงมา คือ ข้อมูลข่าวต่างๆ 32% เป็นกีฬา 16% การดาวน์โหลดต่างๆ 6% และอื่นๆ 12% "ในเมื่อคอนเทนต์โหราศาสตร์มีสัดส่วนสูงขนาดนี้จึงคิดที่จะเปิดร้านเสีย ถือเป็นอีกทางเลือกของลูกค้านอกเหนือจากการบริโภคคอนเทนต์ผ่านมือถือ และยังมีช่องทางการตลาดอีกมาก ถ้าไม่ดูดวงผ่านมือถือจะไปดูที่ไหน เรามีหมอดูศาสตร์ต่างๆ อยู่แล้วกว่า 200 คน การต่อยอดโดยเปิดร้านจึงไม่เสี่ยง และไม่กระทบธุรกิจเดิม" "สุภสิทธิ์" เชื่อด้วยว่า ไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร คนไทยก็ยังดูดวง ยิ่งในช่วงปัจจุบันที่คนหดหู่และต้องการคำแนะนำสำหรับการใช้ชีวิตมากขึ้น ก็น่าจะยิ่งหันมาดูดวงมากขึ้น โดยผลการวิจัยของศูนย์วิจัยกสิกรไทยปี 2550 ระบุว่า ธุรกิจดูดวงในกรุงเทพฯอย่างเดียวมีมูลค่ากว่า 1,800 ล้านบาท ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เช่น การสะเดาะเคราะห์ การขายเครื่องลาง ตลอดจนการสอนดูดวง มีมูลค่าอีกกว่า 700 ล้านบาท ถ้าเป็นเฉพาะการดูดวงออนไลน์ สามารถฯมีส่วนแบ่งตลาดกว่า 70% "บุคลิกของ HoroWorld จะเป็นร้านสำหรับคนรุ่นใหม่ มีความคิดเป็นของตนเอง และเปิดกว้าง ไม่ได้คิดว่าโหราศาสตร์เป็นเรื่องงมงาย กลุ่มเป้าหมายเป็นคนอายุ 18 ปีขึ้นไป มีกำลังซื้อระดับ B เราคิดว่ากว่า 80% จะมาจากลูกค้าเดิมของ BUG ที่ต้องการพบหมอดูตัวจริง อีก 20% เป็นลูกค้าใหม่จากการบอกต่อ ในช่วงแรกเราจะเชิญคนที่มีชื่อเสียง ดูดวงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และเกิดการบอกต่อด้วย" ที่ HoroWorld มีหมอดูมากกว่า 40 คน ผลัดเปลี่ยนมาบริการดูดวงสดๆ 500 บาท/30 นาที) ดูผ่านอินเทอร์เน็ต WebCam รอบละ 300 บาท/30 นาที หรือจะฝากข้อความให้หมอดูทำนายกลับทางอีเมล์ใน 24 ชั่วโมงก็ได้ ครั้งละ 199 บาท ถามได้ 3 คำถาม มีสินค้าด้านโชคลางนำเข้าจากจีน อินเดีย และญี่ปุ่นวางขาย ราคาตั้งแต่ไม่กี่ร้อยถึงหลักหมื่นบาท หรือจะสั่งซื้อผ่าน E-commerce ก็ได้ ตั้งเป้าว่าจะมีรายได้กว่า 30 ล้านบาท ภายในปี 2552 และมีแผนขยายสาขาอีกอย่างน้อย 4 แห่ง ใน กทม. ภายใน 3 ปี |