Sport

เปิดม่านเพลย์ออฟ NFL ขยี้จุดตาย “6 เต็งแชมป์” ดับฝันคว้า “ซูเปอร์โบว์ล 54”

เปิดม่านเพลย์ออฟ NFL ขยี้จุดตาย “6 เต็งแชมป์” ดับฝันคว้า “ซูเปอร์โบว์ล 54”
“มาโฮมส์” ของแสลงสำหรับ เรฟเวนส์

เข้าสู่คริสต์ศักราชใหม่ 2020 ศึก อเมริกันฟุตบอล เอ็นเอฟแอล (NFL) ดำเนินมาถึงช่วงเพลย์ออฟ ซึ่งจะเริ่มรอบไวล์ด การ์ด วันที่ 4 มกราคม บิลล์ บาร์นเวลล์ นักวิจารณ์สังกัด “อีเอสพีเอ็น (ESPN)” จึงออกมาชี้จุดตายตัวเต็งฝั่ง เอเอฟซี (AFC) บัลติมอร์ เรฟเวนส์ , นิว อิงแลนด์ แพทริออตส์ , แคนซัส ซิตี ชีฟส์ และตัวเต็งฝั่ง เอ็นเอฟซี (NFC) นิว ออร์ลีนส์ เซ็นต์ , ซีแอตเทิล ซีฮอว์กส , ซาน ฟรานซิสโก โฟร์ตีไนเนอร์ส ซึ่งหากแก้ไม่ตกอาจถึงกับหมดสิทธิ์ลุย “ซูเปอร์โบว์ล 54” ที่เมืองไมอามี มลรัฐฟลอริดา

บัลติมอร์ เรฟเวนส์

จุดตาย : ควอเตอร์แบ็กที่สามารถหนีการบลิตซ์
นับตั้งแต่เทรด มาร์คัส ปีเตอร์ส คอร์เนอร์แบ็ก เข้าสู่ทีมช่วงกลางซีซัน ส่งผลให้ทีมรับกล้ากดดันควอเตอร์แบ็กบ่อยขึ้น และเปอร์เซ็นต์ประสบความสำเร็จ เพิ่มขึ้น 2 เท่า เดิม 5.9 เปอร์เซ็นต์ เป็น 10.8 เปอร์เซ็นต์ นับตั้งแต่ ปีเตอร์ส ร่วมทีม อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนของการบลิตซ์ คือ แผนขว้างสกรีน (ขว้างเร็ว แล้วอาศัยคนรับบอลวิ่งทำระยะ) เรฟเวนส์ เสียเรตติงการขว้าง 124.2 แก่ทีมที่ใช้กลยุทธ์สกรีน ตอบโต้การจู่โจมควอเตอร์แบ็ก

คู่แข่งที่ต้องหลบ : แคนซัส ซิตี ชีฟส์
แพทริค มาโฮมส์ ควอเตอร์แบ็กดีกรีผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP) ฤดูกาลที่แล้ว แผลงฤทธิ์ขว้าง 374 หลา 3 ทัชดาวน์ เกมเอาชนะ เรฟเวนส์ 33-28 เดือนกันยายนที่ผ่านมา รวมคอมพลีต 10 จาก 16 ครั้ง ระยะ 104 หลา 2 สกอร์ เสีย 1 แซ็ก ภายใต้ความกดดัน และทีมรับมุ่งเป้าหยุด ลามาร์ แจ็คสัน ควอเตอร์แบ็ก เพียงคนเดียว เป็นเหตุให้ ถือบอล 8 ครั้ง ตะลุย 46 หลา 1 ทัชดาวน์ ยอมปล่อย มาร์ค อิงแกรม กับ กัส เอ็ดเวิร์ดส ถือบอลรวมกัน 23 ครั้ง โกยระยะ 156 หลา 3 ทัชดาวน์

