Startup โปรดระวัง

Posted on Posted in Management

Startup โปรดระวัง

 

ปัจจุบันไปที่ไหนก็มักจะได้ยินแต่คำว่า Startup นโยบายของรัฐบาลก็ต้องการให้ไทยมี Startup เยอะ หน่วยราชการต่างๆ ก็มีมาตรการต่างๆ เพื่อสนับสนุน Startup นิสิตนักศึกษาในปัจจุบันรวมทั้งบัณฑิตจบใหม่จำนวนมากก็ต้องการกระโดดเข้าไปทำ Startup องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ก็พยายามหาหนทางสนับสนุนหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับ Startup จนทำให้เกิดความรู้สึกว่าอนาคตของ Startup นั้นช่างดูสดใสรุ่งเรืองมากเหลือเกิน

 

 

อย่างไรก็ดี ใช่ว่าโลกของ Startup จะหอมหวลชวนฝันเหมือนที่เราอ่านเจอกรณีความสำเร็จของ Startupดังๆ ทั้งหลายนะครับ นิตยสาร Fortune เขาได้ระบุไว้เลยว่าในอเมริกานั้นอัตราความล้มเหลวของ Startup อยู่ที่ 90% นั้นคือมี Startup ใหม่เข้าสู่ตลาด 10 รายมีเพียงแค่รายเดียวที่ประสบความสำเร็จและอยู่ได้ยาวนาน เรียกได้ว่าบรรดา Facebook, Uber, Airbnb นั้นเป็นเพียงแค่10% ของ Startup ที่มีทั้งหมดนะครับ

บางท่านอาจจะบอกว่าสำหรับ Startup นั้น จะต้องล้มก่อนล้มเร็วถึงจะประสบความสำเร็จได้ (คำศักดิ์สิทธิ์คำหนึ่งที่ใช้กันเยอะสำหรับ Startup ทั้งหลายคือ ‘Fail fast’ ครับ) แต่ก็โปรดระวังไว้นะครับว่าค่านิยมเรื่องของการล้มเร็วล้มก่อนนั้นอาจจะดูดี แต่ก็อาจจะเป็นภาพหลอนที่ทำให้เรารู้สึกว่าอัตราการล้มเหลว 90% ของ Startup นั้นไม่สูงเลยก็เป็นไปได้นะครับ

ทาง Fortune เขาไปสำรวจกันต่อครับว่าในอเมริกานั้นอะไรคือสาเหตุของความล้มเหลว (วิธีสำรวจที่ดีที่สุดคือให้พวกที่ล้มเหลวนั้นแหละมาบอกเล่าสาเหตุ) สาเหตุสำคัญประการแรก คือไม่มีตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการของ Startup ซึ่งจริงๆ ก็คือหลักพื้นฐานทางธุรกิจธรรมดาครับว่าถ้าสินค้าหรือบริการที่คิดขึ้นมา ถ้าขายไม่ออกก็เจ๊ง แต่ Startup นั้นจะมีทัศนคติอย่างหนึ่งว่าลูกค้าอาจจะไม่เคยมีหรือยังไม่มีความต้องการ แต่จะสามารถสร้างให้เกิดความต้องการขึ้นมาได้ (คล้ายๆ คำพูดที่เราชอบอ้างมาจาก Steve Jobs ครับ ว่าลูกค้าไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรจนกว่าจะได้เห็นสินค้าหรือบริการดังกล่าว) ซึ่งจริงๆแนวคิดดังกล่าวก็ไม่ผิดหรอกครับ เพียงแต่ถ้า Startup ไม่สามารถทำให้ลูกค้าเกิดความต้องการในสินค้าหรือบริการตนเองได้ สุดท้ายก็ย่อมไม่มีตลาดสำหรับสินค้าหรือบริการของตนเอง

สาเหตุที่สำคัญถัดมาของความล้มเหลว คือเงินหมดครับ เพราะต้องอย่าลืมนะครับว่าธุรกิจของบรรดา Startup ทั้งหลายนั้นอยู่ได้เพราะเงินจากบรรดาผู้ให้การสนับสนุนอุปการคุณทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Startup เกิดใหม่ที่ธุรกิจช่วงเริ่มต้นยังไม่มีกำไรแถมจะต้องรีบเติบโตให้ได้เร็วที่สุดดังนั้นธุรกิจที่ไม่มีกำไรแต่ต้องเติบโตเร็วนั้นย่อมต้องใช้เงินมากเป็นธรรมดา

