Joshua: Teenager vs Superpower – สารคดีชีวิตโจชัว หว่อง

Posted on Posted in Entertainment

Joshua: Teenager vs Superpower - สารคดีชีวิตโจชัว หว่อง

 

Joshua: Teenager vs Superpower (2017) – สารคดีชีวิตโจชัว หว่อง

ภาพยนตร์สารคดีที่ได้รับรางวัล Sundance

 

 


Joshua: Teenager vs Superpower (2017)Trailer

 

Netflix มีของดีน่าดูมายั่วใจเราอีกแล้ว ล่าสุดปล่อยตัวอย่างสารคดีว่าด้วยชีวิตของ ‘โจชัว หว่อง’ ผู้นำนักศึกษาฮ่องกงที่เรียกร้องประชาธิปไตย โดยสารคดีเรื่องนี้ชื่อเท่ๆ คือ 'Teenager vs. Superpower’ สะท้อนเรื่องราวชีวิตของ โจชัว หว่อง ในช่วง 79 วันของขบวนการปฏิวัติร่มเพื่อปลดแอกฮ่องกงออกจากการปกครองของจีน
.
โดย Netflix เตรียมจะปล่อยสารคดีความยาวราว 1 ชั่วโมงเรื่องนี้ออกมาให้ได้รับชมกันในวันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคมนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนจะครบรอบ 20 ปีที่ฮ่องกงกลับไปเป็นส่วนหนึ่งของจีน (ส่วนของไทยจะได้ดูพร้อมกับประเทศอื่นๆ เลยรึเปล่านั้นต้องรอตามข่าวกันอีกทีนะ) 
.
ถึงแม้ Netflix จะวางแผนให้สารคดีเรื่องนี้เป็น Global Original Content ที่คนทั่วโลก (รวมถึงในฮ่องกง) จะสามารถดูกันได้ตามปกติ แต่น่าสนใจว่าผู้ชมในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่จะได้ดูเหมือนกับเรารึเปล่า และพาร์ทเนอร์ของ Netflix อย่าง iQiyi จะเห็นด้วยกับการเผยแพร่สารคดีที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการต่อต้านประเทศจีนอย่างชัดเจนในสารคดีแค่ไหน

 


ดูหนังออนไลน์ Joshua: Teenager vs Superpower (2017) – สารคดีชีวิตโจชัว หว่อง คมชัดระดับ HD

 

 

Director: Joe Piscatella
Region: USA
Genre: Documentary

นี่เป็นภาพยนตร์สารคดีที่โรแมนติกมาก ทั้งการถ่ายทอดภาพการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยที่มีอีกฝ่ายเป็นมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ และภาพการเกิดขึ้นอย่างโชติช่วงของเด็กหนุ่มนักเรียนธรรมดาที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้ทางการเมืองที่สว่างไสวให้ทั้งโลกได้ประจักษ์

ในสารคดี Joshua: Teenager vs. Superpower เราจะได้เห็นตั้งแต่ตอนที่โจชัว หว่อง อายุแค่สิบสี่ สมัยที่เขายังเป็นแค่เด็กนักเรียนธรรมดาๆ ที่ลุกขึ้นมาก่อตั้งกลุ่ม Scholarism เพื่อประท้วงให้รัฐถอดถอนหลักสูตรการศึกษาใหม่จากจีนที่แฝงเจตนารมณ์จะล้างสมองเด็กฮ่องกงรุ่นใหม่ เนื่องจากในสายตารัฐบาลจีนแล้ว เด็กฮ่องกงรุ่นใหม่ขาดจิตสำนึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับชาติ ซึ่งในที่นี้ก็มีความหมายเดียวกันกับพรรคคอมมิวนิสต์ ไล่เรื่อยไปจนถึงตอนที่เขาพิชิตชัยชนะจากการประท้วงครั้งนั้น ซึ่งทำให้เขาและชาวฮ่องกงไม่ได้แค่รอดพ้นจากหลักสูตรการศึกษาใหม่จากจีน แต่ยังทำให้ได้ตระหนักกันอีกว่า เด็กมัธยมสามารถทานอำนาจของยักษ์ใหญ่อย่างจีนได้ด้วย

จากนั้น หนังพาเราไปดูจุดเริ่มต้นของการเรียกร้องที่ใหญ่กว่าเพื่อสิทธิในการเลือกตั้งผู้นำของฮ่องกงโดยชาวฮ่องกงเอง (universal suffrage) ตามที่จีนเคยให้สัญญาไว้กับฮ่องกงตามหลักการหนึ่งประเทศสองระบบ ตั้งแต่ครั้งที่อังกฤษส่งคืนเกาะฮ่องกงแก่จีนในปี 1997 (แต่สิ่งที่รัฐบาลจีนทำคือ เปลี่ยนจากแต่งตั้งผู้นำมาให้ ให้เป็นชาวฮ่องกงได้เลือกตั้งผู้นำของตนเอง แต่เลือกเอาจากผู้สมัครที่ทางการจีนเลือกมาให้ก่อนแล้ว) การเคลื่อนไหวครั้งนี้ริเริ่มโดยเบนนี ไท่ อาจารย์มหาวิทยาลัย ซึ่งโจชัวเข้ามามีส่วนร่วมด้วยการเรียกคนรุ่นใหม่ออกมาสมทบได้จำนวนมหาศาล

