อย่าปล่อยให้เด็กถูกกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ (Cyber Bullying)

อย่าปล่อยให้เด็กถูกกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ (Cyber Bullying)

ในปัจจุบันโลกออนไลน์เป็นโลกที่คนทุกเพศทุกวัยเข้าถึงได้ง่ายมาก แค่เพียงคลิกสัมผัสเข้าไปที่หน้าจอของโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ตและคอมพิวเตอร์เท่านั้นก็จะสามารถเข้าไปสู่โลกออนไลน์ได้ทันที ซึ่งเพราะสาเหตุที่เข้าถึงได้อย่างง่ายดายเช่นนี้เอง จึงทำให้เกิดปัญหาการกลั่นแกล้งทางโลกออนไลน์ (CyberBullying) ที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนอยู่เสมอ 

 

 

จากงานวิจัยเรื่อง ”การกลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์ในนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น” ซึ่งได้ดำเนินการร่วมมือกับอีก 13 มหาวิทยาลัยทั่วโลก โดยเป็นการสำรวจในช่วงระหว่าง มกราคม-ธันวาคม 2560

รศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล หัวหน้าสาขาวิชาจิตเวชเด็กและวัยรุ่นคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดลได้กล่าวจากงานวิจัยนี้พบว่า 1 ใน 3 ของเด็กไทยมีประสบการณ์ในการกลั่นแกล้งและถูกกลั่นแกล้งจากโลกออนไลน์ โดยผู้ตอบแบบสำรวจ พบว่า 34.6% เคยกลั่นแกล้งผู้อื่น 37.8% เคยเป็นผู้ถูกกลั่นแกล้ง 39% เข้าไปร่วมวงในเหตุการณ์กลั่นแกล้งนั้นด้วย

การกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ (CyberBullying) มีรูปแบบอย่างไรบ้าง

1. ล้อเลียน ใส่ร้าย พูดจาหยาบคาย ขู่ทำร้าย โดยผ่านทางแชท Facebook หรือ LINE โดยมีการโพสต์ประจานให้เหยื่อได้รับความอับอายหรืออาจจะเป็นในลักษณะขู่ทำร้ายหรือใช้ถ้อยคำโจมตีให้เหยื่อเกิดความเสียหายในรูปแบบต่างๆ

2. หลอกลวง โดยมีทั้งการหลอกให้เหยื่อโอนเงินไปให้ หรือ นัดเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิงให้มาเจอเพื่อที่จะหลอกให้มามีเพศสัมพันธ์ หรือ ทำอนาจารต่างๆ 

3. ประจาน เป็นการนำภาพของเหยื่อมาตัดต่อให้เกิดความเสียหาย หรือนำภาพลับ เช่น ไปแอบถ่ายภาพการทำธุระในห้องน้ำของเหยื่อแล้วนำมาเปิดเผยประจานผ่านทางออนไลน์ การนำคลิปมาตัดต่อแล้วเผยแพร่เพื่อให้เหยื่อเกิดความเสียหายอับอายต่างๆ ซึ่งก็เคยมีกรณีน่าเศร้าที่เกิดขึ้นทั้งในและต่างประเทศที่เด็กซึ่งตกเป็นเหยื่อเกิดความอับอายมากจากการโดนประจานจนกระทั่งไปทำร้ายตัวเองหรือถึงขนาดไปฆ่าตัวตายก็มี

4. แอบอ้าง ที่เกิดขึ้นบ่อยๆก็คือการสวมรอยแอบอ้างโดยการสวมรอยขโมยรูปของเหยื่อไปตั้งเป็นโปรไฟล์ของ Facebook อีกอันหนึ่ง แล้วมีการโพสต์ใน Facebook นั้นๆเป็นข้อความ รูปภาพ คลิปในรูปแบบต่างๆ ซึ่งมีทั้งการหลอกลวงขอเงิน การให้ร้ายผู้อื่น การโจมตีสถาบัน 

5. คุกคามทางเพศ โดยการส่งภาพโป๊หรือคลิปวิดีโอลามกมาให้โดยที่ผู้รับไม่ได้มีความต้องการ หรือการนำภาพของเหยื่อไปตัดต่อเป็นภาพโป๊เปลือยแล้วนำไปแชร์ส่งต่อกันในโลกออนไลน์ 

สัญญาณที่เตือนว่าลูกหลานของท่านถูกรังแกผ่านโลกออนไลน์

-เด็กมีอาการเก็บตัว เครียด ซึมเศร้า
-เด็กไม่อยากไปโรงเรียนและมีผลการเรียนตกต่ำ
-เด็กใช้เวลาอยู่กับมือถือ แทบเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ มากกว่าการทำกิจกรรมอย่างอื่น

คุณพ่อคุณแม่จะป้องกันบุตรหลานอย่างไรไม่ให้ถูกรังแกจากโลกออนไลน์

1. คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความรักความอบอุ่นและเป็นที่พักพิงให้กับลูก เพื่อให้ลูกเกิดความไว้วางใจที่จะไม่มีความลับและสามารถปรึกษาทุกปัญหาชีวิตกับคุณพ่อคุณแม่ได้เสมอ

2.คุณพ่อคุณแม่ควรมีข้อตกลงกับลูกว่าเมื่ออนุญาตให้ลูกได้ใช้มือถือ แทบเล็ต คอมพิวเตอร์แล้ว คุณพ่อคุณแม่ต้องสามารถตรวจสอบได้ว่าลูกใช้โซเชียลมีเดียไปกับเรื่องอะไรบ้าง ยกตัวอย่างเช่น คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้ว่าลูกพูดคุยแชทกับใครในโลกออนไลน์และพูดคุยติดต่อกับบุคคลเหล่านั้นด้วยเรื่องอะไรบ้าง

3. คุณพ่อคุณแม่ควรสอนลูกว่า อย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ อีเมลส่วนตัว เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ของตนเองกับคนแปลกหน้าหรือกับคนที่ไม่ได้สนิทสนมคุ้นเคยด้วย อีกทั้งควรกำชับไม่ให้ลูกรักแอด LINE หรือ Facebook กับคนที่ไม่รู้จัก และที่สำคัญอย่าปล่อยให้ลูกนัดเจอส่วนตัวกับคนที่ไม่สนิทสนมหรือเพื่อนที่รู้จักในโลกออนไลน์

การกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ (Cyber Bullying) เป็นการกระทำที่เกิดจากความสนุกสะใจของคนที่มีจิตใจต่ำทรามและมุ่งร้ายเจตนาหลอกลวงหรือเพื่อให้เหยื่อเกิดความอับอาย เจ็บใจ เสียใจ เสื่อมเสียชื่อเสียง อีกทั้งไม่ได้จะเป็นการกลั่นแกล้งเพียงครั้งเดียวแล้วเลิกไปแต่มักจะเป็นการกลั่นแกล้งที่ทำซ้ำๆและอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นปัญหาเรื่องเด็กถูกกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ (Cyber Bullying) จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ใหญ่ไม่ควรมองข้ามและควรเอาใจใส่บุตรหลานให้มากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กๆที่รักของท่านตกเป็นเหยื่อที่ถูกรังแกผ่านทางโลกออนไลน์อีกต่อไป


โดย : ดร.แพง ชินพงศ์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

4 × three =