Sport

[สกู๊ป] เก็บตกประเด็นน่าสนใจศึกซูเปอร์โบวล์ 52

[สกู๊ป] เก็บตกประเด็นน่าสนใจศึกซูเปอร์โบวล์ 52

จบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับนัดชิงชนะเลิศของศึกอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอล หรือ “ซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่52” ระหว่าง นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ กับ ฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์

โดยผลปรากฏว่าเกิดการหักปากกาเซียนเกิดขึ้นเมื่อเป็นทีม “อินทรีมรกต” ที่ไล่ถล่ม “นักรบกู้ชาติ” แชมป์ 5 สมัยไปแบบขาดลอย 41-33 พร้อมทำสถิติคว้าถ้วย วินซ์ ลอมบาร์ดี โทรฟี่ มาครองได้เป็นสมัยแรกของทีมนับตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี 1933

 

 

ส่วนเรื่องนอกสนามนั้นในศึก ซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 52 ได้ จัสติน ทิมเบอร์เลค ซูเปอร์สตาร์สุดหล่อจากสหรัฐมาขึ้นโชว์ในช่วงพักครึ่ง ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 หลังก่อนหน้านี้เคยแสดงในปี 2001 และ2004 ท่ามกลางผู้ชมที่ดูการถ่ายทอดสดอยู่ทั่วโลกมากกว่า 100 ล้านคนด้วยกัน

แม้เกมจะจบลงไปแล้วแต่ยังมีประเด็นมากมายที่น่าหยิบมาพูดถึงทั้งเรื่องในสนาม, สถิติต่างๆที่น่าสนใจ ซึ่งส่งผลให้ศึกซูเปอร์โบวล์ 2018 นี้กลายเป็นแมตช์ที่น่าจดจำอีกครั้ง

แชมป์สมัยแรกของ“อีเกิลส์”
     

ถ้าจะพูดถึงการคว้าแชมป์ในครั้งนี้ของ อีเกิลส์ ต้องเรียกได้ว่าคล้ายกับเทพนิยายก็ว่าได้ เพราะเป็นการคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 57 ปีนับตั้งแต่ซีซั่น 1960 ที่ในสมัยนั้นเกมรอบชิงยังเป็นเอ็นเอฟแอล แชมเปียนชิพ ก่อนจะมาเปลี่ยนเป็นซูเปอร์โบวล์ในภายหลัง
ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยใกล้เคียงกับการคว้าแชมป์ 2 ครั้ง ในปี 1981 และ 2004 แต่กลับอกหักทั้งหมดด้วยการพ่ายต่อ โอ๊คแลนด์ เรดเดอร์ส 10-27 และ แพทริออตส์ 20-24 ตามลำดับ ซึ่งในครั้งที่ 3 นี้ต้องเข้ามาพบกับ "นักรบกู้ชาติ" แชมป์เก่า และเต็งแชมป์ของฤดูกาลนี้อีกครั้ง ซึ่งสื่อทั่วโลกก็มองว่า "อินทรีมรกต" เป็นรองอยู่หลายช่วงตัว และมีสิทธิ์สูงที่จะต้องอกหักเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน
โดยพวกเขาผ่านเข้ามาสู่รอบชิงด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยมหลังถล่ม มินเนโซต้า ไวกิงส์ ในรอบชิงแชมป์สายแบบขาดลอย 38-7 ซึ่งต้องยกเครดิตส่วนใหญ่ให้กับ ดั๊ก พีเตอร์สัน เฮดโค้ชสมองเพชรที่วางแผนได้อย่างแยบยล และเหมาะสมกับทีม
เช่นเดียวกับในรอบชิงชนะเลิศซึ่ง พีเตอร์สัน ที่ปกติจะใช่แผนแบบรัดกุมในการสู้กับคู่แข่ง แต่เกมนี้พวกเขากล้าเปิดเกมบุกแลกกับทีม “นักรบกู้ชาติ” ได้แบบสูสี และขึ้นนำไปก่อนในครึ่งแรก 22-12 ส่วนในครึ่งหลังแม้ แพทริออตส์ ที่ขึ้นชื่อเรื่องการคัมแบ็กจะไล่มาที่ 29-26 แต่ด้วยความเขี้ยวของลูกทีม พีเตอร์สัน ซึ่งหันไปเน้นแผนครองบอลบุกเผาเวลาจนส่งผลให้พวกเขากำชัยไปได้ในที่สุด

