Finance

เงินเริ่มต้นลงทุนในหุ้น เงินเริ่มต้นลงทุนของมหาเศรษฐีระดับโลก

เงินเริ่มต้นลงทุนในหุ้น เงินเริ่มต้นลงทุนของมหาเศรษฐีระดับโลก

หากพูดถึงนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จเรื่องการลงทุนในหุ้นระดับโลก หลายคนคงเคยได้ยินชื่อของวอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนหมายเลขหนึ่งของโลก จากเด็กชายเร่ขาย Coca–Cola สู่เจ้าของบริษัท Berkshire Hathaway (BRK)

 


 

บัฟเฟตต์เติบโตในครอบครัวชนชั้นกลาง โดยพ่อมีอาชีพเป็นนายหน้าค้าหลักทรัพย์ฯ (Stock Broker)  ตอนอายุ 6 ขวบ  เขาได้จ่ายเงิน 25 เซนต์ เพื่อซื้อโค้กจำนวน 6 แพ็ค และนำมาขาย ในราคา กระป๋องละหนึ่งดอลลาร์ เมื่ออายุ 11 ขวบ เขาทำหน้าที่เป็นเด็กจดกระดานในบริษัทหุ้นของพ่อ และในปีเดียวกันนั้น เขาเริ่มซื้อหุ้นเป็นครั้งแรกด้วยเงินอันน้อยนิด โดยสามารถซื้อหุ้น Cities Service Preferred ได้แค่ 3 หุ้น ในราคาหุ้นละ 38 ดอลลาร์ และขายไปที่ 40 ดอลลาร์ ถือว่าเป็นการทำกำไรครั้งแรกในชีวิตของเขา

บัฟเฟตต์เริ่มต้นลงทุนในหุ้นครั้งแรกไม่กี่ร้อยดอลลาร์ และยังคงลงทุนในหุ้นแบบเก็งกำไรทั่วไป จนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัย เขามีความสนใจด้านการลงทุนโดยได้แรงบันดาลใจจากการอ่านหนังสือ ที่มีชื่อว่า The Intelligent Investor เขียนโดย เบนจามิน เกรแฮม (Benjamin Graham) หนังสือเล่มนี้เปรียบเสมือนคัมภีร์ของ Value Investors และของบัฟเฟตต์ด้วย โดยเกรแฮมชอบลงทุนในหุ้นราคาถูกมากๆ หรือที่เรียกว่า “หุ้นก้นบุหรี่” กล่าวคือหุ้นที่มีมูลค่าของราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีของบริษัทฯ เปรียบเสมือนก้นบุหรี่ที่ถูกทิ้ง มันเหลือให้สูบได้อีกเพียงอึก สองอึกเท่านั้น  แต่เนื่องจากเป็นสิ่งที่เก็บได้ฟรีไม่มีมูลค่า มันจึงคุ้มค่าแบบไม่มีอะไรจะเสีย  ถ้าหุ้นนั้นขยับจนราคาแพงก็ขายทิ้ง และไปซื้อหุ้นตัวใหม่ แต่ภายหลังบัฟเฟตต์เห็นข้อเสียของหุ้นดังกล่าว จึงเปลี่ยนแนวทางมาถือหุ้นโดยเน้นคุณค่าในบริษัทอย่างแท้จริง

ในปี 1965 บัฟเฟตต์ เข้าสะสมหุ้น Berkshire Hathaway เพราะราคาต่ำมากและคาดว่าผู้บริหารจะซื้อหุ้นคืน แต่ผู้บริหารกลับผิดคำพูดโดยการซื้อหุ้นในราคาต่ำกว่าที่บอก บัฟเฟตต์ จึงซื้อหุ้นเพิ่มจนได้ครอบครองกิจการ  จากนั้นจึงเริ่มใช้ Berkshire Hathaway ซื้อหุ้นเพื่อลงทุน เช่น หนังสือพิมพ์ The Washington Post, บริษัทประกัน GEICO, ธุรกิจน้ำมัน Exxon และเข้าลงทุนในบริษัท Coca–Co จนได้ขึ้นเป็นคณะกรรมการบริษัท ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้ บัฟเฟตต์ เป็นที่รู้จักในหมู่นักลงทุนอย่างกว้างขวาง

ชีวิตอันน่าทึ่ง จากเงินน้อยเริ่มต้นไม่กี่ร้อยดอลลาร์ สู่มหาเศรษฐีอันดับต้นๆของโลก แม้ว่าเราอาจจะยังไม่เก่งขนาดนั้น แต่เราก็สามารถทำให้เงินทำงานโดยการ “ออมในหุ้น” เพื่อสร้างความมั่งคั่งในอนาคตได้

