Digital Marketing

10 เทรนด์ดิจิทัล 2561 ที่ต้องจับตามอง

10 เทรนด์ดิจิทัล 2561 ที่ต้องจับตามอง

ก้าวผ่านปี 2560 ซึ่งเป็นปีของการพัฒนาด้านเทคโนโลยีฝั่ง Artificial Intelligence (AI)

การปฏิรูปการสื่อสารกับผู้บริโภคครบวงจรทุกจุดสัมผัสผ่าน Customer Experience (CX) รวมไปถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการรวมตัวยักษ์ใหญ่ฝั่ง“อีคอมเมิร์ซ” ระดับโลก

 

 

ก้าวสู่ปี 2561 หลายๆ คนคงเริ่มจับตามองว่าการพัฒนาการสื่อสารในโลกดิจิทัลนั้น จะก้าวไปสู่รูปแบบใดและมีอะไรที่จะสร้างความแปลกใหม่ให้กับโลกการตลาดกันบ้าง

1.ครบวงจรจุดสัมผัสเพื่อปิดการขาย (Multi Customer Experience)

จริงอยู่ที่ สมาร์ทโฟน ถือเป็นจุดสัมผัสที่สำคัญและมีบทบาทที่สำคัญในโลกการตลาดดิจิทัลมาอย่างต่อเนื่อง หากแต่บทบาทที่จะมาตอบโจทย์การตลาดเพื่อปิดการขายนั้นคือการเชื่อมต่อทุกจุดสัมผัสจากสมาร์ทโฟน สู่สมาร์ทดีไวซ์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ Wearable อุปกรณ์สื่อสารที่จุดขาย ที่จะต้องให้ประสบการณ์ที่กลมกลืนและต่อยอดเรื่องราวและประสบการณ์เดียวกันให้ได้มากที่สุด

2.บทบาทดาต้าสร้างความรู้จักกระชับความสัมพันธ์กับแบรนด์

ด้วยทุกจุดสัมผัสของโลกดิจิทัลที่เก็บทุกพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นข้อมูลได้หมด ทำให้ทุกอย่างในโลกดิจิทัลคือโอกาสของแบรนด์ในการเรียนรู้ความเป็นตัวตนของผู้บริโภค ในปี 2561 ผู้บริโภคจะมีความคาดหวังกับสารที่ได้รับจากแบรนด์ที่มีความเฉพาะเจาะจง ตรงความต้องการ ถูกเวลา ถูกสถานที่ และตามช่องทางที่อยากได้รับสาร เปรียบเสมือนคนรู้ใจที่รู้จักกันในชีวิตจริง แบรนด์ที่ไม่สามารถสร้างความรู้สึกพิเศษและส่วนตัว จะหาจุดยืนได้ยากในยุคนี้

3.ตอบทุกระบบด้วยระบบเสียง (Voice Activation)

ต่อเนื่องมาจากกระแสอัตโนมัติ (Automation) อย่างนวัตกรรมที่อยู่ในกระแสเช่น Echo จากค่าย Amazon ,  Google Home จากค่าย Google หรือ Bixby จากค่าย Samsung รูปแบบข้อมูลการใช้งานผ่านร่างกาย (Bio Data) ของเสียงกำลังมาแรงในปี 2561 ที่มีการคาดการณ์ว่าการใช้งานเสียงจะแพร่หลายมากขึ้นในกลุ่มผู้บริโภค หลายๆแบรนด์หันมาปรับกลยุทธ์กระบวนการเสิร์ช ให้ตอบโจทย์การใช้งานในยุคที่ผู้บริโภคเลิกพิมพ์

4.การกลับมาของการสื่อสารแบบเรียบง่าย

ผ่านกระแสที่หลายแบรนด์จัดหนักเรื่องของการใช้สื่อโซเชียลและส่งแมสเสจเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคอย่างทันยุคทันสมัย ผลวิจัยกลุ่มวัยรุ่นกลับชี้การตอบรับที่ดีกว่าของรูปแบบการติดต่อเรื่องราวที่เกียวกับธุรกิจและค้าขาย ผ่านช่องทางเรียบง่ายอย่าง อีเมล หันกลับมาทำให้แบรนด์ต้องกลับมาให้ความสำคัญของกลยุทธ์จดหมายข่าว และลูกค้าสัมพันธ์ผ่านอีเมล

5.สร้างคอมมูนิตี้วัฒนธรรมเพื่อ Brand Loyalty มากกว่าลดแลกแจกแถม

ปีที่ผ่านๆมาเรามักจะเห็นการให้ข้อจูงใจในรูปแบบลดแลกแจกแถมเผื่อหวังสานต่อความสัมพันธ์กับแบรนด์ในระยะยาว หากแต่เมื่อการลดแลกแจกแถมไม่ได้สร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์เมื่อเทียบกับคู่แข่ง ปี 2561 จึงเป็นปีที่หลายๆแบรนด์หันมาสร้าง วัฒนธรรม ของแบรนด์เน้นหนักจุดยืนเรื่องสร้าง community ที่ชัดเจนและให้ผลตอบแทนด้วยสิ่งที่ผู้บริโภคมองหาจริงๆ ด้วยประโยชน์ทางใจ

ในภาพรวมปี 2561 เราจะเห็นเรื่องราวของการสร้างประสบการณ์ และกระชับความสัมพันธ์กับแบรนด์ในโลกดิจิทัล ผ่าน Smart Data ที่ก่อให้เกิดการปรับขบวนการและกลยุทธ์ที่จะช่วยทั้งยอดขายและต่อยอดความสัมพันธ์กับแบรนด์

