Management

กรณี Verizon เข้าไปซื้อ Yahoo

กรณี Verizon เข้าไปซื้อ Yahoo

 

การที่ Verizon (ผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สายยักษ์ใหญ่ของอเมริกา) ประกาศซื้อ Yahoo อดีตยักษ์ใหญ่ในวงการอินเทอร์เน็ตด้วยมูลค่า 4.8 พันล้านดอลลาร์ ถือเป็นบทเรียนและกรณีศึกษาที่น่าสนใจทั้งจากมุมมองของ Yahoo และมุมมองของ Verizon นะครับ ในฝั่งของ Yahoo นั้นคำถามก็คือทำไม Yahoo ถึงล้มเหลว? ใช่เป็นสาเหตุเดียวกับบริษัทอื่นๆ ทั่วโลกหรือเปล่าที่ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับคู่แข่งขันใหม่ๆ และการเปลี่ยนแปลงภายนอกที่เกิดขึ้น?

 

 

ถ้าจะกำหนดนิยามธุรกิจว่า Yahoo ทำธุรกิจอะไร? เชื่อว่าคำตอบของหลายๆ ท่านคงหนีไม่พ้นคำว่า Web Portal นั้นคือการพยายามเป็นเว็บท่าและทุกสิ่งทุกอย่างให้กับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตตั้งแต่ search engine, email, ข่าวสารกีฬา การเงิน ขายของ ซึ่งการเป็นเว็บท่านั้นก็เพื่อให้คนเข้ามาใช้เยอะๆ และเมื่อมาใช้เยอะๆ แล้วก็ย่อมนำมาสู่รายได้จากค่าโฆษณา

อย่างไรก็ดี คำถามที่น่าคิดต่อมาก็คือการพยายามที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างให้กับลูกค้าหรือผู้ใช้เน็ตนั้นเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมหรือไม่? และสำหรับกรณีของ Yahoo นั้นยิ่งเผชิญกับคู่แข่งใหม่ที่ไม่พยายามเป็นทุกสิ่งทุกอย่างให้กับลูกค้า แต่มุ่งเน้นและเก่งเฉพาะอย่างเช่น Google หรือ Facebook หรือ Instagram ก็ยิ่งทำความสนใจของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตยิ่งถูกดึงดูดไปจาก Yahoo

มาดูในฝั่งของ Verizon บ้าง คำถามแรกที่มักจะเกิดขึ้น คือทำไมบริษัทที่เป็นผู้ให้บริการการสื่อสารแบบไร้สายอย่าง Verizon ถึงต้องควักเงินในกระเป๋าออกมาซื้อบริษัททำ Internet Portal ด้วยราคาเกือบห้าพันล้านดอลลาร์?

ล่าสุดผู้บริหารของ Verizon ออกมายอมรับแล้วว่า Verizon ไม่ได้ต้องการเป็นเพียงผู้ให้บริการการสื่อสารแบบเดิมๆ เท่านั้น แต่ต้องการกระโจนเข้าสู่อุตสาหกรรม Digital Media อย่างเต็มตัวและสิ่งที่ Verizon ได้มาจาก Yahoo ก็คือฐานลูกค้าที่ใช้ Yahoo เป็นประจำทุกๆ เดือนอยู่แล้ว พันล้านคนและเมื่อรวมกับลูกค้าเดิมของ Verizon อีก 113 ล้านคน ก็ทำให้ Verizon มีฐานลูกค้าที่จะเป็นพื้นฐานสำหรับการเติบโตต่อไปในอนาคต

ผู้บริหารของ Verizon มีสมมติฐานอยู่ว่าบรรดาเจ้าของสินค้าบริการ รวมทั้งบริษัทโฆษณาทั้งหลายมีเนื้อหาและสิ่งที่ต้องการจะโฆษณาอยู่มากมายแต่ปัญหาคือมีเพียงแค่ Google และ Facebookเท่านั้นที่เป็นสื่อสำหรับการโฆษณาออนไลน์แหล่งใหญ่ ดังนั้นจึงยังมีโอกาสที่จะเติบโตสำหรับทั้งรายเล็กและผู้เล่นหน้าใหม่ในธุรกิจโฆษณาออนไลน์

นอกจากนี้ จุดแข็งของ Verizon คือการสื่อสารไร้สายผ่านทาง Mobile ประกอบกับแนวโน้มการโฆษณาออนไลน์ก็จะผ่านทางอุปกรณ์ไร้สายมากขึ้นดังนั้นการที่ Verizon เข้าไปซื้อ Yahoo ที่มีทั้งตัวเนื้อหาและฐานลูกค้ากว่า 1 พันล้านคนนั้น Verizon ย่อมหวังที่จะผสมผสานทั้งเนื้อหา (Content) และช่องทางเพื่อสุดท้ายลูกค้าจะใช้เครือข่ายของ Verizon เข้าถึงเนื้อหาจากYahoo ซึ่งสุดท้ายแล้วก็จะนำไปสู่เม็ดเงินโฆษณาที่มากขึ้นนั้นเอง

ที่น่าสนใจขึ้นไปอีกคือหลังจากข่าวการซื้อ Yahoo ของ Verizon แล้วทั้ง Facebook และ Google ก็แถลงผลประกอบการประจำไตรมาสออกมาปรากฏว่ากำไรของ Alphabet บริษัทแม่ของ Google พุ่งสูงขึ้นถึง 24% ซึ่งหลักๆ ก็มาจากรายได้ค่าโฆษณาบน mobile ในขณะที่ Facebook นั้นกำไรประจำไตรมาสก็สูงถึง 2 พันล้านดอลลาร์ และรายได้ส่วนใหญ่ก็มาจากการโฆษณาผ่าน mobile products เช่นเดียวกัน

แสดงให้เห็นว่าการโฆษณาผ่านทาง mobile นั้นมีการเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน และยิ่งดูแนวโน้มแล้วก็ยิ่งมีแต่ความสดใส แต่ก็มีเพียงแค่ยักษ์ใหญ่สองเจ้าอย่าง Google และ Facebook เท่านั้นที่ได้รับประโยชน์นี้ ดังนั้นจึงน่าจะมีช่องว่างสำหรับรายใหม่ที่จะเข้ามาขอแบ่งส่วนแบ่งนี้เพียงแต่คำถามและความท้าทาย

สำหรับ Verizon ก็คือจะทำอย่างไรให้คนเข้าไปดูเนื้อหาของ Yahoo ในเมื่อที่ผ่านมา Yahoo พยายามเท่าไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ?

 

โดย : ดร.พสุ เดชะรินทร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

14 − 2 =