“นิค โฟลส์”วีรบุรุษคนใหม่ของอินทรีมรกต
     
นอกจาก พีเตอร์สัน แล้วคนที่มีส่วนสำคัญซึ่งช่วยให้ อีเกิลส์ คว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ทีม นั่นก็คือ นิค โฟลส์ ควอเตอร์แบ็กตัวสำรองซึ่งได้ขึ้นมาทำหน้าที่แทน คาร์สัน เวนท์ซ ควอเตอร์แบ็กตัวหลักของทีมที่ได้รับบาดเจ็บยาวในช่วง 3 เกมสุดท้ายของซีซั่นปกติ โดยช่วงแรกหลายคนกังวลว่าผลผลิตจากมหาวิทยาลัย อริโซนา รายนี้ จะเป็นจุดบอดของทีม และในช่วงแรกก็เป็นเช่นนั้นจริงๆเมื่อสกอร์เฉลี่ยลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง อย่างไรก็ตามด้วยความสามารถของ แฟรงค์ ไรช์ โค้ชทีมบุก ที่เปลี่ยนแผนให้ โฟลส์ ได้มีช่วงในการขว้างบอลมากขึ้น ก็ส่งผลให้เขาโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นมากขึ้นเรื่อยๆด้วยสถิติขว้าง 971 หลา 6 ทัชดาวน์ เสีย 1 อินเตอร์เซ็ปต์ในรอบเพลย์ออฟ มาถึงรอบชิงแชมป์สายที่ผู้เล่นวัย 29 ปียังโชว์ศักยภาพได้ดีด้วยการทำไป 352 หลา กับ 3 ทัชดาวน์ช่วยทีมเก็บชัยเหนือ ไวกิงส์
ทำให้ในศึกซูเปอร์โบลว์ครั้งนี้ เขาได้รับการจับตาว่าจะช่วยให้ทีมเอาชนะ แพทริออตส์ ที่มีจอมทัพอย่าง ทอม เบรดี ได้หรือไม่ แต่ก็มีหลายคนคิดว่าเจ้าตัวยังไม่ถึงขั้นที่จะพาทีมหยิบถ้วย วินซ์ ลอมบาร์ดี มาครองได้
ถึงกระนั้นด้วยผลงานขว้างระยะ 373 หลา 3 ทัชดาวน์ และรับบอลอีก 1 สกอร์ของ โฟลส์ ก็เพียงพอที่จะช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์ครั้งแรกได้สำเร็จ พร้อมคว้ารางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าของเกมนี้ไปครองอีกด้วย ซึ่งเชื่อว่าตอนนี้เขาสามารถลบคำสบประมาทออกไปได้อย่างหมดจด และกลายเป็นวีรบุรุษคนใหม่ของทีมไปแล้วอย่างแน่นอน

ซูเปอร์โบวล์ที่น่าผิดหวังของ“เบรดี”
     