ตอนหน้าเรามาต่อด้วยเทรนด์ของโลกอีคอมเมิร์ซและแพลตฟอร์มสำคัญๆอย่างโซเชียลมีเดียกันบ้างนะคะ

มาดูที่เทรนด์ใหม่ๆ ในโลก“อีคอมเมิร์ซ”และ“โซเชียล” อีก 5 เทรนด์กันต่อ

ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่เราจะได้เห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเข้าถึงผู้บริโภคด้วยวิธีการและแนวทางใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปแบบทันท่วงที

6.โซเชียลที่รู้สึก“จริง” 

กลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ใช้ชีวิตติดโซเชียล ต่างเบื่อหน่ายกับภาพลักษณ์ที่ไม่จริง สร้างภาพ และดูไม่จริง  โซเชียลหลายๆ สำนักต่างออกรูปแบบการใช้งานใหม่ๆ ที่ให้ผู้บริโภคได้ใช้ลูกเล่นแบบ Live เรียลไทม์ ในขณะเดียวกันหลายๆ แบรนด์ต่างหากลยุทธ์ในการสร้างคอนเทนท์ใหม่ๆ ที่ดูไม่ปั้นมาก ให้ความรู้สึกจริง ดูเป็นเบื้องหลังมากว่าเบื้องหน้า และมีความเป็นธรรมชาติในการใช้ภาษาที่ใกล้ชีวิตจริงมากที่สุด

7.ป๊อปอัพชอปปิง 

เสิร์ชออนไลน์ ซื้อหน้าร้าน กลายเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในหลายกลุ่มสินค้า จนกระทั่งก่อให้เกิดการกลับมาของหน้าร้านรีเทล ในรูปแบบแปลกตา ให้ผู้บริโภคได้มีประสบการณ์แบบไร้รอยต่อ จริงอยู่ที่หน้าร้านแบบสามัญธรรมดาไม่สามารถได้ใจผู้บริโภคที่ต้องการความแปลกใหม่ตลอดเวลา แต่รูปแบบใหม่ๆ ของป๊อปอัพที่ผสมผสานเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยให้โชว์รูมเป็นเว็บรูม ในการโชว์สินค้า และสร้างประสบการณ์หน้าร้านแบบเหนือคาด

8.เสิร์ชภาษา“ภาพ” 

การรับรู้ด้วยรูปภาพกลายเป็นสื่อกลางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพของยุค ในสมาร์ทโฟนต่างๆ ล้วนเพิ่มฟังก์ชั่นการเสิร์ชผ่านรูปภาพ เพื่อเฟ้นหาสิ่งต่างๆ ได้ตรงอย่างใจ หลายๆ แบรนด์ต่างต้องหันมาใส่ใจ ไม่เพียงผลการเสิร์ชภาษาคำพูด แต่ภาษาภาพ พร้อมทั้งปรับกระบวนการจัดการข้อมูล ข้ามผ่านภาษาที่เคยเป็นอุปสรรค

9.ยุคใหม่ของ Influencer Marketing 

ในการเพิ่มยอดการรับรู้และสร้างอิทธิพลด้านภาพลักษณ์ในกลุ่มคอมมูนิตี้ผู้บริโภค หากแต่การใช้ Influencer ในแง่กลยุทธ์นั้น ไม่ใช่เพียงเป็นการหลอกลวงผู้บริโภคในเรื่องที่ไม่จริง เช่น เป็นผู้ใช้สินค้า และทำรีวิวแบบปลอมๆ ในปี 2561 แบรนด์ต่างๆ ต้องหันมาปรับกระบวนการในการใช้ Influencer ในการสร้างสรรค์ประสบการณ์จริง ที่มีมาตรฐานสูงขึ้นกว่าเดิม

10.แบรนด์ต่อยอดโซเชียลเน็ตเวิร์คสู่โลกเมสเสจ

ผู้บริโภคกว่า 2,500 ล้านคนทั่วโลกต่างใช้เมสเสจเป็นแพลตฟอร์มการสื่อสารแบบตัวต่อตัว ในขณะที่ที่ผ่านมา แบรนด์มักให้ความสำคัญกับสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์คเป็นหลักในแง่กลยุทธ์ ในปีนี้ เราจะเห็นการเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นของแบรนด์ผ่านเมสเสจจิ้งแบบตัวต่อตัว ไม่ว่าจะด้วย Chatbots ผู้ช่วยทางเสียง Voice Assistant ผ่านช่องทางสำคัญๆอย่าง Facebook Messenger, LINE, WhatsApp เป็นต้น โดยเน้นเรื่องการซื้อขายออนไลน์เป็นหัวใจหลักในการถามตอบ

โดยสรุปภาพรวมของเทรนด์ทั้งหมดนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาเป็นอย่างไร การทำการตลาดต้องกลับมาตอบโจทย์ของอินไซต์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยปีนี้ เราจะเห็นประสบการณ์ตัวต่อตัวที่ไร้รอยต่อมากขึ้น ผ่านหลากหลายช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ด้วยบริบททั้งภาพและเสียง ชาญฉลาดไปด้วยเทคโนโลยีที่เรียนรู้ผู้บริโภคได้ด้วยตัวเอง ประกอบกับการชอปปิงที่มีความแปลกใหม่ด้วยเทคโนโลยี ให้การเข้าถึงเแบรนด์มีความน่าตื่นตาตื่นใจมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านๆมา


โดย : วฤตดา วรอาคม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

one × four =