"เราจะต้องบรรลุพันธกิจนี้ในคนรุ่นเรา เพื่อไม่ให้เป็นภาระของคนรุ่นต่อไป" โจชัวประกาศกร้าว

หนังยังพาเราไปดูการประท้วงช่วง Occupy Central ต่อด้วยการปฏิวัติร่มที่ยาวนานร่วมสามเดือน การอดข้าวประท้วงของโจชัวและความพ่ายแพ้ในเวลาต่อมา การตัดสินใจปิดฉากกลุ่ม Scholarism และการถือกำเนิดใหม่ในสถานะของพรรคการเมือง Demosisto ยาวไปถึงเหตุการณ์การหายตัวไปอย่างลึกลับของคนขายหนังสือห้าคน

เรียกได้ว่านี่คือบทบันทึกชุดประวัติศาสตร์การเมืองร่วมสมัยของฮ่องกงที่กระชับครอบคลุมที่สุดเรื่องหนึ่ง เหมาะสำหรับทั้งคนที่ไม่เคยรู้และเพิ่งเริ่มจะสนใจการเมืองฮ่องกงร่วมสมัย และคนที่พอทราบมาบ้างแล้วและต้องการทบทวนลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนปัจจุบัน

นอกจากโจชัวแล้ว หนังยังพาเราไปรู้จักบุคคลสำคัญแวดล้อมอื่นๆ อีกด้วย ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ นาธาน หลอ (Nathan Law) ในหนังเราเห็นโจชัวเป็นผู้นำอายุน้อยที่ร้อนแรง แต่นาธานเหมือนน้ำแข็งที่เยือกเย็นและสุขุมกว่า บอกให้แฟนคลับกรี๊ดไว้ตรงนี้ก็ได้ว่า ในหนังมีอยู่ฉากหนึ่ง เป็นตอนที่นาธานชนะการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติ เขาถือช่อดอกไม้ยืนอยู่บนเวทีท่ามกลางเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีของผู้คน โจชัวเดินเข้ามา สวมกอดเขาแน่น ก่อนจะคลายอ้อมกอดออกแล้วรีบยกมือเช็ดน้ำตาที่ไหลลอดแว่นของตัวเอง-คู่นี้เป็นเหมือนหยินกับหยางของกันและกันจริงๆ

แอกเนส โจว (Agnes Chow) หัวหอกสาวน้อยคนสำคัญอีกคนที่อาจจะไม่ได้สปอตไลต์ในหน้าสื่อมากเหมือนโจชัวและนาธาน เป็นอีกคนที่โดดเด่นมากในหนังเรื่องนี้ เพราะการปรากฏตัวครั้งแรกของเธอในหนังย้อนกลับไปได้ถึงการประชุมอย่างเป็นทางการครั้งแรกของกลุ่ม Scholarism เลยทีเดียว เป็นครั้งที่ต่างคนต่างยังไม่รู้จักกันดี และแอกเนสมาในมาดสาวน้อยมัธยมต้นผมสั้นที่ดูเด็กยิ่งกว่าโจชัวเสียอีก ซึ่งต่อมาเธอก็ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับโจชัวในแถวหน้ามาตลอด จนในกาลปัจจุบัน เราได้เห็นเธอเติบโตขึ้นอย่างน่าทึ่งไม่แพ้โจชัวเลยจริงๆ

ฉากตอนงานเลี้ยงอำลาปิดกลุ่ม Scholarism เป็นฉากหนึ่งที่ดีมากๆ พวกเขาไม่ได้อำลาด้วยน้ำตา แต่เป็นเหมือนงานปาร์ตี้ของเด็กมัธยมปลายมากกว่า มันเหมือนช่วงเวลาเล็กๆ ที่พวกเขาได้ปลดแอกหนาหนักที่แบกมาตลอดแล้วกลับไปเป็นเด็กอย่างที่พวกเขาเป็นจริงๆ กันอีกครั้ง มันเศร้านะ แม้นี่จะเป็นตอนเดียวในหนังที่เราเห็นโจชัวยิ้มจริงๆ ก็ตาม

หนังมีฟุตเทจที่ดีและสวย cinematic จนน่าทึ่งว่าไปเก็บภาพกันมาอย่างไร ราวกับผู้กำกับและทีมงานวางแผนตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุการณ์แล้วว่าจะทำหนังสารคดีเรื่องนี้ออกมาในท้ายที่สุดอย่างไรอย่างนั้น เจอภาพมุมสูงจากโดรนช็อตการชุมนุมที่ Central เข้าไปนี่ถึงกับขนลุกเลย ลำพังตัวเรื่องมันก็ทรงพลังอยู่แล้ว พอมาผ่านการถ่ายทอดที่มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนไม่แกว่ง การเรียบเรียงตัดต่อที่ดี ฟุตเทจที่สวย และการบิลด์ที่ไม่ต้องมากต้องมายอะไร มันเลยทำให้ได้หนังสารคดีที่โรแมนติกมากเรื่องหนึ่งอย่างนี้

เหมาะสำหรับดูควบไปกับหนังสารคดีจากฮ่องกงเรื่อง Yellowing (2016, Chan Tze-Woon) ซึ่งให้ภาพวัยรุ่นกลุ่มย่อยกลุ่มหนึ่งในการปฏิวัติร่มที่ไม่ได้เป็นเซเลบอย่างโจชัวและพวก เพื่อภาพจิ๊กซอว์ของเหตุการณ์ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

3 × 2 =