“กิลมอร์” หัวใจเกมรับ แพทริออตส์

นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์

จุดตาย : จำกัดบทบาท สเตฟอน กิลมอร์
หาก กิลมอร์ ยังไม่ถึงระดับเต็งคว้ารางวัลผู้เล่นทีมรับแห่งปี คอร์เนอร์แบ็ก แพทริออตส์ น่าจะพิสูจน์ด้วย 2 อินเทอร์เซ็ปต์ ใส่ แอนดี ดาลตัน ควอเตอร์แบ็ก ซินซินเนติ เบงกอลส์ ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นการวิ่งย้อนทัชดาวน์ และเป็นอ็อปชันที่ บิลล์ เบลิชิก เฮดโค้ช ไว้วางใจ ตามประกบปีกนอกฝีมือดีของคู่แข่งทุกไดรฟ์การบุก ทำให้ แพทริออตส์ มีผลงานน่าประทับใจ ยามปะทะทีมที่พึ่งพาปีกแค่คนเดียว หรือเน้นขับเคลื่อนเกมบุกด้วยการขว้าง

คู่แข่งที่ต้องหลบ : บัลติมอร์ เรฟเวนส์
เรฟเวนส์ ปิดสกอร์ 30 แต้ม เฉพาะเป็นฝ่ายบุก เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา สูงสุดของทุกทีมที่เผชิญหน้า แพทริออตส์ ตลอดซีซันนี้ ซึ่งคะแนนส่วนใหญ่มาจากเกมรุกบนพื้นดิน เรียกแผนวิ่ง 41 ครั้ง ระยะ 210 หลา 3 ทัชดาวน์ และพันท์บอลทิ้ง (เตะกินแดน) 2 จากการครองบอลเน้นๆ 8 ครั้ง ซึ่งรูปเกม กิลมอร์ วัย 29 ปี ถูกมอบหมายให้ตามประกบ มาร์ก แอนดรูว์ ไทต์เอนด์ ที่โดน ลามาร์ แจ็คสัน ควอเตอร์แบ็ก ล็อกเป้าแค่ 36 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม “นักรบกู้ชาติ” ได้รับการคาดหมายว่าจะจบฤดูกาลปกติ ด้วยอันดับ 2 ของคอนเฟอเรนซ์ จึงอาจปะทะ “อีกาพญายม” รอบชิงแชมป์สาย เอเอฟซี (AFC)

“ที.เจ. วัตต์” แกนนำทีมรับ สตีลเลอร์ส

แคนซัส ซิตี ชีฟส์

จุดตาย : ความฟิต แพทริค มาโฮมส์
แม็ตต์ มัวร์ เป็นเพียงควอเตอร์แบ็กสำรองระดับตลาดล่าง ดังนั้น ชีฟส์ จึงต้องภาวนาให้ มาโฮมส์ อย่ามีปัญหาบาดเจ็บ เพื่อโอกาสเข้ารอบชิงชนะเลิศ โดย ผลผลิตจากมหาวิทยาลัย เท็กซัส เทค โชว์ฟอร์มโดดเด่น ตั้งแต่กลับมาลงสนาม สัปดาห์ที่ 10 ขว้าง 340 หลา 2 ทัชดาวน์ ถล่ม เดนเวอร์ บรองโกส์ ขาดลอย23-3 ทว่ายังไม่พีกสุดเท่าสมัยคว้าตำแหน่ง MVP ปี 2018 หรือก่อนบาดเจ็บข้อเท้าและหัวเข่า

คู่แข่งที่ต้องหลบ : พิตต์สเบิร์ก สตีลเลอร์ส
ไม่มีทีมใดที่สร้างความกดดัน และบอบช้ำแก่ควอเตอร์แบ็กฝั่งตรงข้ามเหนือกว่า สตีลเลอร์ส ซึ่งรั้งอันดับ 2 ด้วยอัตราการแซ็ก 9.1 เปอร์เซ็นต์ ถึงแม้ มาโฮมส์ เคยขว้าง 326 หลา 6 ทัชดาวน์ บดขยี้ พิตต์สเบิร์ก ฤดูกาล 2018 ทว่าสภาพทีมปัจจุบันแตกต่างจากเดิม ซึ่งไม่มีกองหลังตัวจริงเกมดังกล่าว เหลืออยู่จนถึงเกม “ซันเดย์ ไนท์” พ่าย บัฟฟาโล บิลล์ส 10-17 สัปดาห์ที่ 16 ฤดูกาล 2019 โดย มินกาห์ ฟิตซ์แพทริค ยังอยู่ ไมอามี ดอลฟินส์ , สตีเวน เนลสัน นั่งสำรองให้ บิลล์ส , เดวิน บุช เล่นอยู่ระดับมหาวิทยาลัย

