Marketing

สมาคมการตลาดเสริมอาวุธ ‘เอสเอ็มอี-สตาร์ทอัพ’

สมาคมการตลาดเสริมอาวุธ 'เอสเอ็มอี-สตาร์ทอัพ'

 

หลังเข้ามานั่งตำแหน่ง นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย คนที่ 17 ในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา และครบรอบ 50 ปีสมาคมฯ สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยูนิลีเวอร์ไทยเทรดดิ้ง จำกัด  ในฐานะนายกสมาคมฯ เปิดเผยวิสัยทัศน์และกลยุทธ์การตลาด การก้าวสู่ดิจิทัลไลฟ์สไตล์

 

 

สุพัตรา กล่าวว่าในยุคที่โลกเชื่อมต่อกันด้วยโลกดิจิทัล ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางด้านการแข่งขันธุรกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นการดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ ระหว่างปี 2559 – 2561  ได้วางโรดแมพเดินหน้าสร้างความเป็นเลิศทางการตลาดเพื่อประเทศ  (Marketing Excellence for the Nation)  

ภายใต้กลยุทธ์ 4+2  เพื่อเดินหน้าบทบาทเป็น “ตัวเร่ง”ความสำเร็จด้านการตลาดให้แก่แบรนด์และธุรกิจไทย พร้อมร่วมผลักดันเศรษฐกิจไทยให้ก้าวไกลในยุค Thailand 4.0 ตามนโยบายรัฐบาล

โดย 4 กลยุทธ์ ประกอบด้วย 

1.สร้างนักการตลาดเลือดดิจิทัล  เริ่มจากสัดส่วนกรรมการสมาคมฯ ที่ผสมผสานนักการตลาดดิจิทัลรุ่นใหม่ เข้ามาร่วมทำงาน  14 คน และกรรมการนักการตลาดที่มีประสบการณ์  16  คน  จะร่วมกันผลักดันโครงการเรียนรู้ต่างๆ อาทิ J-MAT ที่ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาจัดโครงการสร้างนักการตลาดยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง หรือการจัดโครงการอบรมด้านการตลาดทุกระดับตั้งแต่หลักสูตรพื้นฐาน ไปจนถึงหลักสูตร Chief Marketing Officer (CMO)

2.ติดอาวุธให้เอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ โดยจะทำหน้าที่เป็นโค้ชให้กับผู้ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอี และสตาร์ทอัพ ผ่านโครงการ SME Clinic ด้วยการสร้างองค์ความรู้ แบ่งปันประสบการณ์ เรียนรู้จากกรณีศึกษา พร้อมทั้งการจัดกิจกรรมเพื่อติดอาวุธให้กับนักธุรกิจเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพในประเทศไทยให้เข้มแข็ง เติมความคิดสร้างสรรค์ และเทคนิคทางการตลาดต่างๆ เพื่อสร้างความแตกต่างให้ “แบรนด์”แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ปัจจุบันมีธุรกิจเอสเอ็มอีกว่า 3 แสนราย เป็นองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโต  “เชื่อว่าหากเอสเอ็มอีแข็งแรง ประเทศชาติก็จะแข็งแรง”  ซึ่งการทำการตลาดและสร้างแบรนด์ จะเป็น “หัวใจ”สำคัญสร้างความแตกต่างให้ธุรกิจ และขับเคลื่อนความสำเร็จให้สินค้าและแบรนด์อยู่ในใจและเป็นตัวเลือกของผู้บริโภค

3.ใช้การตลาดนำธุรกิจไทยสู่สากล ด้วยการสร้างเครือข่ายนักการตลาดในระดับภูมิภาค ซึ่งจะสามารถให้คำแนะนำนักธุรกิจในแง่ของการเจาะตลาด ขยายตลาด และสร้างตลาดใหม่ในต่างประเทศ พร้อมจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ การจัดการแข่งขันการสร้างแบรนด์และธุรกิจในระดับภูมิภาค เพื่อให้เกิดการต่อยอดทางความคิด  

4.จับ Insights และ Foresights  หรือการคาดการณ์ความต้องการผู้บริโภค เพื่อจุดประกายการสร้างสรรค์นวัตกรรม ไอเดียใหม่ และการสร้างโอกาสให้กับประเทศ โดยร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เป็นสมาชิก สมาคมต่างๆ ที่เป็นพันธมิตรให้ร่วมเป็นฐานข้อมูลที่ทันสมัย 

นอกจาก 4 กลยุทธ์แล้ว โรดแมพของสมาคมฯยังผนวกอีก 2 หัวใจของความสำเร็จอย่างยั่งยืน คือ 1.การมีจิตสำนึกด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility) และ 2.การประสานความร่วมมือทุกภาคส่วนให้เป็นพลังของประเทศ(Collaboration for Synergy) ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และสมาคมทางธุรกิจต่างๆ เพื่อทำให้เกิดพลังขับเคลื่อนสู่ความเป็นเลิศทางการตลาดเพื่อประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ

การตลาดมีความสำคัญ เพราะเป็นหัวใจในการสร้างความสำเร็จ เป็นการสร้างความแตกต่าง สร้างมูลค่าเพิ่ม หรือสร้างแบรนด์ให้กับสินค้าที่เหมือนกัน ให้เหนือกว่า  เรียกได้ว่าเป็นตัวคูณให้เกิดความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่”

ปัจจุบันประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ยุคการทำตลาดจาก Production Base สู่ Value Base ในโลกดิจิทัลที่เชื่อมโยงโลกให้เล็กลง เปิดโอกาสให้ธุรกิจไทยไปเติบโตในต่างประเทศได้ง่ายขึ้นและเร็วขึ้น  โดยโรดแมพของสมาคมฯ จะช่วยติดอาวุธและความรู้ประสบการณ์ด้านการตลาดให้กับธุรกิจไทย  และเชื่อว่าจะเป็นตัวเร่งความสำเร็จให้แก่ธุรกิจและแบรนด์ไทยให้เติบโตต่อไปอย่างยั่งยืนและสนับสนุนเศรษฐกิจไทยเติบโต

สุพัตรา กล่าวเสริมว่าไม่ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร  “หากมองว่าเป็นปัญหา ก็จะเป็นปัญหา” ในทางกลับกัน “หากมองเป็นโอกาส  ก็จะเป็นโอกาส”ได้เช่นกัน  ในมุมมองของภาคธุรกิจและนักการตลาดเชื่อว่าทุกสถานการณ์ รวมทั้งในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวยังมี “โอกาส” หากแบรนด์สามารถนำเสนอนวัตกรรมใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค ปรับตัวตามเทรนด์ธุรกิจและโลกดิจิทัล เชื่อว่าธุรกิจยังเติบโตได้

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

five × one =