LifeStyle

อย่าห้ามเด็กเล่น…เพราะเด็กเรียนรู้ผ่านการเล่น

อย่าห้ามเด็กเล่น...เพราะเด็กเรียนรู้ผ่านการเล่น

การเล่นเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญมากสำหรับเด็ก เพราะในขณะที่เด็กเล่นนั้นนอกจากจะทำให้เด็กมีความสุขและสนุกสนานแล้ว การเล่นยังมีประโยชน์มากมายหลายอย่างโดยเฉพาะต่อพัฒนาการของเด็ก เพราะเด็กจะมีพัฒนาการด้านต่างๆที่ดีได้นั้นต้องเริ่มต้นจากการที่เด็กมีการเรียนรู้ที่ดีก่อน ซึ่งการเล่นนั้นเป็นสื่อกลางที่จะนำพาให้เด็กๆเกิดการเรียนรู้ที่ดี

 

 

รูดอล์ฟ (Rudolph, 1984) กล่าวว่าการเล่นเป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมให้เด็กๆพัฒนาทางด้านร่างกาย จิตใจอารมณ์ สังคม และสติปัญญา ซึ่งมีองค์ประกอบสามอย่าง อันได้แก่

1. การเล่นซึ่งนำไปสู่การค้นพบเหตุผลและความคิด

2. การเล่นซึ่งเป็นการเชื่อมโยงระหว่างเด็กกับสังคม

3. การเล่นซึ่งเป็นการนำเด็กไปสู่ความสมดุลในสังคม 

การเล่นช่วยพัฒนาทางด้านร่างกายของเด็ก

แน่นอนว่าในขณะที่เด็กๆเล่นนั้น เด็กๆจะต้องมีการเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อใหญ่ ได้แก่

การทรงตัวกล้ามเนื้อแขนขา ซึ่งทำให้เด็กมีการเคลื่อนไหวที่ดี คล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง

กล้ามเนื้อเล็ก ได้แก่ การใช้กล้ามเนื้อมือในการหยิบจับถืออุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งถ้าเด็กมีการพัฒนากล้ามเนื้อมือที่ดีก็จะทำให้เด็กหยิบจับอุปกรณ์ต่างๆได้คล่องแคล่วและสามารถระบายสีและเขียนหนังสือได้อย่างรวดเร็ว

การเล่นช่วยพัฒนาทางด้านอารมณ์ของเด็ก

การเล่นจะช่วยให้เด็กรู้สึกผ่อนคลาย สนุกสนาน อีกทั้งเวลาที่เด็กเล่นจะทำให้เด็กรู้จักคิดแก้ปัญหา เกิดจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นการช่วยพัฒนาทางด้านอารมณ์ให้กับเด็กนั้นเอง

การเล่นช่วยพัฒนาทางด้านสังคมของเด็ก

เมื่อเวลาที่เด็กได้เล่นกับผู้อื่นไม่ว่าจะเล่นกับเด็กในวัยเดียวกันหรือเล่นกับคนต่างวัย จะเป็นการช่วยพัฒนามนุษยสัมพันธ์ของเด็กกับผู้คนรอบข้าง อีกทั้งสอนให้เด็กรู้จักการแบ่งปัน การรอคอย ความอดทน การเรียนรู้การแพ้ชนะซึ่งจะช่วยให้เด็กสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้เป็นอย่างดี

การเล่นช่วยพัฒนาทางด้านสติปัญญาของเด็ก

เมื่อเด็กเล่นกับผู้อื่นนั้น เด็กจะได้เรียนรู้ในเรื่องของภาษาเพราะว่าต้องมีการสื่อสารกับคนอื่น อีกทั้งการเล่นยังช่วยพัฒนาทักษะการเรียนรู้ใหม่ๆ ไม่ว่าจะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ศิลปะ ฯลฯ ซึ่งเป็นการช่วยพัฒนาทางด้านสติปัญญาของเด็กโดยตรง

ลักษณะการเล่นของเด็ก

1. เด็กๆชอบสำรวจ หมายถึง การสนใจ การค้นหา และการใฝ่รู้ในสิ่งที่อยู่รอบตัว ซึ่งการเล่นสำรวจนี้เด็กต้องใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าอันได้แก่ การมองดูสิ่งที่เด็กๆสนใจ การฟังว่าเครื่องเล่นนั้นมีส่วนใดที่ทำให้เกิดเสียง อีกทั้งค้นหาที่มาของเสียง นอกจากนี้การที่เด็กได้สัมผัสจับต้องก็จะนำไปสู่การค้นพบ การแก้ปัญหา และการเพิ่มประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็ก

2. เด็กๆชอบทดสอบและสร้าง เมื่อเด็กเล่นสำรวจแล้ว เด็กก็จะนำอุปกรณ์หรือเครื่องเล่นนั้นมาทดสอบดูว่าเครื่องเล่นนั้นมีคุณสมบัติอย่างไร สามารถเล่นได้อย่างไร และสามารถสร้างสรรค์ในการเล่นต่อไปอย่างไร ซึ่งเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็กที่ก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการให้กับเด็ก

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าการเล่นไม่ใช่เรื่องไร้สาระสำหรับเด็ก แต่เด็กๆสามารถเรียนรู้ได้จากการเล่น อีกทั้งการเล่นมีอิทธิพลอย่างมากต่อพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาของเด็ก 

ดังนั้น "อย่าห้ามเด็กเล่น…เพราะเด็กเรียนรู้ผ่านการเล่น" นั่นเอง


โดย : ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

18 − 14 =