LifeStyle

ปิดเทอมนี้ชวนลูก “กวดชีวิต” แทน “กวดวิชา”

ปิดเทอมนี้ชวนลูก “กวดชีวิต” แทน “กวดวิชา”

ช่วงเวลาวัฏจักรเดิมของคนเป็นพ่อแม่กลับมาอีกครั้งทุกช่วงปิดเทอม โดยเฉพาะลูกเล็ก…!!

ให้ลูกทำอะไรดีช่วงปิดเทอม? เป็นคำถามยอดฮิตของพ่อแม่ทุกยุคสมัยว่าจะให้ลูกทำกิจกรรมอะไรดี มีกิจกรรมหรือค่ายดี ๆ หรือให้ลูกเรียนพิเศษ หรือกวดวิชาที่ไหนดี ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็มีมากมายเหลือเกิน ยิ่งมีสื่อออนไลน์ด้วยแล้ว การกระจายตามสื่อก็เกลื่อนสังคมออนไลน์ตามไปด้วย ซึ่งนั่นก็หมายความว่ามีตัวเลือกให้พ่อแม่เลือกจำนวนมาก จนไม่รู้ว่าจะเลือกอะไรดี หรือที่ไหนดี

 

 

ความจริงกิจกรรมช่วงปิดเทอมก็ไม่จำเป็นต้องคิดถึงกิจกรรมไกลตัว หรือส่งลูกเรียนกวดวิชาการเพียงอย่างเดียว ปัจจุบันมีกิจกรรมที่น่าสนใจรอเด็ก ๆ ได้เรียนรู้อย่างสร้างสรรค์มากมาย โดยน่าจะใช้ช่วงปิดเทอมในการวางเป้าหมายชีวิตด้วยก็ได้ ว่าอยากจะให้ลูกทำพัฒนาทักษะชีวิตด้านใด ทำอะไร แล้วได้อะไร หรือใช้ช่วงปิดเทอมในการปรับพฤติกรรมบางประการก็สามารถทำได้เหมือนกัน

ลองตั้งเป้าหมายสร้างทักษะชีวิตให้ลูกช่วงปิดเทอมกันค่ะ

หนึ่ง – ฝึกให้ลูกช่วยเหลือตัวเองให้ได้ 

ลองตั้งเป้าหมายดูว่าปิดเทอมนี้จะทำให้ลูกช่วยเหลือตัวเองให้ได้อย่างไร พ่อแม่อาจลองมอบหมายความรับผิดชอบหรือหน้าที่ที่ชัดเจนให้เขา เริ่มจากกิจวัตรประจำวันนี่แหละค่ะ ยกตัวอย่าง ตื่นนอนต้องเก็บที่นอนเอง ซึ่งตอนที่เปิดเทอมทุกอย่างอาจรีบเร่งไปหมด พ่อแม่จึงทำให้ลูกทุกอย่างเพราะกลัวลูกไปโรงเรียนไม่ทัน ก็ลองปรับพฤติกรรมให้เขาทำเอง และฝึกให้ทำเร็วขึ้น หรืออาจมอบหมายงานเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น งานบ้าน ที่เกี่ยวข้องกับตัวเขาเอง เพื่อกระตุ้นให้เขาฝึกรับผิดชอบตัวเอง หรือไม่ก็ถือโอกาสชวนลูกรื้อห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือมุมโปรดของเขา ให้เขาได้มีส่วนร่วมในการทำความสะอาด และจัดสิ่งของให้เป็นระเบียบ เป็นการสอนให้เขาได้เรียนรู้ด้วยว่าเมื่อข้าวของเป็นระเบียบ ก็ทำให้เราสะดวกในการหาสิ่งของเครื่องใช้

สอง – ต้องว่ายน้ำเป็น

ทุกช่วงปิดเทอมเรามักจะได้ยินข่าวร้าย ๆ เกี่ยวกับอุบัติเหตุเด็กจมน้ำเสียชีวิตเป็นประจำ ซึ่งเป็นอุบัติเหตุสูงที่สุดในบรรดาอุบัติเหตุทั้งหมดของเด็กในบ้านเรา โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ฉะนั้น ลองตั้งเป้าหมายให้ลูกไปเรียนว่ายน้ำอย่างถูกวิธี และสามารถว่ายน้ำได้ก่อนเปิดเทอม รวมไปถึงทักษะเรื่องความปลอดภัยเกี่ยวกับแหล่งน้ำ เพราะบ้านเรามีแหล่งน้ำจำนวนมาก เด็กไทยจึงควรว่ายน้ำเป็นทุกคน

สาม – ชวนลูกเข้าครัว

ถ้าบ้านไหนคุณแม่ทำกับข้าวเป็น ก็ชวนลูกเข้าครัว และถือโอกาสสอนให้ลูกทำกับข้าวด้วยซะเลย อาจตั้งเป้าว่าปิดเทอมจะทำเป็นกี่เมนู เริ่มจากเมนูง่ายๆ เมนูโปรดของลูกก็ได้ ให้เขาเริ่มจากเป็นผู้ช่วยแล้วก็ค่อยๆ ขยับให้เขาลองปรุงอาหารเองด้วย เขาจะตื่นเต้นสนุกสนานและเกิดความภาคภูมิใจอย่างมาก แต่ต้องดูวัยของลูกด้วยว่าควรเลือกทำเมนูอะไรดี