“การ็อปโปโล” ตัวอันตรายของทีมรับ เซ็นต์ส

นิว ออร์ลีนส์ เซ็นต์ส

จุดตาย : ทีมบุกเน้นเจาะตรงกลาง
ยาม มาร์ชอน แลตติมอร์ ยืนตำแหน่งตัวคุมปีก ทำให้คู่แข่งมักหลีกเลี่ยง หันมาเจาะผู้เล่นอันดับรองอย่าง อีไล แอ็ปเปิล , ชอนซีย์ การ์ดเนอร์-จอห์นสัน หรือพื้นที่ ไลน์แบ็คเกอร์ กับ เซฟตี แทน ดังเช่นเกมพ่าย ซาน ฟรานซิสโก ดฟร์ตีไนเนอร์ส ดุเดือด 46-48 สัปดาห์ที่ 14 ซึ่งเป็นจุดอ่อนการป้องกันขว้างของ เซ็นต์ส โดยปล่อยให้ควอเตอร์แบ็กฝ่ายตรงข้าม คอมพลีตรวมกัน 57 จาก 76 ครั้ง เสียระยะ 758 หลา 7 ทัชดาวน์ เสียแค่ 2 อินเทอร์เซ็ปต์ ตลอดซีซันนี้

คู่แข่งที่ต้องหลบ : ซาน ฟรานซิสโก โฟร์ตีไนเนอร์ส
ด้วยแผน เพลย์-แอ็คชัน (หลอกล่อ) และ จอร์จ คิตเทิล ไทต์เอนด์ซูเปอร์สตาร์ของทีม ขับเคลื่อนเกมบุก น่าจะทำให้ โฟร์ตีไนเนอร์ส ทะลวงตรงกลางอย่างง่ายดาย กอปรกับ จิมมี การ็อปโปโล ควอเตอร์แบ็ก กดเรตติงการขว้างสูงถึง 143.0 เฉพาะการขว้างตรงกลาง ดีสุดอันดับ 3 ของลีกรองจาก แพทริค มาโฮมส์ กับ ไรอัน ทานเนฮิลล์ และคอมพลีต 4 จาก 6 ครั้ง ระยะ 101 หลา รวมเพลย์ทัชดาวน์ 75 หลา ให้ เอ็มมานูเอล แซนเดอร์ส ปีกนอก เฉพาะสัปดาห์ที่ 14 โดยการรีแมตช์กับ เซ็นต์ส อาจเกิดขึ้นช่วงเดือนมกราคม

“บรีส์” พร้อมระเบิดฟอร์ม หากไร้ความกดดัน

ซีแอตเทิล ซีฮอว์กส

จุดตาย : ฟอร์มกดดันเกมขว้างตก
จาเดอวอน คลาวนีย์ ดีเฟนซีฟ เอนด์ คือ กุญแจสำคัญของการกดดันเกมขว้าง ทว่าเคราะห์ร้ายถูกอาการบาดเจ็บเล่นงาน ขณะที่ตัวเลือกอื่นๆ ไม่สามารถแบกภาระแทนได้ ทำให้ ซีฮอว์กส รั้งอันดับ 30 อัตราการบลิตซ์ 22.8 เปอร์เซ็นต์ และอัตราการแซ็ก 4.1 เปอร์เซ็นต์ มีแค่ ไมอามี ดอลฟินส์ ที่แซ็กควอเตอร์แบ็กน้อยกว่า และนับตั้งแต่ปี 2001 มีเพียง ซินซินเนติ เบงกอลส์ ที่อัตราการแซ็กต่ำกว่า ซีฮอว์กส ชุดปัจจุบัน เพียง3.1 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผ่านเข้ารอบเพลย์ออฟ ปี 2014

