Motoring

สัมผัสแรกในไทย “โตโยต้า ซี-เอชอาร์” [ชมคลิป]

สัมผัสแรกในไทย “โตโยต้า ซี-เอชอาร์”

หลังจากที่รอกันมานาน วันนี้ค่ายรถยนต์โตโยต้า เชิญสื่อมวลชนร่วมทดสอบ โตโยต้า ซี-เอชอาร์ คอมแพกต์เอสยูวีที่หลายคนเฝ้ารอคอย เพียงแต่รุ่นทดสอบวันนี้เป็นระบบไฮบริดเพียงอย่างเดียว ส่วนเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ยังต้องรอก่อน น่าจะเป็นช่วงเดือนมีนาคมจะได้ลองขับอีกที

 

 


สำหรับข้อมูลเบื้องต้นที่โตโยต้าให้มา ซี-เอชอาร์ รถยนต์ซับคอมแพกต์เอสยูวี ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากเพชร (Dimond) ซึ่งเจียระไนรูปทรงเหลี่ยมมุมอันเป็นเอกลักษณ์ของเพชรที่โดดเด่นและสะดุดตาทุกมุมมอง ด้วย 4 เทคโนโลยีใหม่ ได้แก่ 

1.ระบบไฮบริดเจนเนอเรชั่นใหม่ นิยามของยนตรกรรมอัจฉริยะ (New Genneration of Hybrid) ได้รับการพัฒนาให้แบตเตอรี่มีขนาดเล็กลง แต่สามารถเก็บประจุไฟฟ้าได้มากขึ้น ด้วยการย้ายตำแหน่งของแบตเตอรี่ทำให้สามารถระบายความร้อนได้ดีขึ้น มีความทนทานและประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น ด้วยอัตราการประหยัดน้ำมันสูงถึง 24.4 กม. / ลิตร รับประกันคุณภาพระบบไฮบริด 5 ปี และรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี

2.สถาปัตยกรรมโครงสร้างมาตรฐานใหม่ สมบูรณ์แบบทุกการเคลื่อนไหว (Toyota Global New Architectire หรือ TNGA) จากแนวคิดที่ท้าทายการพัฒนายนตรกรรมให้ดียิ่งกว่าของโตโยต้า (Ever-better Cars) สถาปัตยกรรมโครงสร้างใหม่ TNGA ถูกพัฒนาขึ้นโดยการออกแบบโครงสร้างดังต่อไปนี้

a.ตัวถังใหม่ที่ถูกพัฒนาให้แข็งแกร่งขึ้น (Body rigidity)
b.จุดศูนย์ถ่วงต่ำลง (Low center of gravity) ลดการโคลงตัวของตัวถัง ทำให้สามารถเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ

c.ประสิทธิภาพการเกาะถนนที่โดดเด่น (STABILTY)
d.คล่องตัวในทุกจังหวะการขับขี่ (AGILTY)
e.เพิ่มทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ให้กว้างขึ้นโดยลดจุดอับสายตาภายในห้องโดยสาร (VISIBILTY)
f.ช่วงล่างด้านหลังแบบอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbone Suspersion) ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการเกาะถนนแล้วยังเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่

3.ที่สุดแห่งมาตรฐานความปลอดภัย (TOYOTA Safety หรือ TSS) ระบบความปลอดภัยของรถโตโยต้ามาตรฐานระดับโลกซึ่งรวมเอาระบบความปลอดภัยขั้นสูงไว้ด้วยกัน ได้แก่

a.ระบบความปลอดภัยก่อนการชน(Pre-Collision System) เรดาร์จะตรวจจับวัตถุที่อยู่ด้านหน้าและทำการส่งสัญญาณเตือนเพื่อลดความเร็วและความรุนแรงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

b.ระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติ (Dynamic Radar Cruise Cintrol) ควบคุมความเร็วให้คงที่พร้อมตรวจจับวัตถุหน้ารถด้วยเรดาร์และลดความเร็ว เพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยจากรถคันหน้าและเร่งความเร็วกลับสู่ระดับที่ตั้งไว้เมื่อไม่มีรถขวางหน้า เพิ่มความสบายยิ่งขึ้นเมื่อขับรถทางไกล

c.ระบบปรับปรุงไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beams) ระบบปรับลดไฟสูง-ต่ำ อัตโนมัติ เมื่อตรวจจับได้ว่ามีรถสวนมาข้างหน้า เพื่อไม่ให้แสงไฟแยงตารถร่วมทาง พร้อมเปิดไฟอัตโนมัติเมื่อขับขี่ในที่มืดระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ (Lane Departure Alert with Steering Assist) อีกขั้นของความล้ำหน้า เมื่อคุณขับรถออกนอกช่องทาง โดยไม่เปิดไฟเลี้ยวหรือเบี่ยงออกนอกเลนโดยไมได้ตั้งใจ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนที่หน้าจอ MID และพวงมาลัยจะทำการหน่วงกลับอัตโนมัติ

4.เชื่อมต่อทุกเส้นทางอย่างสมบูรณ์แบบ (Toyota T-Connect Telematics) ระบบที่เชื่อมต่อผู้ขับขี่และรถยนต์ ผ่าน Smart phone และ Apple watch พร้อมทั้งเครือข่ายศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะ เพื่อรับข้อมูลและความช่วยเหลือตลอดการเดินทางไม่ว่าจะเป็นระบบนำทาง Operator ที่สามารขอความช่วยเหลือได้ 24 ชม. ตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์ ช่วยค้นหาพิกัดในกรณีที่รถถูกโจรกรรม และบริการสัญญาณ WI-FI ให้รถเชื่อมต่อโลกออนไลน์อย่างไร้ขีดจำกัด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

15 − eleven =