สี่ – อ่านหนังสือดี ๆ ให้จบเล่ม

ถือโอกาสชวนลูกหาหนังสือดี ๆ ที่เหมาะกับวัยของลูก และกำหนดให้เขาอ่านให้จบ จะกี่เล่มก็ตาม ให้เขาเป็นผู้ตัดสินใจเอง ยิ่งช่วงปิดเทอมตรงกับเทศกาลงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ก็ถือโอกาสพาไปซะเลย หรือพาไปร้านหนังสือ เพื่อให้ลูกเลือกหนังสือเอง จะเป็นการกระตุ้นเขาได้เป็นอย่างดี เป็นการเปิดโลกทัศน์และจินตนาการของลูก โดยคุณพ่อหรือคุณแม่มีส่วนร่วมด้วยหรืออ่านด้วย เมื่ออ่านจบแล้วก็อาจชวนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเนื้อหาในหนังสือ เพื่อกระตุ้นให้ลูกฝึกคิดวิเคราะห์ได้ด้วย 

ห้า – เล่นกีฬาเพิ่มเติมจากโรงเรียน 

ชวนลูกเล่นกีฬาเพิ่มเติมจากสิ่งที่ไม่ได้เรียนในโรงเรียน พยายามให้ลูกได้รู้จักกีฬาชนิดอื่นๆ มากขึ้น หรือต่อยอดจากชนิดกีฬาที่เขาชอบก็ได้ ให้เขาเป็นผู้เลือก และพ่อแม่ควรร่วมเล่นกับลูกด้วย อย่างน้อยหนึ่งชนิดกีฬาก่อนเปิดเทอม เป็นการฝึกให้ลูกได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วย

หก – วางแผนสำรวจอุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ของลูก 

ฝึกให้ลูกจัดชั้นหนังสือเรียน เป็นการสอนให้ลูกได้เรียนรู้ว่าหนังสือที่เรียนจบชั้นหนึ่งก็ต้องแยกออกมา และเตรียมสำหรับของชั้นเรียนใหม่ ถ้ามีหนังสือใหม่แล้ว ก็อาจชวนลูกดูว่าเมื่อเปิดเทอมลูกจะต้องเรียนอะไรบ้าง เพื่อให้เขาเตรียมตัวและรับรู้ว่าแต่ละวิชาจะต้องเตรียมอะไรบ้าง อาจให้จดเอาไว้เลย เพราะอาจลืมได้ เป็นการสอนให้ลูกรู้จักการวางแผนด้วย เช่น สำรวจดูว่าอุปกรณ์การเรียนขาดอะไรไหม หรือเสื้อผ้าชุดนักเรียนชำรุดหรือไม่ กระดุมขาด ซิปแตกหรือเปล่า หรือรองเท้าขาด ใส่ไม่ได้หรือไม่ จากนั้นก็วางแผนว่าแล้วจะแก้ไขอย่างไร บางอย่างซ่อมได้ บางอย่างต้องซื้อใหม่ไหม

สำหรับกรณีของพ่อแม่ที่ต้องทำงานอกบ้านทั้งคู่ ก็เข้าใจได้ว่าช่วงปิดเทอมอาจไม่มีใครช่วยดูแลลูก จะปล่อยให้อยู่บ้านคนเดียวก็กระไรอยู่ ลองพูดคุยกับหัวหน้างานดูสิคะ ว่า ขอให้ลูกไปที่ทำงานของพ่อบ้าง สลับกับที่ทำงานของแม่ อย่าคิดว่าลูกเกะกะเวลาทำงานเลย เป็นการสอนให้ลูกได้รู้ด้วยว่าพ่อแม่ต้องทำงาน ทุกคนต้องมีหน้าที่ ลูกเองตอนนี้มีหน้าที่ต้องเรียนหนังสือ วันหนึ่งเมื่อสำเร็จการศึกษาก็ต้องมีหน้าที่การงาน ก็ต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน จะทำให้ลูกเข้าใจเราด้วยว่า พ่อแม่ต้องเหนื่อยในการทำงานหาเงิน เพื่อดูแลเขาและครอบครัว

หากสถานที่ทำงานไม่เอื้ออำนวยจริง ๆ จึงค่อยค้นหาวิธีอื่น ๆ เช่น ฝากให้ญาติพี่น้องดูบ้าง หรือมองหากิจกรรมสั้นๆ ที่เหมาะกับเขา

เห็นมั้ยว่ามีอะไรดีๆ ให้ทำมากกว่าการกวดวิชาอย่างเดียวเยอะเลย มาเริ่มต้น “กวดชีวิต” แทน “กวดวิชา” กันเถอะ !

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

twenty − six =