เปลี่ยนองค์กรเพื่อคน Gen Y?

Posted on Posted in Management

เปลี่ยนองค์กรเพื่อคน Gen Y?

 

ความแตกต่างในมุมมอง วิธีคิด วิธีปฏิบัติตัวของคนที่เกิดแต่ละยุคแต่ละสมัย ได้กลายเป็นประเด็นที่สำคัญ ทั้งทางด้านสังคมธุรกิจ และการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความแตกต่างในวิธีคิดของคนรุ่นใหม่หรือยุคใหม่ที่แตกต่างจากวิธีคิดของผู้ที่มีอาวุโสกว่า ทำให้คำบ่นที่ผมได้ยินและรับฟังจากผู้บริหารองค์กรจำนวนมาก ก็คือวิธีคิดและมุมมองของพนักงานรุ่นใหม่ที่แตกต่างออกไปจากเดิม ซึ่งบางท่านก็มีความคิดว่าต้องไปเปลี่ยนวิธีคิดวิธีทำงานของคนรุ่นใหม่เหล่านี้แต่ขณะเดียวกันก็มีอีกทฤษฎีที่มองว่า เราไม่สามารถเปลี่ยนวิธีคิดของคนรุ่นใหม่ได้ แต่ต้องปรับองค์กรให้เตรียมพร้อมและรองรับต่อวิธีคิดมุมมองและการปฏิบัติตัวของคนรุ่นใหม่

 

 

ทางบริษัท Gallup ซึ่งเป็นบริษัทระดับโลกทั้งในด้านการสำรวจการให้คำปรึกษา ได้ออกรายงานมาเล่มหนึ่งชื่อ How Millennials Want to Work and Live ซึ่งเป็นการศึกษาวิธีคิดและพฤติกรรมของคนยุคใหม่เกี่ยวกับวิธีคิดความคาดหวัง รวมทั้งสุดท้ายสรุปออกมาเป็นข้อเสนอแนะ 6 ประการสำหรับผู้บริหารองค์กรในการปรับแนวทางการทำงานขององค์กรให้เข้ากับความคาดหวังและความต้องการของคนยุคใหม่ด้วยครับ

ก่อนอื่นมาดูช่วงอายุของคนรุ่นใหม่ที่ทาง Gallup ไปสำรวจมานะครับ ซึ่งเป็นคนรุ่นที่เรารู้จักกันดีในชื่อของพวก Gen Y หรือ Millennials ซึ่งเป็นผู้ที่เกิดระหว่างปี 1980 ถึง 1996 (หรือ พ.ศ.2523-2539) ซึ่งถ้านับอายุถึงปัจจุบันก็เป็นกลุ่มคนที่อยู่ระหว่างอายุ 20-36 ปี ซึ่งถือเป็นกลุ่มคนสำคัญในตลาดแรงงานเลยทีเดียว ถึงแม้รายงานการศึกษาของ Gallup จะเป็นการสำรวจวิธีคิดและพฤติกรรมของคน Gen Y ในสหรัฐอเมริกา แต่เมื่ออ่านดูแล้วข้อแนะนำทั้ง ประการนั้นก็สามารถนำมาปรับใช้กับคน Gen Y ในไทยได้เช่นเดียวกันครับ

ข้อแนะนำประการแรกคือคนรุ่นใหม่นี้ไม่ได้ต้องการทำงานเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินเดือนเพียงอย่างเดียวครับ แต่ต้องการทำงานที่มีเป้าหมายที่ดีด้วยครับ ดังนั้นการเลือกงานของคนรุ่นนี้จะไม่ได้ดูที่ค่าตอบแทนที่จะได้รับเพียงอย่างเดียว แต่ยังสนใจด้วยว่าบริษัทดังกล่าวดำเนินการโดยมีพันธกิจและวัตถุประสงค์ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ หรือคุณค่าอื่นแก่โลกและสังคมบ้างไหม ส่วนเรื่องค่าตอบแทนนั้นก็ใช่ว่าจะไม่สำคัญนะครับ ยังคงสำคัญอยู่และจะต้องยุติธรรมด้วยเพียงแต่คนรุ่นนี้จะมองถึงปัจจัยอื่นนอกเหนือจากค่าตอบแทนเท่านั้นเองครับ

