|
ประวัติศาสตร์โลกใน 6 แก้ว |
|
|
|
|
อังคาร, 15 เมษายน 2008 |
ต้องยอมรับว่าประวัติศาสตร์ คือ รากเหง้าของปัจจุบัน หลายเรื่องหลายราวเป็นสิ่งที่เราไม่ควรจะมองข้ามไปเฉยๆ
อย่างในหนังสือ "ประวัติศาสตร์โลกใน 6 แก้ว" เล่มนี้มีเนื้อหา น่าสนใจไม่น้อย เพราะมันคือที่มาของธุรกิจที่ทำรายได้มหาศาลในยุคปัจจุบันนี้
ของเหลวในแก้วทั้ง 6 นั้นคือ เบียร์ ไวน์ เหล้า ชา กาแฟ และโคคา-โคลา
เชื่อหรือไม่ว่า เบียร์ นั้น มนุษย์เราค้นพบโดยบังเอิญ แล้วน่าจะเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่โบร่ำโบราณที่สุด แต่ก็พอมีหลักฐานให้สันนิษฐานได้ว่า เบียร์มีบทบาทสำคัญในอารยธรรมของชาวสุเมเรียนแห่งเมโสโปเตเมีย และชาวอียิปต์โบราณ
เพราะมีหลักฐานเบียร์ถูกใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา พิธีของความอุดมสมบูรณ์ในการเพาะปลูก พิธีศพ รวมทั้งดื่มเพื่อความรื่นเริง โดยในราว 2 พันปีก่อนคริสตกาล ชาวเมโสโปเตเมียถึงกับมีสุภาษิตว่า "ความทรมานคือการเดินทางไกล ความสำราญคือเบียร์"
ต่อมา "ไวน์" ก็ถือกำเนิดขึ้นมาอีกชนิดหนึ่ง โดยมีต้นกำเนิดที่เป็นปริศนาเช่นเดียวกับเบียร์ ว่ากันว่าน่าจะเริ่มต้นราว 9 พัน- 4 พันปีก่อนคริสตกาล โดยน่าจะเกิดจากความพยายามจะเก็บองุ่นหรือน้ำองุ่นไว้ในภาชนะดินเผานานๆ หรือบางทีกำเนิดของไวน์อาจจะสะท้อนอยู่ในตำนานของโนอาตามพระคัมภีร์ไบเบิล เพราะว่ากันว่าโนอาได้ปลูกองุ่นแห่งแรกขึ้นหลังจาก ที่น้ำท่วมโลกลดระดับ ลงแล้ว
ต่อมาพวกกรีกก็คือพวกที่คลั่งไคล้ไวน์ เพราะมันกลายเป็นเครื่องดื่มประจำงานเลี้ยงอย่างเป็นทางการ หรือซิมโพเซีย อันเป็นสถานที่สำหรับสนทนาถกเถียงทางปรัชญาและวรรณศิลป์ รวมถึงเป็นเครื่องวัดความมั่งคั่งของผู้คน
พอถึงปลายศตวรรษที่ 13 ไวน์กลั่นก็ปรากฏตัวในตำราแพทย์ ชื่อว่า อะควาวิไต หรือ "น้ำเพื่อชีวิต" ต่อมามันก็เปลี่ยนสถานะเป็นเครื่องดื่มในการสังสรรค์ และเมื่อมีการปลูกอ้อยก็ทำให้เกิดเป็นเครื่องดื่มจากกากน้ำตาล
บางคนเรียกมันว่า "ปิศาจสังหาร" โดยมีผู้ระบุว่า "มีฤทธิ์แรงจัด รสชาติไม่น่า อภิรมย์นัก ผู้คนพากันดื่มมันอย่างแพร่หลาย และออกจะดื่มกันมากเกินไปจนนอนกลางถนน"
นั่นคือสิ่งที่ต่อมาเรียกว่า เหล้า และเป็นเครื่องดื่มที่สร้างประเทศอเมริกาขึ้นมา เพราะมันกลายเป็นอุตสาหกรรมอันเฟื่องฟูในศตวรรษที่ 17 และเป็นเครื่องดื่มแห่งยุคอาณานิคมและการปฏิวัติอเมริกา
สำหรับ กาแฟ นั้นเล่าแพร่หลายในเยเมน ในคาบสมุทรอาหรับ มาตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 15 พวกเขาดื่มเพื่อขจัดความง่วงในการทำพิธีกรรมทางศาสนาในตอน กลางคืน แล้วในราวปี 1650 ก็แพร่หลายสู่ยุโรป จนปัจจุบันกลายเป็นเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่ของโลก
ส่วน ชาและโคคา-โคลา ต่างมีเรื่องราวความเป็นมาที่น่าสนใจไม่แพ้กัน หากสนใจก็ต้องไปหาหนังสือ "ประวัติศาสตร์โลกใน 6 แก้ว" ซึ่งเขียนโดย "ทอม สแตนเดจ" แปลโดย "คุณากร วาณิชย์วิรุฬห์" มาอ่านกัน
หนังสือเล่มนี้อ่านเพลิน อ่านสนุก และได้ความรู้ที่คุณคิดไม่ถึงมากมาย
คอลัมน์ book is capital
|