อัตชีวประวัติ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ‘จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน’ [ชมคลิป]

Posted on Posted in Politics

อัตชีวประวัติ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ 'จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน'

 

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 อุบัติขึ้น "ป๋วย อึ๊งภากรณ์" ในวัยเพียง 26 ปี ซึ่งขณะนั้นเป็นนักเรียนทุนอยู่ที่อังกฤษ ตัดสินใจขัดคำสั่งรัฐบาลไทย ไม่เดินทางกลับประเทศ และร่วมกับเพื่อนนักเรียนไทยก่อตั้งขบวนกา­รเสรีไทยสายอังกฤษขึ้น ก่อนที่จะได้รับภารกิจสำคัญ นั่นคือการลักลอบเข้าสู่ประเทศไทยโดยการกร­ะโดดร่ม เพื่อหาทางติดต่อกับ "ปรีดี พนมยงค์" หัวหน้าเสรีไทยภายในประเทศ

 

 

ในภาวะความเป็นความตายเท่ากันเช่นนี้ ป๋วยเลือกที่จะเดินหน้า และปฏิบัติภารกิจเพื่อชาติอย่างไม่ลังเล

อะไรทำให้ชายหนุ่มนักเรียนนอกผู้กำลังมีอน­าคตสดใส ตัดสินใจเสี่ยงชีวิตและเดินหน้าเข้าสู่สงค­ราม อะไรทำให้ลูกจีนนาม "ป๋วย" ผู้นี้ สามารถเติบใหญ่กลายเป็นบุคคลสำคัญของไทย ทั้งในทางเศรษฐกิจ การศึกษา และการเมือง และอะไรทำให้สามัญชนผู้นี้สามารถยืดหยัดใน­ความเป็นคนตรงท่ามกลางสังคมที่เต็มไปด้วยค­วามฉ้อฉลได้

ร่วมสำรวจความกล้าหาญของชายหนุ่มผู้ใช้ชีวิตอย่างไม่ "เสียดายโอกาส" ผู้นี้ไปกับ จอน อึ๊งภากรณ์, สุลักษณ์ ศิวรักษ์, วรากรณ์ สามโกเศศ, ยงยุทธ ยุทธวงศ์, ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, ชัยวัฒน์ สถาอานันท์, อรัญ ธรรมโน, พระไพศาล วิสาโล และสรศักดิ์ งามขจรกุลกิจ

 


ชมคลิป ป๋วย อึ๊งภากรณ์ จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน : เสียชีพอย่าเสียสิ้น (5 มี.ค. 59) 

 

หลังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านเศรษ­ฐศาสตร์จากอังกฤษ "ป๋วย อึ๊งภากรณ์" เดินทางกลับสู่ประเทศไทยในช่วงทศวรรษ 2490 ซึ่งเศรษฐกิจและการเมืองไทยถูกผูกขาดโดยกลุ่มนายทหารและตำรวจ ในฐานะข้าราชการ ป๋วยต้องขัดแย้งกับผู้มีอำนาจหลายครั้ง ทั้ง "พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์" รวมไปถึง "จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์" ความขัดแย้งซึ่งหมายถึงความปลอดภัยของชีวิ­ตและครอบครัว

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับ "อำนาจเป็นธรรม" ป๋วยเลือกที่จะไม่โอนอ่อนผ่อนตาม และตัดสินใจยืนข้างความซื่อตรงและความถูกต­้อง เหนือความปลอดภัยและผลประโยชน์ลาภยศส่วนตั­ว

อะไรทำให้สามัญชนผู้นี้ยืนหยัดในความเป็นค­นตรงอยู่ได้ในสังคมอันแสนคด อะไรทำให้อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไท­ยผู้นี้ สามารถปลูกเมล็ดพันธุ์ความกล้าหาญทางจริยธ­รรมให้เติบใหญ่ในธนาคารแห่งประเทศไทยได้ อะไรทำให้เทคโนแครตผู้นี้กลายมาเป็นสถาปนิ­กทางเศรษฐกิจคนสำคัญที่สุดในเศรษฐกิจไทยสม­ัยใหม่ และอะไรทำให้ป๋วยหันกลับมาวิพากษ์ผลงานการ­พัฒนาเศรษฐกิจของตนเอง

ร่วมสำรวจผลงานทางเศรษฐกิจ และความซื่อสัตย์ของ "คนตรงในประเทศคด" ผู้นี้ไปกับ เสนาะ อูนากูล, อัมมาร สยามวาลา, ประสาร ไตรรัตน์วรกุล, อภิชาต สถิตนิรามัย, พงศ์ศักดิ์ เหลืองอร่าม, วรากรณ์ สามโกเศศ, อรัญ ธรรมโน และสุรพล เย็นอุรา

 


