Economy

แจ็ค หม่า ดันไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจ E-Commerce

แจ็ค หม่า ดันไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจ E-Commerce

แจ็ค หม่า เผยร่วมมือไทยหนุนเอสเอ็มอี ท่องเที่ยวไทย เปิดสู่ตลาดสากลเข้าตลาดจีนที่มีกำลังซื้อกว่า 8 ล้านล้านดอลลาร์ ในอีก 5 ปี ย้ำจะไม่ทำให้คนไทยผิดหวัง ด้านอีคอมเมิร์ซไทย หวั่นสินค้าออนไลน์จีนทะลักไทย ประเมินการแข่งหนักกว่าเดิม

นายแจ็ค หม่า ประธานกรรมการบริหาร และผู้ก่อตั้งกลุ่มอาลีบาบา เดินทางเยือนไทยเพื่อประกาศการลงทุนสมาร์ท ดิจิทัล ฮับ ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) 11,000 ล้านบาท พร้อมลงนามความร่วมมือกับทางการไทยในการช่วยเหลือเอสเอ็มอีเข้าสู่ตลาดออนไลน์

 

 

"บิ๊กตู่-แจ๊ค หม่า" หารือชื่นมื่น ร่วมผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจผ่านช่องทาง E-Commerce เศรษฐกิจภูมิภาค มั่นใจร่วมลงทุนไทย

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 เม.ย. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายแจ๊ค หม่า ผู้ก่อตั้ง และประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทอาลีบาบา และคณะผู้บริหารกลุ่มบริษัทอาลีบาบา กรุ๊ป จากสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย

ต่อมา พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ยินดีที่กลุ่มบริษัทอาลีบาบาให้ความเชื่อมั่นและร่วมมือกับไทย โดยไทยเชื่อมั่นว่า แนวคิดและเทคโนโลยีใหม่ของอาลีบาบาจะช่วยสร้างโอกาสด้านการพัฒนา ตามแนวนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของไทย นอกจากนี้ นโยบายไทยแลนด์ 4.0 และ โครงการอีอีซียังเชื่อมโยงไปแนวคิดหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีนได้อีกทางหนึ่งด้วย

"ทั้งสองฝ่ายยังได้พูดคุยแลกเปลี่ยนถึงทิศทางเศรษฐกิจไทยและจีน โดยนายกฯ ยังได้สอบถามถึงแนวโน้มการค้าการลงทุนของบริษัทในต่างประเทศ ภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง พร้อมกล่าวว่าเศรษฐกิจไทยมีเสถียรภาพและเติบโต รวมทั้งรัฐบาลยังมีนโยบายต่างๆ ที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุนของนักธุรกิจ ส่งผลให้ไทยเป็นแหล่งลงทุนที่ดี และมีศักยภาพที่จะรองรับการลงทุนจากต่างประเทศ รวมถึงการขยายการลงทุนของกลุ่มบริษัทอาลีบาบาในระยะยาว"

นายกฯ กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิตอลถือเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย โดยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารมาใช้ในการขับเคลื่อนการปฏิรูป โดย E-Commerce เป็นกุญแจสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอลของประเทศไทยไปสู่เป้าหมาย ซึ่งไทยยินดีที่อาลีบาบาวางแผนลงทุนสร้าง Smart Digital Hub ในพื้นที่ EEC โดยมุ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการ SMEs รวมทั้งตั้งเป้าให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางด้านการค้า E-Commerce 

ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องถึงความสำคัญของการส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพ SMEs ที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับฐานรากจนถึง SMEs ที่สามารถส่งออกได้ ให้สามารถดำเนินธุรกิจผ่านช่องทาง E-Commerce รวมถึงการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ให้ก้าวสู่เศรษฐกิจยุคดิจิตอล โดยนายกฯ เห็นว่าเป็นโอกาสอันดีที่ทางอาลีบาบาจะช่วยแบ่งปันประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญที่เป็นประโยชน์ เพื่อส่งเสริม SMEs และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของไทยด้วย โดยนายกฯ กล่าวว่าไทยยังมีการท่องเที่ยวแนวใหม่ ตามแนวคิดไทยแลนด์บวกหนึ่งหากสามารถจับคู่การท่องเที่ยวในมณฑลต่างๆ ของจีนได้นั้น จะยิ่งช่วยเพิ่มมูลค่าระหว่างกันได้มากยิ่งขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย

ด้านผู้บริหารกลุ่มบริษัทอาลีบาบา กล่าวว่า ไทยถือเป็นผู้นำในด้านการพัฒนาไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล โดยบริษัทมั่นใจที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเป็นอย่างมาก จะเห็นได้จากการแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ (MOUs) ระหว่างกลุ่มบริษัทอาลีบาบากับหน่วยงานต่างๆ ในการดำเนินโครงการที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอลของไทยในหลากหลายมิติ จำนวน 4 ฉบับในวันนี้

โดยในตอนท้าย นายหม่า ได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความมั่นใจในการเข้ามาร่วมลงทุนกับกลุ่มบริษัทอาลีบาบา และพร้อมที่จะช่วยสนับสนุนและพัฒนาประเทศไทยไปสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิตอลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

four × 5 =