LifeStyle

ไม่น่ารักเลย!? หรือเดี๋ยวนี้ไม่ต้องมี ‘มารยาท’ อีกต่อไป

ไม่น่ารักเลย!? หรือเดี๋ยวนี้ไม่ต้องมี 'มารยาท' อีกต่อไป

สังเกตดี ๆ คนเราทุกวันนี้สุดโต่งขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะด้วยคำพูด พฤติกรรม การแสดงออก หรือแม้แต่
ท่าทีเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ถ้าย้อนไปสัก 10-20 ปีก่อน ไม่มีทางได้เห็นกันง่าย ๆ เหมือนในตอนนี้แน่ ๆ

ทั้งการพูดจาเสียงดังในที่สาธารณะ การไม่เกรงใจคนรอบข้าง ไม่รู้จักกาลเทศะ คอมเมนต์หยาบ
คาย ใส่ร้ายคนอื่นบนโลกโซเชียล หรือมนุษย์ป้า มนุษย์ลุงที่ชอบอ้างความอาวุโสทำทุกอย่างเพื่อ
ให้ตัวเองสะดวกสบาย และอีกสารพัดพฤติกรรมไม่น่ารักที่ใครเห็นก็รังเกียจ

ปรากฏการณ์ไร้มารยาทแบบนี้มีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยคนส่วนใหญ่โทษว่าเป็น
เพราะพิษของเทคโนโลยี โลกของการแข่งข้น และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ทำให้คนเรามีเวลา
น้อยลง ไม่ใส่ใจกับการปลูกฝังความดีงามให้งอกงามอยู่ในสังคม สุดท้ายก็เกิดเป็นพฤติกรรมไร้
มารยาทอย่างที่หลายคนรังเกียจแต่ต้นเห็นได้บ่อย ๆ ในปัจจุบัน

เรียกว่าเป็นปรากฎการณ์สั่นคลอนขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมไทยครั้งสำคัญเลยก็ได้ เพราะคนไทย
เดี๋ยวนี้ จะหาคนที่มีมารยาทดีในทุกด้าน ถือว่ายากเย็นเต็มที

เอาจริง ๆ มารยาทคืออะไร บางคนยังตอบไม่ค่อยได้เลย มารยาทไม่ใช่แค่การไหว้เท่านั้น แต่
‘มารยาท’ คือแนวทางในการปฏิบัติหรือการแสดงวาจา ภาษา ท่าทาง และพฤติกรรมต่าง ๆ ออกมา
ให้ปรากฏแก่สายตาของผู้อื่นหรือคนทั่ว ๆ ไป

ด้วยความหมายแล้ว มารยาทก็คือการแสดงออกในด้านต่าง ๆ อย่างเหมาะสมตามกาลเทศะที่ถูกที่
ควร ในที่นี้คงไม่พูดถึงมารยาทแย่ ๆ ที่ไม่ต้องมีใครสอน แต่รู้และทำกันได้เองโดยอัตโนมัติ

จะว่าไปแล้ว ‘มารยาท’ ก็คือเกณฑ์พื้นฐานในการให้เกียรติกันเมื่ออยู่ร่วมกันในสังคม ตามตำรา
มารยาทแบ่งยิบย่อยเป็นขั้น เป็นตอนหลายกระบวนท่า เช่น มารยาททั่วไป การพูด การเดิน การนั่ง
การกิน มารยาท มารยาทตามกาลเทศะ การแต่งกาย การไปอยู่ในสถานที่ต่าง ๆ ฯลฯ แต่ทั้งหมด
ทั้งมวล มารยาทยังคงเป็นเรื่องของการแสดงออกถึงการให้เกียรติ ไม่ว่าจะกับคนด้วยกันเอง สถาน
ที่ หรือแม้แต่ช่องทางในการสื่อสารต่างๆ

มารยาทติดตัวมาแต่กำเนิด ?

