Management

จับกระแสแนวโน้มธุรกิจ 2018

จับกระแสแนวโน้มธุรกิจ 2018

พอใกล้สิ้นปี บรรดาผู้เชี่ยวชาญและสำนักข่าวต่างๆ ก็จะเริ่มคาดการณ์ถึงแนวโน้มในด้านต่างๆ ที่สำคัญสำหรับปีต่อไป สิ้นปีนี้ก็เช่นเดียวกัน

ตอนนี้ในต่างประเทศก็เริ่มมีบรรดาผู้เชี่ยวชาญหลายๆ ท่านคาดการณ์ถึงแนวโน้มธุรกิจที่สำคัญของปี 2018

 

 

ผมได้ลองอ่านและวิเคราะห์จากหลายๆ แหล่งแล้ว เมื่อจับเอามุมมองของผู้เชี่ยวชาญแต่ละท่านเข้ามาชนกัน ก็พบสิ่งที่เหมือนกันอยู่หลายประการ และน่าจะเป็นแนวโน้มที่มีความเป็นไปได้สูง ที่จะเกิดขึ้นในปี 2018 ที่กำลังจะมาถึงนี้

เริ่มจากเรื่องของเทคโนโลยี ในปีหน้าบรรดาผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายจะมองถึงความเป็นไปได้ที่เทคโนโลยีที่เริ่มติดตลาด และติดปากในรอบปีสองปีที่ผ่านมา (อย่างเช่น Artificial Intelligence, Augemented Reality, Internet of Things เป็นต้น) จะกลายเป็นเครื่องมือที่องค์กรต่างๆ ใช้กันอย่างแพร่หลาย และกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับทั้งองค์กรและลูกค้ากันแล้ว เช่น การนำเรื่องของ AI เข้ามาช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดีๆ ให้กับลูกค้ามากขึ้น (Customer Experience)

จริงๆ แล้ว การนำ AI เข้ามาใช้ในการสร้างประสบการณ์เฉพาะตัวสำหรับลูกค้าแต่ละรายก็เริ่มเห็นกันแล้วจากยักษ์ใหญ่อย่าง Google แต่ในปีหน้าเราจะเริ่มเห็นบริษัททั่วๆ ไปนำ AI มาเสริมสร้างประสบการณ์ดีๆ และเฉพาะตัวให้กับลูกค้ากันมากขึ้น

นอกเหนือจากการที่ AI และบรรดาผองเพื่อนเทคโนโลยีจะเข้าสู่กระแสหลักและใช้กันโดยองค์กรต่างๆ มากขึ้น บรรดาผู้เชี่ยวชาญก็คาดการณ์ในลักษณะคล้ายๆ กันเกี่ยวกับเรื่องของ Blockchain ที่จะถูกนำมาใช้ในหลายๆ อุตสาหกรรมมากขึ้น

ปัจจุบัน Blockchain เป็นที่คุ้นเคยกันดีในอุตสาหกรรมด้านการเงิน แต่แนวโน้มที่กำลังพบเห็นคือ อุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ต้องมีการเชื่อมต่อข้อมูลกันอย่างมากมายก็เริ่มเห็นโอกาสและประโยชน์ในการนำ Blockchain มาใช้มากขึ้น อาทิเช่น โลจิสติกส์ บริการสุขภาพ หรือ การประกันภัย เป็นต้น

จากเรื่องของเทคโนโลยีก็มาดูเรื่องการทำงานกันบ้าง หลายๆ ผู้เชี่ยวชาญต่างมีความเห็นว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เรื่องของผลิตภาพ หรือ Productivity จะต้องกลับมาเป็นเรื่องหลักที่องค์กรต่างๆ จะต้องมุ่งเน้นอีกครั้งหนึ่ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องผลิตภาพของบุคลากร และยิ่งเทคโนโลยีเริ่มทำงานแทนบุคลากรได้มากขึ้น แต่องค์กรธุรกิจก็ไม่ต้องการที่จะได้ชื่อว่าปลดพนักงาน เพื่อเอาหุ่นยนต์เข้ามาทำงานแทน ดังนั้นองค์กรจะเริ่มหันมารีดหรือผลักดันให้บุคลากรของตนเองมีผลิตภาพกันมากขึ้น ทำให้เรื่องของ People Analytics จะมีความสำคัญมากขึ้น เป็นการนำข้อมูลการทำงานและผลิตภาพของบุคลากรมาเข้าสู่ระบบเพื่อหาทางออกแบบการทำงานเพื่อให้บุคลากรสามารถทำงานได้อย่างมีผลิตภาพที่สุด

สุดท้ายเป็นเรื่องของ กลยุทธ์ ที่องค์กรต่างๆ ได้รับอิทธิพลจาก Disruption ในด้านต่างๆ ทำให้อุตสาหกรรมและกลยุทธ​์เดิมที่เคยมีอยู่ล้าสมัยไป 

แนวโน้มทางด้านกลยุทธ์ในปีหน้าขององค์กรชั้นนำต่างๆ ก็คือ ทั้งพยายามปรับตัวหรือปฏิรูปตนเองให้สามารถแข่งขัน หรือดำรงอยู่ในอุตสาหกรรมเดิมๆ ของตนเองที่กำลังถูก Disrupt 

แต่ขณะเดียวกันก็จะต้องใช้โอกาสจากการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยต่างๆ เพื่อแสวงหากลยุทธ์การเติบโตไปในอุตสาหกรรมอื่นหรืออุตสาหกรรมใหม่ๆ (ที่ไม่เคยมีมาก่อน)

แนวโน้มที่พบมากขึ้นในช่วงสิ้นปีนี้คือ บริษัทต่างๆ ไม่ได้ถูกประเมินจากเพียงแค่สถานะทางการเงิน หรือ ผลประกอบการ อีกต่อไป แต่ถูกประเมินในเชิงองค์รวม ทั้งความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมเดิม และ การแสวงหาโอกาสในการเติบโตในอุตสาหกรรมหรือธุรกิจใหม่ๆ แบบที่เรียกกันว่าเป็น Strategic Transformation

ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของแนวโน้มสำคัญในปี 2018 ที่จะถึง อย่างไรก็ดีการเปลี่ยนแปลงและสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงๆ ในปี 2018 นั้นคงยากที่จะพยากรณ์ได้อย่างแม่นยำ 

ดังนั้น ความสามารถสำคัญที่ทุกองค์กรจะต้องมีจึงกลายเป็นเรื่องของความสามารถในการรับมือและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นได้อย่างยืดหยุ่นและคล่องตัว

โดย : ดร.พสุ เดชะรินทร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

one × 1 =