ประการที่สองคือคนรุ่นนี้ไม่ได้ยุติกับเพียงแค่ความพอใจในการทำงานเท่านั้นครับ แต่ยังมุ่งเน้นในเรื่องของการพัฒนาตนเองด้วยครับ การพยายามทำให้พนักงานเกิดความพอใจและผูกพันในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสวัสดิการต่างๆ หรือการทำให้บรรยากาศในการทำงานสนุกสนานและเป็นกันเองจะไม่เพียงพอสำหรับคนรุ่นนี้ครับ เนื่องจากสิ่งที่คนรุ่นนี้มุ่งเน้นด้วยคือ โอกาสในการที่จะพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ ด้วย

ประการที่สามคือคนรุ่นที่เป็น Gen Y นั้นไม่ได้ต้องการเจ้านายหรือ Boss ในรูปแบบเดิมที่จะทำหน้าที่ในการสั่งการและคอยควบคุมครับ แต่ต้องการคนที่ทำหน้าที่ Coach มากกว่าครับ โดยเจ้านายที่ทำหน้าที่เป็นโค้ชไปด้วยนั้นจะให้ความสำคัญต่อความเป็นปัจเจกบุคคลมากขึ้น คอยแนะนำสั่งสอนและให้ข้อเสนอแนะในการเสริมต่อจุดแข็งของคน Gen Y มากขึ้นครับ

ประการที่สี่คือคนรุ่นใหม่เหล่านี้ไม่ได้ต้องการที่จะได้รับการประเมินผลประจำปีเหมือนในอดีตที่พอครบปีทีก็ประเมินกันทีครับ แต่เขาต้องการได้รับข้อแนะนำการสื่อสารหรือ feedback อยู่ตลอดเวลาครับ เสมือนบนโลกสังคมออนไลน์ที่เขาเหล่านั้นจะได้รับการสื่อสารและ feedback ตลอดเวลาเช่นเดียวกันครับ

ประการที่ห้าคือคนยุค Millennials ไม่ได้ต้องการแก้ไขหรือปรับปรุงในจุดอ่อนของตัวเองนะครับ (เพราะทราบว่าแก้ยากและลำบาก) แต่สิ่งที่คนเหล่านี้ต้องการคือเสริมจุดแข็งของตนเองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ดังนั้นองค์กรเองก็จะต้องปรับตัวให้สามารถลดปัญหาจากจุดอ่อนของพนักงานรุ่นใหม่ แต่ไปช่วยเสริมสร้างจุดแข็งให้กับพนักงานเหล่านี้ครับ

ประการสุดท้ายคือคนยุคใหม่นี้ก็เช่นเดียวกับคนยุคก่อนๆ นั้น คือต้องการทำงานในสถานที่ที่ดีเพียงแต่นิยามของที่ทำงานที่ดีนั้นอาจจะแตกต่างกันออกไปครับ สำหรับคนยุคใหม่นั้นเขาจะดูว่าองค์กรเห็นคุณค่าและความสำคัญของพวกเขาหรือไม่? องค์กรเปิดโอกาสให้พวกเขาทำในสิ่งที่ตนเองถนัดที่สุดหรือไม่? องค์กรส่งเสริมให้พนักงานได้พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องหรือไม่?

อย่างที่ได้เขียนไว้ตอนต้นนะครับ ลองนำข้อแนะนำเหล่านี้ไปปรับใช้ดูว่าเหมาะกับคน Gen Y ในประเทศไทยกันหรือไม่ครับ และอย่าลืมนะครับว่าเพื่อรองรับคนกลุ่มนี้องค์กรอาจจะต้องปรับเปลี่ยนค่านิยมและกระบวนการในการทำงานภายในองค์กร เพื่อรองรับต่อคนรุ่นนี้ด้วยนะครับ

 

 

โดย : ดร.พสุ เดชะรินทร์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

seventeen − four =