คนเราต่างที่ ต่างถิ่น การเลี้ยงดูก็ต่างกัน เมื่อมาอยู่ร่วมกัน สิ่งที่ทำให้อยู่ด้วยกันได้อย่างปกติสุขก็
คือต่างคนต่างรู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร แค่ไหนที่เรียกว่ามากเกินไป และแค่ไหนที่เรียกว่าน้อยเกิน
ไป จะต้องให้เกียรติซึ่งกันและกันอย่างไร ต้องวางตัวอย่างไร สิ่งเหล่านี้ถูกขมวดเอาไว้ในคำ ๆ
เดียวก็คือ ‘มารยาท’

มารยาทไม่ใช่เรื่องของพรสวรรค์ ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือติดตัวมาแต่กำเนิด แต่
มารยาทเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการอบรม สั่งสอนมาตั้งแต่เด็ก เน้นย้ำ ๆ ว่าตั้งแต่เต็ก เพราะมารยาท
คือเกณฑ์ คือบรรทัดฐานของสั่งคม คือพฤติกรรมต่าง ๆ ที่แสดงออกมา ทั้งคำพูดคำจา กริยา
ท่าทาง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องศึกษา และอบรมสั่งสอน ไม่ใช่เรื่องที่เด็กคนหนึ่งจะรู้ได้เองเมื่อโตขึ้น
เพราะเมื่ออยู่ในสังคม แต่ไม่เคยรู้สิ่งเหล่านี้มาเลย จะกลายเป็นคนไร้มารยาททันที!

มารยาทเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา แต่ทำไมต้องสอนกัน
ตั้งแต่ยังเด็ก ‘ไม้อ่อนด้ดง่าย ไม้แก่ด้ดยาก’ เป็นประโยคที่น่าจะทำให้เห็นภาพช้ดเรื่องของมารยาท
ได้ดีที่สุด เพราะมารยาทเป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝนจนเป็นนิสัย ต้องใช้เวลาในการบ่มเพาะจนกลายเป็นสิ่ง
ที่แสดงออกโดยอัตโนมัติ ที่สำคัญมารยาทสามารถหายไปเฉย ๆ ได้เลย แค่เพราะ ‘ความมักง่าย’
และ ‘ความเห็นแก่ตัว’

อย่างไรก็ตาม แม้คนส่วนใหญ่จะถูกสั่งสอนเรื่องมารยาทกันมาตั้งแต่เด็ก แต่ปัญหาก็คือคนทุกเพศ
ทุกวัยลืมวิธีใช้ชีวิตอย่างมีมารยาท แข่งกันทำตัวไม่น่ารัก เป็นเหตุให้สังคมไม่น่าอยู่ ทั้งเอาเปรียบ
ขัดแย้ง และอคติที่ทำลายบรรยากาศดีๆ ของการอยู่ร่วมกันในสังคมไปจนหมดสิ้น

เมื่อมารยาทกลายเป็นเรื่องเฉิ่มเชย!

ทุกวันนี้คนมีมารยาทกลายเป็นคนส่วนน้อยในสังคม มารยาทกลายเป็นเรื่องเฉิ่มเชยที่ไม่จำเป็นอีก
ต่อไปแล้ว โลกที่เราอยู่ตอนนี้สามารถด่าคนไม่รู้จัก เพียงเพราะไม่พอใจอะไรบางอย่างได้แบบง่าย
ๆ โดยไม่จำเป็นต้องมีมารยาท หรือให้เกียรติใครหรืออะไรทั้งนั้น

ยิ่งในโลกโซเชียล ทุกคนพร้อมใจกันทิ้งมารยาทลงถังขยะ แล้วเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง อยากทำอะไรก็
ทำ อยากพูดอะไรก็พูด โดยขาดความยับยั้งชั่งใจ ทำให้เกิดการ Bully (การกลั่นแกล้งที่แสดงออก
ด้วยคำพูด หรือพฤติกรรม) เกิด Hate speech (วาจาที่สร้างความเกลียดช้ง นับไม่ถ้วนจนเป็น
ปัญหาไม่จบไม่สิ้นอย่างทุกวันนี้

ที่นี้ลองสำรวจตัวเองดูว่าเรากำลังกลายเป็นคนไม่มีมารยาทไปแล้วหรือเปล่า อย่างที่บอกว่าโลกทุก
วันนี้มันหล่อหลอมให้คนเราขาดความยับยั้งชั่งใจมากขึ้นทุกที ทำให้เราเองก็ลืมว่ากำลังเรื่องที่ไร้
มารยาทอยู่ เพราะคิดว่าใคร ๆ เค้าก็ทำกันทั้งนั้นจนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของสังคม แต่นั่นเป็นแค่
ข้ออ้างหรือเปล่า ?