คู่แข่งที่ต้องหลบ : นิว ออร์ลีนส์ เซ็นต์ส
เซ็นต์ส เคยบุกชนะถึงบ้าน โดย เท็ดดี บริดจ์วอเตอร์ ควอเตอร์แบ็กสำรอง ขว้างบอล 27 ครั้ง แบบไม่ถูกแซ็กแม้แต่ครั้งเดียว กดเรตติงการขว้าง 112.7 เดือนกันยายนที่ผ่านมา แถมล่าสุด ดรูว์ บรีส์ กลับมาบัญชาการทีมบุก เท่ากับว่า ซีฮอว์กส เจองานยากขึ้นอีกหลายเท่า เนื่องจาก จอมเก๋าวัย 40 ปี มีเรตติงการขว้างสูงสุดอันดับ 4 ของลีก 117.1 หากปราศจากความกดดัน และความแม่นยำ 77.7 เปอร์เซ็นต์ สิ่งเดียวที่จะหยุด บรีส์ คือ กดดันเกมขว้าง ซึ่งทำให้เรตติงการขว้างตกฮวบเหลือ 65.4

“เคาซินส์” คีย์แมนดับฝันไนเนอร์ส

ซาน ฟรานซิสโก โฟร์ตีไนเนอร์ส

จุดตาย : เพลย์-แอ็คชัน
ทีมรับ โฟร์ตีไนเนอร์ส มักมีปัญหาเมื่อต้องหยุดคู่แข่งที่ย้อนรอยแผน “เพลย์-แอ็คชัน (หลอกล่อ)” ปล่อยให้ควอเตอร์แบ็กคู่แข่ง โกยเรตติงการขว้าง 112.9 เฉพาะ เพลย์-แอ็คชัน รั้งอันดับ 24 ของลีก ผิดกับความเหนียวแน่น หากเผชิญหน้าคู่ต่อสู้ที่ไม่ใช้แผน เพลย์-แอ็คชัน เสียเรตติงการขว้างแค่ 66.6 รั้งอันดับ 2 ของลีก รองจาก นิว อิงแลนด์ แพทริออตส์ แชมป์เก่า ดังเช่นเกมพ่าย แอตแลนตา ฮอว์กส แบบพลิกล็อก 22-29 ซึ่ง แม็ตต์ ไรอัน ควอเตอร์แบ็ก คอมพลีต 7 จาก 8 ครั้ง ระยะ 49 หลา เฉพาะการเล่น เพลย์-แอ็คชัน

คู่แข่งที่ต้องหลบ : มินเนโซตา ไวกิงส์
ทีมอื่นๆ ซึ่งถูกสร้างตามกลยุทธ์ เพลย์-แอ็คชัน ของ ไคล์ ชานาแฮน คือ ไวกิงส์ ซึ่งมี แกรี คูบิแอก นั่งเก้าอี้ที่ปรึกษาทีมบุก และเคยร่วมงานกับ ไมค์ ชานาแฮน คุณพ่อของ สมัยอยู่ เดนเวอร์ บรองโกส์ และดึง ไคล์ มาช่วยดูแลทีมบุก ฮูสตัน เท็กแซนส์ ปี 2008-2009 เรียกแผน เพลย์-แอ็คชัน เกือบ 32 เปอร์เซ็นต์ของการบุก ส่งผลให้ “กัปตันเคิร์ก” เคิร์ก เคาซินส์ ระเบิดฟอร์มฤดูกาล 2019 ขว้าง 13 ทัชดาวน์ ไม่เสียอินเทอร์เซ็ปต์ และโกยเรตติงการขว้าง 136.3 เฉพาะการเล่น เพลย์-แอ็คชัน



ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

13 + 14 =