Management

ดูแลลูกให้ประสบความสำเร็จตามทฤษฎีของมาสโลว์

ดูแลลูกให้ประสบความสำเร็จตามทฤษฎีของมาสโลว์

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีทฤษฎีทางจิตวิทยามากมายที่กล่าวว่า ธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนนั้นมีความคิด มีสติปัญญาและมีความสามารถที่จะพัฒนาตนเองไปในทิศทางที่ดีได้ โดยนักจิตวิทยาและนักคิดแต่ละคนนั้นก็มีวิธีนำเสนอหลักการและทฤษฎีที่แตกต่างกันออกไป อับราฮัม มาสโลว์ (Abraham Maslow) เป็นนักมนุษยนิยมที่ได้นำเสนอหลักการที่ได้รับความเชื่อถือมากที่ชื่อว่าทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ (Maslow’s hierarchy of human needs) ซึ่งหลักการนี้บอกให้เรารู้ว่ามนุษย์จะประสบความสำเร็จในชีวิตได้นั้นจะต้องมีปัจจัยอะไรบ้าง

 

 

โดยมาสโลว์ได้นำเสนอทฤษฎีนี้อย่างเป็นขั้นตอน ซึ่งในแต่ละขั้นตอนนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นและขาดไม่ได้เลยในการที่พ่อแม่จะอบรมเลี้ยงดูลูกให้เจริญเติบโตไปสู่ความสำเร็จ ดังนี้

1. ความต้องการด้านร่างกาย (Physiological Needs) ได้แก่ ปัจจัยสี่ อันได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัยและยารักษาโรค ซึ่งความต้องการเหล่านี้ถือเป็นความต้องการขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนต้องการเพื่อการดำรงชีวิต ซึ่งหากเด็กคนใดขาดแคลนปัจจัยสี่เหล่านี้ เด็กคนนั้นก็จะมีปัญหาในเรื่องของพัฒนาการทางด้านร่างกาย ดังนั้น หากคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกเติบโตเป็นคนมีพัฒนาการทางด้านร่างกายที่ดีมีความเจริญเติบโตแข็งแรงสมวัย คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องดูแลลูกให้กินอิ่มนอนหลับ รับประทานอาหารที่มีสารอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วน ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่สะอาดปราศจากมลพิษ อีกทั้งเมื่อลูกป่วยไม่สบาย ก็ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากพ่อแม่และได้รับการรักษาที่ดีจากแพทย์

2. ความต้องการด้านความปลอดภัย (Safety needs) เป็นความต้องการที่สูงขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง ซึ่งเมื่อเด็กได้รับความต้องการขั้นพื้นฐานทางด้านร่างกายอย่างเพียงพอแล้ว เด็กก็ต้องการความปลอดภัยในการมีชีวิตอยู่รอด ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องดูแลลูกให้มีชีวิตที่ปลอดภัยโดยการดูแลปกป้องลูกให้พ้นจากการถูกรังแกไม่ว่าจากคนในครอบครัว เช่น พี่รังแกน้อง น้องแกล้งพี่ หรือปกป้องลูกไม่ให้ถูกเพื่อนแกล้งที่โรงเรียน ซึ่งหากคุณพ่อคุณแม่เลี้ยงดูลูกให้เติบโตขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่อบอุ่นและปลอดภัยแล้ว ก็จะทำให้เขาเป็นคนที่มีความมั่นคงในอารมณ์ที่ส่งผลทำให้เขาเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตนเองและประสบความสำเร็จทั้งในเรื่องของการเรียนและการทำงานในอนาคต

3. ความต้องการความรักและความเป็นเจ้าของ (Love and belongingness needs) ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญเพราะว่าธรรมชาติของมนุษย์นั้นเป็นสัตว์สังคมที่เกิดมาต้องอยู่อย่างพึ่งพาอาศัยกัน เด็กๆ จึงต้องมีครอบครัว เพื่อน คนใกล้ชิดที่จะแบ่งปันความรักและความอบอุ่นให้แก่กันและกัน ซึ่งการที่พ่อแม่เลี้ยงดูลูกด้วยการให้ความรักการเอาใจใส่อย่างเต็มที่จะส่งผลให้ลูกเติบโตขึ้นเป็นคนที่มีสุขภาพจิตที่ดี มีจิตใจเต็มอิ่มไปด้วยความรักที่พร้อมจะส่งต่อความรักนั้นไปสู่ผู้คนรอบข้างในสังคมอีกด้วย

4. ความต้องการการยกย่องและความภาคภูมิใจ (Self-Esteem Needs) เมื่อเด็กๆ ได้รับการเลี้ยงดูที่ตอบสนองทางด้านร่างกาย ความปลอดภัยและความรักอย่างเต็มที่แล้ว ก็จะเริ่มมีความต้องการที่สูงขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งอันได้แก่ความต้องการที่จะได้รับการยกย่องชมเชยและการยอมรับในคุณค่าของตนเองจากผู้คนรอบข้างโดยเฉพาะจากคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งถ้าหากคุณพ่อคุณแม่ปฏิบัติต่อเขาโดยให้ความสำคัญและการยอมรับในคุณค่าของลูกแล้วก็จะส่งผลให้เขาเป็นคนที่มีความภาคภูมิใจในตนเองซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้เขาประสบความสำเร็จในชีวิตได้ไม่ยาก

5. ความต้องการประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิต (Self-Actualization needs) เป็นความต้องการขั้นสูงสุดที่มาสโลว์อธิบายว่าเมื่อคนเราได้รับความต้องการทั้ง4ด้านที่กล่าวมาข้างต้นอย่างเพียงพอแล้วก็จะมีความต้องการที่จะใช้ความสามารถของตนเองเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในระดับสูงสุดของชีวิต ยกตัวอย่างเช่น เมื่อมีความสามารถทางด้านศิลปะก็จะพยายามใช้ความสามารถทางด้านนี้เพื่อที่จะเป็นศิลปินวาดภาพที่เก่งที่สุด เป็นต้น 

จะเห็นได้ว่าทฤษฎีความต้องการของมนุษย์ทั้งห้าขั้นของมาสโลว์นี้ เป็นทฤษฎีและหลักการที่เข้าใจง่ายซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถนำไปใช้เป็นหลักในการอบรมเลี้ยงดูลูกให้เป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตได้ไม่ยาก โดยการสนองความต้องการของลูกทางด้านร่างกาย ความปลอดภัย ความรักและความเป็นเจ้าของ การชื่นชมยกย่องและความภาคภูมิใจในตนเอง เพื่อที่จะส่งเสริมให้ลูกไปถึงซึ่งความสมบูรณ์และประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิตของเขา

โดย : ดร.แพง ชินพงศ์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

15 + 20 =