จาก FinTech, MedTech, EdTech สู่ xTech

Posted on Posted in Management

จาก FinTech, MedTech, EdTech สู่ xTech

 

ในประเทศไทย (รวมทั้งอีกหลายๆ ประเทศทั่วโลก) นอกจากกำลังให้ความสนใจกับกระแสของ Startup แล้ว อีกหนึ่งกระแสที่มาแรกคือเรื่องของ FinTech หรือ Financial Technology ซึ่งปัจจุบันจะเห็นว่านอกเหนือจากบรรดา Startup ทางด้าน FinTech แล้ว เรายังเห็นธนาคารยักษ์ใหญ่หลายๆ แห่งของประเทศหันมาให้ความสนใจกับเรื่อง FinTech ถึงขั้นจ้างผู้บริหารจากภายนอกมาดูแลหรือตั้งบริษัทลูกขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะ

 

 

อย่างไรก็ดี ใช่ว่าจะมีแต่ FinTech อย่างเดียวเท่านั้นนะครับ ถ้าท่านผู้อ่านติดตามกระแสทางด้านการเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรมในต่างประเทศก็จะพบว่าเรื่องของ MedTech และ EdTech ก็มาแรงไม่แพ้กันครับ เจ้า MedTech นั้นก็มาจาก Medical Technology ส่วน EdTech ก็มาจาก Education Technology นั้นเอง

จริงๆ แล้วนิยามของพวกบรรดา xTech ทั้งหลาย (ผมขอเรียกเป็น xTech แล้วกันนะครับ โดย x เป็นตัวแปรที่เราสามารถใส่ชื่ออะไรลงไปก็ได้) ก็มีนิยามที่หลากหลายกันพอสมควรครับ ผู้รู้บางท่านก็บอกว่าพวก xTech นั้นจะต้องมาจากพวก Startup ใหม่ๆ ที่ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อ Disrupt บรรดาผู้เล่นเดิมๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรม เช่นในกรณีของ FinTech นั้นตัวอย่างบ้านๆ สุดก็หนีไม่พ้นบรรดา Cloud Funding ทั้งหลายเช่น KickStarter ที่เป็นทางเลือกใหม่ในการระดมทุนของผู้ประกอบการยุคใหม่ อย่างไรก็ดี บางตำราก็มองว่า xTech ไม่จำเป็นต้องมาจาก Startup ก็ได้ธุรกิจดั้งเดิมที่มีอยู่แล้วก็สามารถลงทุนหรือให้ความสนใจกับ xTech ขึ้นมาได้ครับ ซึ่งก็ปรากฏให้เห็นเป็นตัวอย่างอยู่แล้วในประเทศไทย ทั้งของธนาคารไทยพาณิชย์และธนาคารกสิกรไทยที่หันมาลงทุนและให้ความสำคัญกับ FinTech อย่างเต็มตัว

สำหรับตัวผมแล้ว xTech ไม่ว่าจะเป็นในอุตสาหกรรมใดก็ตาม หลักๆ แล้วคือการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับใช้แล้วทำให้เกิดรูปแบบใหม่ๆ ทั้งในด้านกระบวนการทำงานผลิตภัณฑ์บริการประสบการณ์ ที่ก่อให้เกิดคุณค่าแก่ลูกค้า ซึ่งไม่ว่าจะนิยามอย่างไรก็ตามสาระสำคัญคือ xTech เหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นและประสบความสำเร็จจะนำไปสู่รูปแบบของธุรกิจใหม่ๆ ที่อาจจะทำให้ธุรกิจเดิมล้าสมัยไปได้

xTech นั้นใช่ว่า จะมีแค่ FinTech MedTech หรือ EdTech เท่านั้นนะครับ พอไปค้นดูก็พบว่า มีอีกมากมายหลาย Tech เหลือเกิน ทั้ง AdTech (Advertising Technology) หรือ MarTech (Marketing Technology)หรือ RealTech (Real Estate Technology) หรือ MediaTech หรือแม้กระทั่ง TravelTech ดังนั้นท่านผู้อ่านอย่าแปลกใจนะครับ ว่าทำไมผมถึงได้เหมารวมเรียกทั้งหมดว่า xTech เนื่องจากพอเราใส่ชื่ออุตสาหกรรมใดก็ตามลงไปข้างหน้าคำว่าTech มันก็จะดูทันสมัยและเท่ห์ขึ้นมาทันที

สำหรับผมแล้วบรรดา xTech ทั้งหลายไม่ได้จำเป็นต้องมาจากบรรดา Startup นะครับ บริษัทเดิมๆ ที่อยู่ในแต่ละอุตสาหกรรมก็สามารถที่จะสร้าง xTech ของตนเองขึ้นมาได้ครับ เพียงแต่ความยากและท้าทายสำหรับบริษัทเดิมๆ ในอุตสาหกรรมก็คือวิธีคิดและมุมมองของธุรกิจนั้นจะยังคงยึดติดกับรูปแบบและวิธีการเดิมๆ ทำให้ไม่สามารถคิดให้ทะลุจากกรอบที่มีอยู่และสามารถสร้างสรรค์รูปแบบและวิธีการใหม่ๆ ได้

ในขณะที่บรรดา Startup ทั้งหลายก็มักจะเริ่มจาก pain point ที่ตนเองเผชิญมาก่อนในฐานะผู้ใช้สินค้าและบริการในอุตสาหกรรมนั้นๆ หรือเป็นหน้าใหม่ที่ไม่ได้เป็นเจ้าเดิมในอุตสาหกรรม ทำให้ได้มุมมองใหม่ๆ และสามารถคิดทะลุกรอบเดิมๆ ของอุตสาหกรรมได้ครับแต่ Startup ก็มีจุดอ่อนคือขาด scale ฐานลูกค้าและกำไรที่ถ้าสายป่านไม่ยาวพอหรือผลิตภัณฑ์บริการไม่จ๊าบจริงๆ ก็ยากจะอยู่รอดได้

สาระที่สำคัญอีกประการหนึ่งของบรรดา xTech ทั้งหลาย คือการผสมผสานกันอย่างลงตัว ระหว่างแนวคิดทางด้านธุรกิจและความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีครับ เนื่องจาก xTech นั้นจะเป็นการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยให้เกิดมุมมองหรือรูปแบบใหม่ๆ ทางธุรกิจ ดังนั้น xTech จึงไม่สามารถหนีพ้นความร่วมมือกันระหว่างทั้งมุมมองทางด้านธุรกิจกับความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี เพียงแต่ไม่ได้มีกฎเกณฑ์ตายตัวว่าอย่างใดต้องมาก่อน

สุดท้ายการที่จะมี xTech ในอุตสาหกรรมใดก็ตามปัจจัยสำคัญที่ผมนึกถึงก็คือ ตัวโครงสร้างของอุตสาหกรรมครับ ถ้าอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงเร็วมีการแข่งขันที่เสรีและรุนแรงความต้องการของผู้บริโภคที่พร้อมจะเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ก็ย่อมจะมีโอกาสเกิดการบูมของ xTech เช่นกรณีของ FinTech ในบ้านเราสำหรับ MedTech และ EdTech นั้นคงต้องดูต่อไปครับ เนื่องจากเงื่อนไขของอุตสาหกรรมแตกต่างจากอุตสาหกรรมการเงินครับ

 

โดย : ดร.พสุ เดชะรินทร์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

twenty − thirteen =