อย่างไรก็ดี บางท่านบอกว่าเงินหมดไม่ใช่สาเหตุของความล้มเหลวของ Startup หรอกครับ แต่สาเหตุที่เงินหมดนั้นเนื่องจากความล้มเหลวของตัว Startup หรือผู้นำที่อาจจะมาจากหลายๆ สาเหตุ (เช่นสินค้าบริการไม่เป็นที่ต้องการของตลาด) จากนั้นค่อยนำมาสู่อาการเงินหมดแล้วค่อยเจ๊งครับ

สาเหตุสำคัญประการที่สาม คือการขาดทีมที่เหมาะสมครับ Startup (หรือองค์กรใดๆ ก็ตาม) จะประสบความสำเร็จได้จะต้องมีทีมที่มีความสามารถและเข้มแข็งครับ แต่ปัญหาของ Startup จำนวนมากคือพวก“ข้ามาคนเดียว” มีข้อสังเกตจากผู้ที่อยู่ในแวดวง Startup ว่า Startup ที่มีผู้ร่วมก่อตั้งมากกว่า 1 คน (หรือพวกที่มี co-founders) นั้น จะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าพวกที่มีผู้ก่อตั้งเพียงคนเดียวครับเพราะบรรดาผู้ร่วมก่อตั้งทั้งหลายจะช่วยกันคิดช่วยกันเสริมจุดบกพร่องหรือสิ่งที่ขาดของอีกฝ่ายได้ดีครับ

สิ่งที่ Startup จะต้องระวังไม่ใช่เพียงแค่สามเรื่องข้างต้นนะครับ อีกข้อควรระวังหนึ่งคือตลาดหรืออุตสาหกรรมของ Startup เองครับที่ในสหรัฐอเมริกาจะเริ่มถึงจุดอิ่มตัวแล้ว และใน Wall Street Journal ฉบับเมื่อไม่นานมานี้ก็มีบทความลงไว้ชัดเจนครับว่า อีกไม่ช้าเราอาจจะได้เห็นการแตกต่างของฟองสบู่ Startup กันได้นะครับ เนื่องจากการลงทุนใน Startup เริ่มชะลอตัวลงมูลค่าของ Startup ที่ได้รับการประเมินนั้นก็เริ่มตกลงนอกจากนี้ยังพบว่าในสหรัฐนั้น IPO ใหม่ๆ จาก Startup เริ่มสูญหายแต่กลับมีการระดมเงินผ่านทาง Venture Capital มากขึ้น ซึ่งสาเหตุที่เร่งระดมทุนนั้นก็เนื่องจาก Venture Capital ทั้งหลายเริ่มกลัวว่าฟองสบู่จะแตก ดังนั้นจึงอยากจะรีบระดมเงินมาให้ได้ก่อนที่มูลค่าของ Startup ทั้งหลายจะเริ่มตกลง

นอกจากนี้ เราจะเริ่มเห็นการประหยัดต้นทุนของหลายๆ Startup กันมากขึ้น บรรดา Unicorns (Startup ที่มีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์) เริ่มที่จะปลดพนักงานมากขึ้น อีกทั้งมีจำนวนหนึ่งที่เริ่มที่จะเปลี่ยน CEO ในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา

บทความนี้ไม่ได้เขียนขึ้นมาเพื่อทำลายขวัญและกำลังใจของ Startup หรือผู้ที่มุ่งหวังจะเป็น Startup ทั้งหลายนะครับ เพียงแต่ขอให้โปรดระมัดระวังด้วย Startup ก็เป็นองค์กรธุรกิจหนึ่ง ดังนั้นพื้นฐานทางการบริหารทั้งหลายเป็นสิ่งสำคัญ สินค้าบริการขายไม่ได้ขาดเงินขาดทีม ล้วนแล้วแต่เป็นพื้นฐานการบริหารองค์กรทั้งสิ้น และอย่าลืมดูพวกบรรดาที่ล้มเหลวไว้บ้างนะครับ เพราะเรามักจะเรียนรู้จากพวกที่สำเร็จเป็นหลักครับ

 

โดย : ดร.พสุ เดชะรินทร์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

5 + 14 =