เงินเริ่มต้นลงทุนในหุ้น

ตลาดหุ้นเป็นอีกทางเลือกในการลงทุนที่ชวนหลงใหล ด้วยผลตอบแทนและหุ้นที่มีหลากหลาย จึงดึงดูดนักลงทุนหน้าใหม่ให้เข้ามาลงทุนเพื่อให้เงินในกระเป๋าเติบโต โดยให้เงินทำงานควบคู่กับตนทำงาน แต่การเริ่มต้นลงทุนนั้น นอกจากต้องมีความรู้ในตลาดหุ้นแล้ว มีอีกหนึ่งคำถามที่นักลงทุนมือใหม่มักตั้งคำถามเสมอว่า “ควรมีเงินเริ่มต้นลงทุนในหุ้นเท่าไร?”   แต่แทนที่จะตั้งคำถามนั้น ควรเริ่มจากการถามตัวเองหรือตั้งเป้าหมายในใจก่อนว่า “อยากสะสมเงินเพื่อใช้ในอนาคตเท่าไร?” จากนั้นจึงเริ่มวางแผนการลงทุนเพื่อพุ่งชนเป้าหมายนั้น


ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ >>  นายต้นน้ำ อาชีพมนุษย์เงินเดือน อายุ 30 ปี มีเงินเก็บหลังจากหักค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้ว 10,000 บาท โดยตั้งใจอยากลงทุนในหุ้นแบบออมหุ้น ซึ่งมีนโยบาย ดังนี้

  1. ลงทุนในหุ้นรายไตรมาส โดยมีการปรับพอร์ตการลงทุนไตรมาสละครั้ง (ซื้อหุ้นปีละ 4 ครั้ง)
    1 ไตรมาส = 3 เดือน ลงทุนไตรมาสละ 30,000 บาท 1 ปีมี 4 ไตรมาส เงินลงทุน 1 ปี จะเป็น 30,000 x 4 = 120,000 บาท
  2. เข้าถือหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนโดยประมาณ 7 ขึ้นไป ต่อปี (ในที่นี้ถือเป็น 7% ต่อปี)

หากนายต้นน้ำลงทุนด้วยเงินลงทุนจำนวนเท่ากันทุกปีเป็นเวลา 15 ปี


นายต้นน้ำเริ่มลงทุนตอนอายุ 30 ปี ด้วยเงินลงทุน 120,000 บาทต่อปี อัตราผลตอบแทน 7% ต่อปี นายต้นน้ำจะมีล้านแรกของชีวิต เมื่ออายุ 36 ปี และเมื่ออายุ 44 ปี นายต้นน้ำจะมีเงินเก็บจากการลงทุนในหุ้นรวม 3,226,566 บาท  และถ้าอยากได้เงินเพิ่มก็สามารถเพิ่มเงินต้นเข้าไปลงทุนได้ ยังไม่รวมถึงส่วนต่างราคาหุ้นบางตัวที่สูงขึ้นหลายเท่าใน 15 ปี จะเห็นว่า วิธีนี้สร้างผลตอบแทนไม่ธรรมดาเลย ในการให้เงินของเราทำงาน

อย่างไรก็ดี การลงทุนมีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุน จากนี้ พอจะได้ไอเดียในการลงทุนและการวางแผนการลงทุนแล้ว มาเริ่มต้นลงทุนในหุ้นด้วยการเปิดพอร์ตหุ้นกัน

เริ่มต้นง่ายๆ เปิดพอร์ตหุ้นไว เทรดได้ทันที

การเปิดพอร์ตหุ้นนั้น เสมือนการ “เปิดประตูแห่งโอกาส” บล.ไทยพาณิชย์(SCBS) ทำให้การเปิดพอร์ตหุ้นเป็นเรื่องง่าย เปิดพอร์ตหุ้น 0 บาท (ไม่มีเงินคงเหลือในบัญชีก็เปิดได้) อนุมัติไวภายใน 15 นาที ไม่มีค่าคอมมิชชั่นขั้นต่ำในการเทรด  แค่มี SCB Easy Net  ก็สามารถเปิดพอร์ตหุ้นได้ เพียง Log–in เข้า www.scbeasy > เข้าเมนูการลงทุน (Investment ) > เข้าเมนู Easy Stock > กรอกข้อมูลการลงทุน > ภายใน 15 นาทีก็เทรดได้ทันที (ในเวลาทำการ 08.30-16.55 น. นอกวันทำการจะอนุมัติในวันทำการถัดไป)  เปิดวันนั้น ก็เทรดได้วันนั้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.scbs.com/th/easystock


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

thirteen − 1 =