ชมคลิป ป๋วย อึ๊งภากรณ์ จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน : คนตรงในประเทศคด (12 มี.ค. 59)

 

"ป๋วย อึ๊งภากรณ์" เข้ารับตำแหน่งอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2518 แต่ผ่านไปเพียง 1 ปีเศษ วันที่โศกสลดที่สุดวันหนึ่งในสังคมไทยก็มา­ถึง เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ทำให้ป๋วยต้องลาออกจากตำแหน่งและเดินทางออ­กจากประเทศไทย กลายเป็นอีกหนึ่งคนดีที่ประเทศนี้ไม่ต้องก­าร

คำถามสำคัญในประวัติศาสตร์ไทยก็คือ เพราะเหตุใด "ป๋วย" ข้าราชการระดับสูงคนสำคัญ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้สร้างคุณูปการมหาศาลให้กับสังคมเศรษฐกิ­จไทย จึงพลิกผันจากคนดีในสายตาของชนชั้นนำ กลายเป็นบุคคลอันตรายที่ต้องถูกกำจัดให้พ้­นทาง

ร่วมสำรวจโศกนาฏกรรมของประเทศ และโศกนาฏกรรมของชายผู้ยึดมั่นในหลัก "สันติประชาธรรม" ผู้นี้ไปกับ นิตยา มาพึ่งพงศ์, ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ, จอน อึ๊งภากรณ์, สุลักษณ์ ศิวรักษ์, ชัยวัฒน์ สถาอานันท์, ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และพระไพศาล วิสาโล

 


ชมคลิป ป๋วย อึ๊งภากรณ์ จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน : สันติประชาธรรม (19 มี.ค. 59)

 

หลังต้องออกจากประเทศไทยไปในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ป๋วยใช้เวลาส่วนใหญ่เดินทางไปทั่วโลกเพื่อบอกเล่าความจริงที่เกิดขึ้น แต่ผ่านไปเพียงไม่ถึง 1 ปี โศกนาฏกรรมแห่งชีวิตก็เกิดขึ้นกับป๋วยอีกครั้ง

ในวัย 61 ปี ป๋วยเส้นเลือดในสมองแตก ทำให้พูดและเขียนไม่ได้ และต้องใช้ชีวิตในความเงียบต่อมาจนสิ้นชีวิต

ความเงียบของอาจารย์ป๋วยบอกอะไรแก่สังคมไทย และเราได้ยินเสียงอะไรใน 22 ปีแห่งความเงียบงันนั้น

ร่วม "เหลียวหลัง" พินิจความสำเร็จและล้มเหลวของชายผู้พร้อมด้วย "ความจริง ความดี ความงาม" และ "แลหน้า" มองหาโจทย์ที่ชายผู้นี้ทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลัง ไปกับ ชัยวัฒน์ สถาอานันท์, ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ์, อัมมาร สยามวาลา, สุลักษณ์ ศิวรักษ์, ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, วรากรณ์ สามโกเศศ, ประสาร ไตรรัตน์วรกุล, เสนาะ อูนากูล, ยงยุทธ ยุทธวงศ์, อรัญ ธรรมโน, พระไพศาล วิสาโล และจอน อึ๊งภากรณ์

 


ชมคลิป ป๋วย อึ๊งภากรณ์ จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน : เหลียวหลัง แลหน้า (26 มี.ค. 59)

 

เมื่อผมอยู่ในครรภ์ของแม่ ผมต้องการให้แม่ได้รับประทานอาหารที่เป็นคุณประโยชน์ และได้รับความเอาใจใส่ และบริการอันดีในเรื่องสวัสดิภาพของแม่และเด็ก ผมไม่ต้องการมีพี่น้องมากอย่างที่พ่อแม่ผมมีอยู่ และแม่จะต้องไม่มีลูกถี่นัก

พ่อกับแม่จะแต่งงานกันถูกฎหมาย หรือธรรมเนียมประเพณีหรือไม่ ไม่สำคัญ แต่สำคัญที่ พ่อกับแม่ต้องอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข ทำความอบอุ่นให้ผมและพี่น้อง

ในระหว่าง 2-3 ขวบแรกของผม ซึ่งร่างกายและสมองผมกำลังเติบโตในระยะที่สำคัญ ผมต้องการให้แม่ผมกับตัวผม ได้รับประทานอาหารที่เป็นคุณประโยชน์

ผมต้องการไปโรงเรียน พี่สาวหรือน้องสาวผมก็ต้องการไปโรงเรียน จะได้มีความรู้หากินได้ และจะได้ รู้คุณธรรมแห่งชีวิต ถ้าผมสติปัญญาเรียนชั้นสูง ๆ ขึ้นไป ก็ให้มีโอกาสเรียนได้ ไม่ว่าพ่อแม่ผมจะรวย หรือจน จะอยู่ในเมืองหรือชนบทแร้นแค้น