คำว่า ‘มาตรฐานใหม่ของสังคม’ คือสิ่งที่คนไร้มารยาทบัญญัติกันขึ้นมาเองหรือเปล่า พวกเรากำลัง
ลืมการมี ‘มารยาท’ และทำสิ่งต่างๆ ที่ยึดตนเองเป็นหลัก โดยไม่ได้คำนึงถึงคนรอบข้างว่าจะรู้สึก
อย่างไร ทำให้เกิดความขัดแย้งกัน ความอคติต่อกันทำลายบรรยากาศดี ๆ ของการอยู่ร่วมกันใน
สังคมจนกลายเป็นปัญหาไม่จบไม่สิ้น

ความจริงแล้ว แม้ว่าเราจะอยู่ในโลกที่หมุนเร็วจนน่าตกใจ อะไร ๆ ก็เปลี่ยนแปลงกันได้อย่างว่องไว
หรือมีเทคโนโลยี วิวัฒนาการที่ก้าวไปข้างหน้าได้ไกลแค่ไหนก็ตาม สิ่งที่ยังตัองระลึกไว้เสมอและ
ไม่มีวันคร่ำครึก็คือการให้เกียรติกัน การมีมารยาท การรู้จักกาลเทศะ ไม่ว่าจะไปไหนหรือทำอะไร
คนที่รู้จักเคารพตัวเอง เคารพคนอื่น ให้เกียรติคนอื่นก็ยังเป็นคน ที่น่าคบค้าสมาคมด้วยมากที่สุดอยู่ดี

สั่งสอน ปลูกฝัง และอย่าลืม!

อย่างที่บอกว่ามารยาทเป็นสิ่งที่ต้องอบรมสั่งสอนกันมาตั้งแต่เต็ก เพราะฉะนั้นหน้าที่สำคัญคงหนี
ไม่พ้นพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ และครูอาจารย์ ที่ต้องร่วมมือร่วมใจกันบ่มเพาะให้เด็กคนหนึ่งเติบโตไปมี
ความน่ารัก มีมารยาท เป็นผู้ใหญ่ที่ดีในสังคม อย่าคิดว่าเรื่องแบบนี้โตไปก็รู้ได้เอง เพราะไม่ใช่ทุก
คนที่จะมีจิตสำนึกที่ดี

ส่วนผู้ใหญ่ที่โตเกินกว่าจะมาปลูกฝังหรืออบรมสั่งสมได้แล้ว ก็ต้องไม่ลืมพื้นฐานที่สำคัญของ
มารยาท ซึ่งก็คือการรู้ว่าอะไรควร ไม่ควร และการให้เกียรติคนอื่น อย่าเผลอทำตัวไม่น่ารักเพียง
เพราะความสะดวกสบาย ความมโนไปเองว่าใคร ๆ ก็ทำกันไม่เห็นแปลกอะไร เพราะความมักง่าย
และเห็นแก่ตัวแบบนี้นี่แหละที่ทำให้สังคมทุกวันนี้มันไม่น่าอยู่อีกต่อไป

มาถึงตรงนี้..หลายคนคงรู้เล้วว่ามารยาทเป็นเรื่องที่พวกเราลืมกันไปเกือบหมดแล้วจริง ๆ
แต่สิ่งที่ต้องไม่ลืมคือ มารยาทเป็นกุญเจสำคัญที่นำไปสู่สังคมที่น่าอยู่และงดงาม ถ้าเรา
อยากอยู่ในสังคมแบบนี้ อยากให้ลูกหลานโตมาในสังคมแบบนี้ ‘มารยาท’ ก็จำเป็นและต้อง
มี!


10 บทเรียนวิชา ‘คน’ ที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล

โดย: เพื่อนตุ้ม ที่มา: https://today.line.me/th/v2/article/1Wlqqz




ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

11 + 12 =