Politics

ซัคเคอร์เบิร์กยอมรับ ‘ผิดพลาด’ ข้อมูลผู้ใช้ถูกดูดช่วยทรัมป์หาเสียง หุ้นเฟซบุ๊กอ่วมสูญเสียมูลค่าตลาดแล้ว $45,000 ล้าน!!

ซัคเคอร์เบิร์กยอมรับ 'ผิดพลาด' ข้อมูลผู้ใช้ถูกดูดช่วยทรัมป์หาเสียง หุ้นเฟซบุ๊กอ่วมสูญเสียมูลค่าตลาดแล้ว $45,000 ล้าน!!

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของเฟซบุ๊กอิงค์ ยอมรับในวันพุธ (21มี.ค.) ว่าบริษัทของเขาทำผิดพลาดในการบริหารจัดการข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊ก และสัญญาว่าจะใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้นเพื่อจำกัดพวกนักพัฒนาทั้งหลายในการเข้าถึงข้อมูล หลังถูกแฉว่าปล่อยให้บริษัทเคมบริดจ์ อนาลีติกา ในอังกฤษ ล้วงข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้เฟซบุ๊กถึง 50 ล้านชื่อ นำไปช่วยทรัมป์หาเสียงศึกชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2016

 

 

เครือข่ายสื่อสังคมออนไลน์รายใหญ่ที่สุดของโลกกำลังเผชิญการตรวจสอบอย่างละเอียดทั้งในยุโรปและสหรัฐฯ หลังมีการเปิดโปงว่าว่า เคมบริดจ์ อนาลีติกา บริษัทที่ปรึกษาทางการเมืองซึ่งมีสำนักงานในลอนดอน ดำเนินการอย่างไม่เหมาะสมในการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้เฟซบุ๊ก และนำข้อมูลเหล่านั้นไปสร้างโปรไฟล์ทางจิตวิทยาเพื่อเล็งกลุ่มเป้าหมายผู้มีสิทธิ์ออกเสียง ซึงต่อมามันได้ถูกใช้สำหรับช่วยให้ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับชัยชนะในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดี

ในความคิดเห็นแรกนับตั้งแต่เรื่องอื้อฉาวปะทุขึ้นเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซัคเคอร์เบิร์ก โพสต์บนเฟซบุ๊ก ยอมรับว่า "ทางบริษัททำผิดพลาด มีหลายอย่างต้องทำ เราจำเป็นต้องยกระดับและทำมัน" โดยให้สัญญาว่าจะใช้มาตรการต่างๆเพื่อป้องกันตัวละครร้ายๆจากการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้และเผยว่าทางบริษัทกำลังให้ความร่วมมือกับคณะผู้ควบคุมกฎระเบียบที่กำลังดำเนินการสืบสวนสิ่งที่เกิดขึ้น

เชอริล แซนด์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายปฏิบัติการของเฟซบุ๊ก ระบุว่าเธอเสียใจอย่างสุดซึ้ง "ที่เราไม่ดำเนินการอย่างเพียงพอกับเคมบริดจ์ อนาลีติกา เราใช้เวลาหลายวันที่ผ่านมา ทำงานเพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์ขึ้น"

เฟซบุ๊กสูญเสียมูลค่าในตลาดหลักทรัพย์ไปแล้วมากกว่า 45,000 ล้านดอลลาร์ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา นับตั้งแต่รายงานข่าวเกี่ยวกับคำกล่าวหาดังกล่าวถูกเผยแพร่ต่อสาธารณเมื่อช่วงสุดสัปดาห์



ความล้มเหลวของเหล่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในการปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ อาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากโฆษณาและสูญเสียฐานผู้ใช้ รวมถึงเป็นการเชื้อเชิญให้มีการกำหนดกฎระเบียบเข้มข้นขึ้น ซึ่งความกังวลเหล่านี้ฉุดให้หุ้นของทวิตเตอร์ อิงค์และสแนป อิงค์ ร่วงลงหนักเช่นกัน

เมื่อวันอังคาร (20มี.ค.) เคมบริดจ์ อนาลีติกา สั่งพักงาน อเล็กซานเดอร์ นิกซ์ ซีอีโอที่กำลังถูกสอบสวน หลังจากเขาอวดอ้างกับผู้สื่อข่าวของแชนเนล 4 นิวส์ของอังกฤษ ที่ปลอมตัวเป็นลูกค้าว่า บริษัทของตนมีบทบาทสำคัญที่ทำให้ทรัมป์ได้ชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อสองปีที่แล้ว

คริสโตเฟอร์ วายลีย์ คืออดีตพนักงานบริษัทวัย 28 ปี ซึ่งทำงานกับมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เป็นผู้เปิดเผยข้อมูลแก่หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์และดิออฟเซิร์ฟเวอร์ถึงกระบวนการทำงานของเคมบริดจ์ แอนะลีติกาที่เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งด้วย และบอกว่าบริษัทได้ล้วงข้อมูลของผู้ใช้เฟซบุ๊กหลายล้านคนเพื่อการรณรงค์เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดยใช้ข้อมูลเพื่อเจาะจงโฆษณาให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้เป้าหมาย

เฟซบุ๊กระบุว่าข้อมูลที่รั่วไหลนั้นถูกรวบรวมผ่านแอพพลิเคชั่นหนึ่งในเฟซบุ๊ก ซึ่งพัฒนาขึ้นมาโดยนักวิชาการชาวอังกฤษ อเล็กซานเดอร์ โคแกน จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ โดยมีผู้ดาวน์โหลดแอพฯที่ว่านี้หลายแสนคน ซึ่งข้อมูลที่รั่วไหลนั้นยังรวมถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ที่เป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กของคนที่ดาวน์โหลดแอพฯดังกล่าวด้วย

ทางเฟซบุ๊กกล่าวหาว่า นายโคแกนละเมิดกฎข้อบังคับในการใช้เฟซบุ๊ก ด้วยการส่งต่อข้อมูลเหล่านั้นให้กับบริษัทเคมบริดจ์ อนาลีติกา พร้อมเผยว่าทางบริษัทได้ดำเนินการแก้ไขหลายอย่างแล้ว เพื่อขัดขวางการแชร์ข้อมูลส่วนตัวของผู้ที่เป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก 

ซัคเคอร์เบิร์กระบุในวันพุธ (21มี.ค.) ว่าทางบริษัทจะจำกัดการเข้าถึงข้อมูลของพวกนักพัฒนา หรือแม้กระทั่งจะมีการป้องกันการล่วงละเมิดลักษณะอื่นๆเพิ่มเติม ในขณะเดียวกันก็จะดำเนินการแบนเคมบริดจ์ อนาลีติกา จากบริการของเฟซบุ๊กในทุกรูปแบบในวันศุกร์ (23มี.ค.)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

12 + 20 =