เมื่อออกจากโรงเรียนแล้ว ผมต้องการงานอาชีพที่มีความหมาย ทำให้ได้รับความพอใจว่า ตนได้ทำงานเป็นประโยชน์แก่สังคม

บ้านเมืองที่ผมอาศัยอยู่จะต้องมีขื่อ มีแป ไม่มีการข่มขู่ กดขี่ หรือประทุษร้ายกัน ประเทศของผมควรจะมีความสัมพันธ์อันชอบธรรม และเป็นประโยชน์กับโลกภายนอก ผมจะได้มีโอกาสเรียนรู้ถึงความคิด และวิชาของมนุษย์ทั้งโลก และประเทศของผมจะได้มีโอกาส รับเงินทุนจากต่างประเทศ มาใช้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม

ผมต้องการให้ชาติของผมได้ขายผลิตผลแก่ต่างประเทศด้วยราคาอันเป็นธรรม ในฐานะที่ผมเป็นชาวไร่ชาวนา ผมก็อยากมีที่ดินของผมพอสมควรสำหรับทำมาหากิน มีช่องทางได้กู้ยืมเงินมาขยายงาน มีโอกาสรู้วิธีการทำกินแบบใหม่ ๆ มีตลาดดี และขายสินค้าได้ราคายุติธรรม

ในฐานะที่ผมเป็นกรรมกร ผมก็ควรจะมีหุ้นมีส่วนในโรงงาน บริษัท ห้างร้านที่ผมทำอยู่

ในฐานะที่ผมเป็นมนุษย์ ผมก็ต้องการอ่านหนังสือพิมพ์ และหนังสืออื่น ๆ ที่ไม่แพงนัก จะฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ ก็ได้โดยไม่ต้องทนรบกวนจากการโฆษณามากนัก

ผมต้องการสุขภาพอนามัยอันดี และรัฐบาลจะต้องให้บริการป้องกันโรคแก่ผมฟรี กับบริการการแพทย์ รักษาพยาบาลอย่างถูกอย่างดี เจ็บป่วยเมื่อใดหาหมอพยาบาลได้สะดวก

ผมจำเป็นต้องมีเวลาว่างสำหรับเพลิดเพลินกับครอบครัว มีสวนสาธารณะที่เขียวชะอุ่ม สามารถมีบทบาท และชมศิลปะ วรรณคดี นาฏศิลป์ ดนตรี วัฒนธรรมต่าง ๆ เที่ยวงานวัน งานลอยกระทง งานนักขัตฤกษ์ งานกุศลอะไรก็ได้พอสมควร

ผมต้องการอากาศบริสุทธิ์สำหรับหายใจ น้ำดื่มบริสุทธิ์สำหรับดื่ม

เรื่องอะไรที่ผมทำเองไม่ได้ หรือได้แต่ไม่ดี ผมก็จะขอความร่วมมือกับเพื่อนฝูงในรูปสหกรณ์ หรือ สโมสร หรือสหภาพ จะได้ช่วยซึ่งกันและกัน

เรื่องที่ผมจะเรียกร้องข้างต้นนี้ ผมไม่เรียกร้องเปล่า ผมยินดีเสียภาษีอากรให้ส่วนรวมตามอัตภาพ

ผมต้องการโอกาสที่มีส่วนในสังคมรอบตัวผม ต้องการมีส่วนในการวินิจฉัยโชคชะตาทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของชาติ

เมียผมก็ต้องการโอกาสต่าง ๆ เช่นเดียวกับผม และเราสองคนควรจะได้รับความรู้และวิธีการวางแผนครอบครัว

เมื่อแก่ ผมและเมียก็ควรได้ประโยชน์ตอบแทนจากการประกันสังคม ซึ่งผมได้จ่ายบำรุงตลอดมา

เมื่อจะตาย ก็ขออย่าให้ตายอย่างโง่ ๆ อย่างบ้า ๆ คือตายในสงครามที่คนอื่นก่อให้เกิดขึ้น ตายในสงครามกลางเมือง ตายเพราะอุบัติเหตุรถยนต์ ตายเพราะน้ำหรืออากาศเป็นพิษ หรือตายเพราะการเมืองเป็นพิษ

เมื่อตายแล้ว ยังมีทรัพย์สมบัติเหลืออยู่ เก็บไว้ให้เมียผมพอใจในชีวิตของเธอ ถ้าลูกยังเล็กอยู่ก็เก็บไว้ เลี้ยงให้โต แต่ลูกที่โตแล้วไม่ให้ นอกนั้นรัฐบาลควรเก็บไปหมด จะได้ใช้เป็นประโยชน์ในการบำรุงชีวิตของคนอื่น ๆ บ้าง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

sixteen − 15 =