Marketing

Rent the Runway ซื้อแพงทำไม เช่าดีกว่า

Rent the Runway ซื้อแพงทำไม เช่าดีกว่า

สาวๆ ที่อยากมีเสื้อผ้าแบรนด์ดังไว้ใส่เฉิดฉายดุจเดินบนรันเวย์ไม่ซ้ำวัน ต้องชอบบริการที่เราจะพูดถึงในวันนี้ค่ะ

Rent the Runway คือสตาร์ตอัพที่ให้บริการเช่าเสื้อผ้าและเครื่องประดับกว่าแสนรายการจาก 500 แบรนด์หรู ให้เลือกใส่ไม่อั้น เพียงแค่เดือนละ 159 เหรียญ

 

 

“เจนนิเฟอร์ ไฮแมน” ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ บริษัท คิดบริการนี้ขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อน ตอนเริ่มเห็นเทรนด์สำคัญ 2 เทรนด์
หนึ่ง คือ ความนิยมในโซเชียลมีเดียของผู้บริโภครุ่นใหม่ และสอง คือ การให้ค่ากับ “ประสบการณ์” มากกว่าการยึดติดกับการเป็น “เจ้าของ” สิ่งนั้น ๆ

เมื่อผนวก 2 เทรนด์นี้เข้าด้วยกัน ทำให้เห็นกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ 1.อยากดูดี มีตัวตน และเป็นที่ยอมรับ ในโลกโซเชียล แน่นอนว่ารวมถึงการมีเสื้อผ้าหน้าผมที่เป๊ะปัง และการใส่เสื้อตัวเดิมซ้ำเกิน 2 หน เป็นอะไรที่ผิดธรรมเนียมมาก และ 2.ไม่ตะขิดตะขวงที่จะ “แชร์” ของร่วมกับคนอื่น เช่น บ้าน (airbnb) รถ (uber) เพื่อแลกกับประสบการณ์ที่ดี เช่น สะดวก รวดเร็ว และประหยัด

เริ่มแรกตอนเปิดให้บริการใหม่ ๆ “Rent the Runway” ให้เช่าเฉพาะชุดราตรีเป็นหลักแล้วขยายไปยังชุดทำงาน, ชุดปาร์ตี้, ชุดออกกำลังกายไปถึงชุดคลุมท้อง และมี accessories ตั้งแต่เครื่องประดับ, แว่นตา, กระเป๋า ให้เลือกสวมใส่ได้ทุกวาระโอกาส มี 3 แพ็กเกจ คือ 1.เช่า 1 ชิ้น ครั้งละ 30 เหรียญ 2.เช่า 4 ชิ้น/เดือน ราคา 89 เหรียญ และ 3.เช่าแบบ unlimited เดือนละ 159 เหรียญ (รอบละ 4 ชุด เมื่อส่งคืนแล้วจึงจะสามารถเช่าชุดใหม่ได้) ทุกแพ็กเกจมีบริการรับส่งฟรี, บริการซักแห้ง และค่าประกันความเสียหาย

ทั้งมีการจัดงาน clearance sale ให้เลือกช็อปสินค้าลดราคาอีกเป็นระยะ ใส่ตัวไหนแล้วชอบอยากได้เป็นของตนเอง ก็รอซื้อช่วง sale ซึ่งจะลดสูงสุดถึง 80% โดยลูกค้ามีอายุเฉลี่ย 33 ปี และ 90% เป็นเวิร์กกิ้งวูแมน ทำงานในเมืองใหญ่

เธอบอกอีกว่า ปกติแล้วผู้หญิงชอบซื้อเสื้อผ้ามาเก็บ เพราะหยิบมาใช้จริง ไม่ถึง 20% ที่เหลือทิ้งไว้ให้รกตู้ ดังนั้นหลายคนจึงนิยมใช้แพ็กเกจ unlimited ของ Rent the Runway เพราะค่าใช้จ่ายต่อปีก็ไม่ต่างกันมาก (คนอเมริกันโดยเฉลี่ยซื้อเสื้อผ้าปีละ 1,800 เหรียญ) แต่ได้ใส่เสิ้อแบรนด์คอลเล็กชั่นใหม่ ๆ ตลอด (แจ็กเกตบางแบรนด์ ตัวหนึ่งปาเข้าไป 2 พันกว่าเหรียญแล้ว) แถมไม่ต้องเสียค่าซักแห้งเอง

“เจนนิเฟอร์” เล่าว่า ตั้งแต่ออกแพ็กเกจ unlimited ในปี 2016 ทราฟฟิกที่ร้านทั้ง 5 สาขา (นิวยอร์ก, ซานฟราน, ชิคาโก, วอชิงตัน และแคลิฟอร์เนีย) พุ่งสูงขึ้นมาก เพราะลูกค้าเปลี่ยนวิธีการใช้บริการ จากที่เคยสั่งผ่านเว็บก็มาเลือกเองที่ร้านตอนเช้าเพื่อใส่ไปทำงาน และตอนเย็นแวะมาอีกรอบเพื่อเลือกชุดสำหรับวันต่อไป เฉลี่ยแล้วเช่าชุดและ accessories เดือนละ 10-15 ชิ้น ทำให้ Rent the Runway กลายเป็น “ตู้เสิ้อผ้า” ขนาดใหญ่สำหรับลูกค้า สมกับที่เจนนิเฟอร์มุ่งมั่นอยากสร้าง “Closet in the cloud” เป็นทางเลือกของสาวยุคใหม่

นอกจากคุ้มค่าแล้ว ลูกค้าหลายคนมองว่าการแชร์เสื้อผ้ากันใส่ทำให้มีเสื้อผ้าเหลือทิ้งน้อยลงลดปัญหาสิ่งแวดล้อมไปด้วยในตัว

ปัจจุบัน Rent the Runway มีมูลค่าสูงถึง 1 พันล้านเหรียญ มียอดขายปีที่แล้วกว่า 100 ล้านเหรียญ และปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายอีก 3 เท่า แต่ถึงจำนวนลูกค้าที่เช่าเสื้อผ้ายังแค่ 6% แต่ตลาดนี้มีโอกาสเติบโตอีกมาก เพราะคนรุ่นใหม่เริ่มมองว่าการ “เช่า” และ “แชร์” ไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ได้แปลว่าจนหรือไม่มีปัญญาจะซื้อ แต่เป็นความฉลาดในการใช้เงิน แถม “คูล” ด้วยซ้ำที่ได้ช่วยลดขยะเสื้อผ้า

ไม่แน่ว่า อีกหน่อยใครอวดรวยว่าซื้อเดรสตัวละแสน กระเป๋าใบละล้านมาใส่ อาจเชยหรือไม่ค่อยฉลาดก็เป็นได้


โดย : มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

twelve + eleven =