อีกหนึ่งคนที่คงจะผิดหวังมากที่สุดในศึกซูเปอร์โบวล์ครั้งที่ผ่านมา นั่นก็คือ ทอม เบรดี จอมทัพของ นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ ที่เคยลงเล่นในนัดชิงดำดังกล่าวมาแล้วถึง 8 ครั้ง พร้อมพาทีม “นักรบกู้ชาติ” ซิวแชมป์ไปถึง 5 สมัย
แม้จะมีอายุถึง 40 ปีแล้ว แต่ผู้เล่นดีกรี โปร โบวล์ 13 สมัยยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ด้วยการขว้างสำเร็จ 66.3 เปอร์เซ็นต์, ระยะรวมสูงสุด 4,577 หลา, เก็บได้ 32 ทัชดาวน์ พร้อมพาทีมคว้าอันดับ 1 ของสาย เอเอฟซีด้วยสถิติ ชนะ 13 แพ้ 3 จนคว้าตำแหน่งผู้เล่นทรงคุณค่าประจำฤดูกาลปกติมาครอง ก่อนเข้ารอบเพลย์ออฟไปเอาชนะ เทนเนสซี ไททันส์ ด้วยสกอร์ 35-14 และคว้าแชมป์สายด้วยการชนะ แจ๊คสันวิลล์ จากัวร์ส ที่สกอร์ 24-20
จนมาถึงนัดชิงชนะเลิศ เบรดี กลับไม่สามารถช่วยทีมได้ แม้จะขว้างทำระยะได้ถึง 505 หลา 3 ทัชดาวน์ แต่ก็มาพลาดเสียเทิร์นโอเวอร์ในขณะที่เกมเหลือเพียง 2.09 นาที และทำให้ อีเกิลส์ ปิดเกมได้สำเร็จ
แม้ผลงานดังกล่าวจะเป็นฟอร์มที่ดีที่สุดของเจ้าตัวในการลงเล่นซูเปอร์โบวล์ทั้งหมด 8 ครั้ง แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะช่วยให้ทีมคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 6 ในประวัติศาสตร์สโมสรได้ ถึงกระนั้น เบรดี ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมว่าจะยังไม่วางมือจากวงการ และจะลงเล่นในฤดูกาลหน้าเพื่อช่วยทีมคว้าแชมป์สมัยที่ 6 มาครองให้ได้

สีสัน และสถิติอื่นๆที่น่าสนใจ
     
ระยะรวมจากทั้งสองฝ่ายที่ทำได้ในเกมนี้ถือว่ามากที่สุดตลอดกาลไม่ว่าจะเกมในฤดูกาลปกติ หรือในเกมโพสต์ซีซั่น ด้วยจำนวน 1,151 หลา เช่นเดียวกับระยะรวมจากการขว้างของทั้งสองฝ่าย ซึ่งมากที่สุดในช่วงโพสต์ซีซั่น ด้วยระยะ 874 หลา
นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ คือทีมผู้แพ้ที่ทำแต้มมากที่สุดในซูเปอร์โบวล์ ด้วยจำนวน 33 แต้ม ขณะที่อัตราต่อรองทีมเต็งที่จะคว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 53 หรือฤดูกาลหน้าบริษัทรับพนันถูกฏหมายของต่างประเทศยังยกให้ แพทริออตส์ เป็นทีมเต็งหนึ่งที่จะคว้าแชมป์
ขณะที่ฮาล์ฟไทม์ โชว์ ของ จัสติน ทิมเบอร์เลค มีไฮไลท์สำคัญคือการร่วมร้องเพลงกับ ปรินซ์ นักร้องชาวมินเนโซต้าผู้ล่วงลับผ่านภาพเสมือนจริง พร้อมกับเปลี่ยนสีของสนามเป็นสีม่วง ตามสีของเมือง และสีประจำตัวอันเป็นเอกลักษณ์ของ ปรินซ์ อีกด้วย
อเล็กซานดรา วอลล์ส นักแปลภาษามือ ได้รับความสนใจอย่างมากหลังแปลเพลงชาติที่ พิงค์ ศิลปินชื่อดังขับร้องด้วยลีลาภาษามือที่พริ้วไหวราวกับเต้นบัลเลต์ ซึ่งทำให้กลุ่มคนซึ่งมีปัญหาด้านการได้ยินสามารถเข้าใจเพลงชาติได้แบบลึกซึ้ง

และทั้งหมดนี้คือไฮไลท์สำคัญทั้งใน และนอกสนามของการแข่งขันซูเปอร์โบวล์ครั้งที่ 52 ที่ผ่านพ้นไป ซึ่งก็ถือว่าเป็นอีก 1 เกมประวัติศาตร์ที่จะได้รับการพูดถึงไปอีกนาน ซึ่งต้องมาดูกันว่าในปีหน้าทีมใดจะมีศักยภาพที่ดีพอในการชิงถ้วย วินซ์ ลอมบาร์ดี โทรฟี จาก ฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์ มาครอง


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

seventeen + six =